เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หุ้นไทย 6 กลุ่มน่าลงทุน ครึ่งปีหลังเทรนด์ SET ขาขึ้น
Finance หุ้นไทย 6 กลุ่มน่าลงทุน ครึ่งปีหลังเทรนด์ SET ขาขึ้น
26 ปี เดอะมอลล์โคราช จับตาสลัดภาพศูนย์การค้าในตำนาน สู่โมเดลใหม่
Real Estate 26 ปี เดอะมอลล์โคราช จับตาสลัดภาพศูนย์การค้าในตำนาน สู่โมเดลใหม่
‘พราว-BNH’ ปั้นโมเดลใหม่ ที่อยู่อาศัย Longevity ครบวงจร
Real Estate ‘พราว-BNH’ ปั้นโมเดลใหม่ ที่อยู่อาศัย Longevity ครบวงจร
กฎคัดกรอง ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ บทพิสูจน์ฝีมือไทยรับมืออุตฯ อนาคต
Economic กฎคัดกรอง ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ บทพิสูจน์ฝีมือไทยรับมืออุตฯ อนาคต
เปิดงานวิจัยธรรมศาสตร์ การออกแบบ ‘โรงเรียน’ เพื่อรับมือเหตุกราดยิง
การศึกษา เปิดงานวิจัยธรรมศาสตร์ การออกแบบ ‘โรงเรียน’ เพื่อรับมือเหตุกราดยิง
เชลซี ต้องลุ้นแชมป์
คุยกับเอกราช เชลซี ต้องลุ้นแชมป์
ฝ่ายค้าน พร้อมยื่นซักฟอกปลาย ส.ค. จ่อชำแหละ “คดีฮั้ว สว.-ทุจริตสอบ” เชื่อไม่เสียของ
Politics ฝ่ายค้าน พร้อมยื่นซักฟอกปลาย ส.ค. จ่อชำแหละ “คดีฮั้ว สว.-ทุจริตสอบ” เชื่อไม่เสียของ
นายกฯ ย้ำเบรก ‘แลนด์บริดจ์’ ลุยพัฒนา ‘Missing Link’ เชื่อคนใต้ไม่ทิ้งโอกาส
Economic นายกฯ ย้ำเบรก ‘แลนด์บริดจ์’ ลุยพัฒนา ‘Missing Link’ เชื่อคนใต้ไม่ทิ้งโอกาส
อลิอันซ์ อยุธยาลุยต่อ CSR ฟื้นหาดใหญ่เสริมเกราะรับมือน้ำท่วม
SD อลิอันซ์ อยุธยาลุยต่อ CSR ฟื้นหาดใหญ่เสริมเกราะรับมือน้ำท่วม
Wellness Economy โอกาสใหม่อนาคตท่องเที่ยวไทย
Economic Wellness Economy โอกาสใหม่อนาคตท่องเที่ยวไทย
ดูทั้งหมด

‘พราว-BNH’ ปั้นโมเดลใหม่ ที่อยู่อาศัย Longevity ครบวงจร

09 ส.ค. 2569 | 17:43น.

เปิดมุมมองผู้บริหารรุ่นใหม่ “พราวพุธ ลิปตพัลลภ” กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทพราว และบริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) และ “นพ.นพรัตน์ พานทองวิริยะกุล” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบีเอ็นเอช (BNH) ชวนทอล์กตลาดอสังหาฯ เวลเนส ที่กำลังเป็นเทรนด์มาแรงในขณะนี้ บนเวทีสัมมนา EXCLUSIVE MEETING ‘NEW TOURISM NEW ECONOMY: เจาะโอกาสเศรษฐกิจสุขภาพ พลิกอนาคตท่องเที่ยวไทย’ จัดโดยหนังสือพิมพ์มติชน เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 

