เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หุ้นไทย 6 กลุ่มน่าลงทุน ครึ่งปีหลังเทรนด์ SET ขาขึ้น
Finance หุ้นไทย 6 กลุ่มน่าลงทุน ครึ่งปีหลังเทรนด์ SET ขาขึ้น
26 ปี เดอะมอลล์โคราช จับตาสลัดภาพศูนย์การค้าในตำนาน สู่โมเดลใหม่
Real Estate 26 ปี เดอะมอลล์โคราช จับตาสลัดภาพศูนย์การค้าในตำนาน สู่โมเดลใหม่
‘พราว-BNH’ ปั้นโมเดลใหม่ ที่อยู่อาศัย Longevity ครบวงจร
Real Estate ‘พราว-BNH’ ปั้นโมเดลใหม่ ที่อยู่อาศัย Longevity ครบวงจร
กฎคัดกรอง ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ บทพิสูจน์ฝีมือไทยรับมืออุตฯ อนาคต
Economic กฎคัดกรอง ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ บทพิสูจน์ฝีมือไทยรับมืออุตฯ อนาคต
เปิดงานวิจัยธรรมศาสตร์ การออกแบบ ‘โรงเรียน’ เพื่อรับมือเหตุกราดยิง
การศึกษา เปิดงานวิจัยธรรมศาสตร์ การออกแบบ ‘โรงเรียน’ เพื่อรับมือเหตุกราดยิง
เชลซี ต้องลุ้นแชมป์
คุยกับเอกราช เชลซี ต้องลุ้นแชมป์
ฝ่ายค้าน พร้อมยื่นซักฟอกปลาย ส.ค. จ่อชำแหละ “คดีฮั้ว สว.-ทุจริตสอบ” เชื่อไม่เสียของ
Politics ฝ่ายค้าน พร้อมยื่นซักฟอกปลาย ส.ค. จ่อชำแหละ “คดีฮั้ว สว.-ทุจริตสอบ” เชื่อไม่เสียของ
นายกฯ ย้ำเบรก ‘แลนด์บริดจ์’ ลุยพัฒนา ‘Missing Link’ เชื่อคนใต้ไม่ทิ้งโอกาส
Economic นายกฯ ย้ำเบรก ‘แลนด์บริดจ์’ ลุยพัฒนา ‘Missing Link’ เชื่อคนใต้ไม่ทิ้งโอกาส
อลิอันซ์ อยุธยาลุยต่อ CSR ฟื้นหาดใหญ่เสริมเกราะรับมือน้ำท่วม
SD อลิอันซ์ อยุธยาลุยต่อ CSR ฟื้นหาดใหญ่เสริมเกราะรับมือน้ำท่วม
Wellness Economy โอกาสใหม่อนาคตท่องเที่ยวไทย
Economic Wellness Economy โอกาสใหม่อนาคตท่องเที่ยวไทย
ดูทั้งหมด

‘สหรัฐ’ ช่วยญี่ปุ่น ‘อุ้ม’ เยน ส่งสาร ‘การเมือง’ ไปถึงจีน ?

08 ส.ค. 2569 | 11:12น.
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก 
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

เป็นข่าวใหญ่มากของโลกและเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ค่อยได้เห็น เมื่อกระทรวงการคลังสหรัฐและญี่ปุ่น ออกมาเปิดเผยว่า ได้จับมือกัน “แทรกแซง” ค่าเงินเยนของญี่ปุ่น เพื่อชะลอการอ่อนค่าของเงินเยนที่ทรุดลงมากที่สุดในรอบ 40 ปี โดยลงไปลึกถึง 163.99 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นการแทรกแซงร่วมกันครั้งแรกในรอบ 15 ปี การแทรกแซงเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่า ญี่ปุ่นน่าจะใช้เงินประมาณ 4-5 ล้านล้านเยนในการแทรกแซง

ทั้งนี้นับตั้งแต่ “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เมื่อเดือนตุลาคม 2025 โดยมีนโยบายจะใช้จ่ายอย่างมากและผ่อนคลายนโยบายการเงิน ทำให้ค่าเงินเยนอ่อนลง 10 เยนต่อดอลลาร์ เพราะตลาดคาดการณ์ว่า “สุขภาพ” ด้านการคลังของญี่ปุ่นที่แย่ที่สุดอยู่แล้วในกลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจก้าวหน้าจะเลวร้ายลงไปอีก ขณะเดียวกันในเดือนกรกฎาคม ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของรัฐบาลญี่ปุ่น ขยับขึ้นไปแตะ 2.9% สูงที่สุดในรอบเกือบ 30 ปี เพราะนักลงทุนลดการถือครองพันธบัตรที่มีทิศทางราคาต่ำลง

ซัตสึกิ คาทายามะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ว่า การร่วมมือกับสหรัฐครั้งนี้ก็เพื่อต่อสู้กับค่าเงินเยนที่ผันผวนและเคลื่อนไหวอย่าง “ไร้ระเบียบ” ในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ โดยได้สื่อสารอย่างใกล้ชิดกับฝ่ายสหรัฐมาโดยตลอด และไม่ลังเลที่จะเข้าแทรกแซงอีกถ้าหากจำเป็น

ผลจากความร่วมมือดังกล่าว ทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นไปอยู่ในช่วง 155-157 เยนต่อดอลลาร์ในเช้าวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2026

ก่อนหน้านี้ในเดือนเมษายนและพฤษภาคม ญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงค่าเงินเยนแต่ฝ่ายเดียว หลังจากอ่อนค่าอย่างมากไปอยู่ในโซน 155 เยนต่อดอลลาร์ แต่ก็พยุงได้เพียงระยะสั้น

สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุผลใหญ่ที่ทำให้สหรัฐช่วยญี่ปุ่นในครั้งนี้ก็เพราะเห็นว่าการที่เงินเยนอ่อนค่ามากเกินไปเป็นความ “เสี่ยงร้ายแรง” ต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจเอเชีย และตนเชื่อว่าวิกฤตการเงินเอเชียเมื่อปลายทศวรรษ 1990 ส่วนหนึ่งสาเหตุเกิดจากเงินเยน “อ่อนค่า” มากเกินไป ดังนั้นจึงคิดว่าการที่เงินเยนมีเสถียรภาพไม่เพียงเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ แต่มีความสำคัญอย่างมากต่อเศรษฐกิจภูมิภาค 

เช่นเดียวกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ญี่ปุ่นอยากได้ความช่วยเหลือเล็กน้อยเพื่อทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อทั้งเศรษฐกิจสหรัฐและโลก ความร่วมมือนี้เป็น “สัญญาณ” แห่งมิตรภาพ

รอยเตอร์รายงานว่า เบื้องหลังการจับมือเพื่อพยุงค่าเงินเยน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นครั้งนี้ สองประเทศได้เตรียมตัวมานานหลายเดือน ในอดีตเมื่อญี่ปุ่นแทรกแซงเพียงลำพังมักจะล้มเหลว แต่ครั้งนี้เมื่อรัฐมนตรีคลังสหรัฐออกมาสนับสนุนด้วยวาจาต่อสาธารณะ ก็ทำให้เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นมีเครื่องมือใหม่ในการต่อสู้กับค่าเงินเยนที่อ่อนลง 

เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลญี่ปุ่นคนหนึ่งซึ่งรู้เรื่องนี้ เปิดเผยว่า การเข้าร่วมของสหรัฐเพื่อพยุงค่าเงินเยนครั้งนี้ถูกหยิบยกมาพิจารณาครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคม ซึ่งก็ตรงกับที่รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นเปิดเผยในภายหลังว่า ได้คุยกับรัฐมนตรีคลังสหรัฐผ่านระบบออนไลน์ประมาณ 10 ครั้ง และเมื่อเบสเซนต์มาโตเกียวเมื่อเดือนพฤษภาคมก็ได้คุยกันหลายชั่วโมง การพูดคุยเกิดขึ้นหลังจากญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงินแต่เพียงลำพังในปลายเดือนเมษายนและต้นพฤษภาคม แต่ล้มเหลวในการกลับทิศค่าเงินที่กำลังอ่อนลง

หลังจากพบกันครั้งนั้น รัฐมนตรีคลังสหรัฐเรียกร้องให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ขึ้นดอกเบี้ยให้เร็วขึ้น เพราะเกรงว่าญี่ปุ่นจะไล่ตามเงินเฟ้อไม่ทัน ทำให้ในอีก 1 เดือนต่อมาธนาคารกลางญี่ปุ่นขึ้นดอกเบี้ยไปสู่ระดับ 1% สูงที่สุดในรอบ 31 ปี และเป็นก้าวสำคัญในการเข้าสู่นโยบาย “ดอกเบี้ยปกติ” แต่การที่ดอกเบี้ยกู้ยืมแท้จริงของญี่ปุ่นยังอยู่ในแดนลบ ดังนั้นการขึ้นดอกเบี้ยจึงไม่สามารถยืนระยะได้นานในการต้านทานการอ่อนค่าของเงินเยน

แหล่งข่าวบอกกับรอยเตอร์ว่า ก่อนเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนทางรัฐมนตรีคลังสหรัฐได้แจ้งธนาคารหลายแห่งว่าให้ “เตรียมพร้อม” เพราะอาจมีการแทรกแซงในตลาดเงินเยน และรอยเตอร์ยังได้จับภาพ “กระดาษโน้ต” ของรัฐมนตรีคลังสหรัฐขณะประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ซึ่งมีข้อความว่า To Do (สิ่งที่จะทำ) และบรรทัดต่อมาเขียนว่า “Buy Japanese Yen (JPY) $5-10 bil” ซึ่งแปลว่า “ซื้อเงินเยน” 5,000 ถึง 10,000 ล้านดอลลาร์

นักวิเคราะห์ชี้ว่า การตัดสินใจของสหรัฐที่นาน ๆ ครั้งที่จะเกิดขึ้นในลักษณะนี้ น่าจะเป็นเพราะเกิดความกังวลต่อตลาดพันธบัตรของสหรัฐและระบบการเงินของญี่ปุ่น เพราะญี่ปุ่นเป็นผู้ถือครองพันธบัตรสหรัฐรายใหญ่ที่สุดอันดับ 1 หากสหรัฐไม่ยื่นมือช่วยก็เป็นไปได้ที่ญี่ปุ่นจะเทขายพันธบัตรสหรัฐออกมาเพื่อนำเงินไปแทรกแซงค่าเงินเยน และนั่นก็จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์ขาดเสถียรภาพ 

นอกจากนั้นผลกระทบก็อาจไปไกลกว่าค่าเงินเยน เพราะหากเยนอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องอาจจุดประกายให้เกิดการขายพันธบัตรญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน และทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรของตลาดพันธบัตรโลกสูงขึ้นไปด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่สหรัฐและญี่ปุ่นไม่ปรารถนาในยามที่ทั้งสองประเทศกำลังต่อสู้กับต้นทุนกู้ยืมที่กำลังสูงขึ้น

การออกมาประกาศอย่างเปิดเผยว่าช่วยญี่ปุ่นพยุงค่าเงินเยน จากปกติที่การดำเนินการลักษณะนี้มักจะทำอย่างเงียบ ๆ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญบางคนมองไปในมิติอื่น 

นอกเหนือจากการปกป้องค่าเงินเยนโดย เจสเปอร์ โคลล์ ผู้อำนวยการ Monex บริษัทผู้ให้บริการด้านการเงิน ชี้ว่า ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึง “ยุคใหม่” ของความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่นภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ เป็นการบอกว่า “เมื่อญี่ปุ่นร้องขอความช่วยเหลือ อเมริกาก็จะตอบรับคำร้องขอนั้น”

เขากล่าวด้วยว่า มันยังเป็นการ “ส่งสาร” เชิงภูมิรัฐศาสตร์ไปยังจีนด้วยว่า สองประเทศไม่ได้ช่วยกันแค่คำพูด แต่มีการลงมือด้วย เพราะผู้นำจีนนั้นสนใจการกระทำมากกว่าคำพูด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินเยน ญี่ปุ่น สหรัฐ