บูมเวลเนส-สปอร์ตทัวริซึ่ม 

พราวพุธ ลิปตพัลลภ

“พราวพุธ” ฉายภาพว่า ธุรกิจอสังหาฯ แบบเวลเนส มีดีมานด์ชัดเจน ซัพพลายเกิดขึ้นได้ และมีผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง ทุกกลุ่มของผู้บริโภคให้ความสำคัญ ผู้สูงอายุจะพูดถึงวิถีชีวิตที่ยืนยาว กลุ่ม Baby Boomer หรือ Gen X โจทย์จะเป็นเรื่องทำอย่างไรให้มีสุขภาพดียาวนาน กลุ่ม Gen Y สนใจเรื่องชะลอวัย กลุ่ม Gen Zเน้นการบาลานซ์ไลฟ์สไตล์ และสปอร์ตเวลเนสมากขึ้น กลุ่ม Gen Alpha อาจจะไม่มีอำนาจการใช้จ่าย แต่เป็นหนึ่งในการตัดสินใจของพ่อแม่ อยากให้ลูกมีสุขภาพดีและเติบโตดีที่สุด ทำให้ผู้ประกอบการหันมาสร้างเวลเนสอีโคซิสเต็มให้มันเกิดขึ้นได้จริง ๆ ทั้งเรื่องวัฒนธรรม อาหาร เมดิคอล อินฟราสตรักเจอร์ที่มีอยู่แล้ว 

มีการรีเสิร์ซการซื้อบ้านของผู้บริโภคในประเทศไทย 90% ให้ความสำคัญว่าจะดูแลสุขภาพของเขาได้ไหม อีก 29% บอกว่าเวลเนสจะเป็นปัจจัย 1 ใน 3 ในการเลือกซื้อบ้าน แต่ก่อนคนอาจพูดถึงโปรดักต์ โลเกชั่น แต่วันนี้คนเริ่มมองเรื่อง Longevity

อย่างโครงการคอนโดฯ “รมย์ คอนแวนต์” ที่เราร่วมกับโรงพยาบาล BNH เป็น Design Intent โลเกชั่นอยู่ตรงข้ามโรงพยาบาล และย่านสาทร-สีลม เป็นจุดใกล้ทุกสิ่ง สถานที่ทำงาน โรงเรียน สวนสาธารณะต่าง ๆ การดีไซน์ตึกให้ความสำคัญ 3 องค์ประกอบ แสงแดด สายลม พื้นที่สีเขียว สิ่งสำคัญได้พาร์ตเนอร์ BNH เข้ามาช่วยออกแบบ มี Life Medical Service ดูแลสุขภาพของลูกบ้านทุกคนที่เข้ามาอยู่อาศัยตั้งแต่วันแรกและอย่างใกล้ชิด ทั้งการย้ายประวัติการรักษา ประเมินสุขภาพ ประสานบริการพยาบาลถึงที่พัก จัดส่งยา และดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่อยู่ลำพัง ซึ่งลูกบ้านจะได้ส่วนลดพิเศษ 20% 

“เวลเนสเรียลเอสเตตเป็นการผสมผสานอสังหาฯ กับการแพทย์และสุขภาพ จะเป็นเทรนด์อสังหาฯ ไทยในอนาคต เพราะสามารถสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าโครงการได้อย่างยั่งยืน และสามารถเป็น New S-Curve ของไทยได้ เพราะเป็นเซ็กเตอร์ใหญ่”

ภาคการท่องเที่ยวไทยก็ต้องปรับรูปแบบการแข่งขัน หลัง 3-5 ปีที่ผ่านมาเผชิญการแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและสิงคโปร์ ถ้าไทยยังขายคอนเทนต์เดิม ๆ มีโอกาสสูงมากที่จะแพ้ เวลเนสเป็นสิ่งที่เข้ามาสร้างความแตกต่างให้กับเราได้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเวลเนสทัวริซึ่มเพิ่มระยะเวลาพำนักของนักท่องเที่ยว จากเดิม 3-5 วัน เป็นแบบ Wellness Retreat ใช้เวลา 7-14 วัน จะทำให้ค่าเฉลี่ยใช้จ่ายต่อหัวสูงขึ้น ไม่ใช่แค่ค่าที่พัก อาหาร จะมีบริการสุขภาพและความงาม 

แนะพัฒนาอินฟราฯ-ระบบ 

“แง่การดึงดูดนักลงทุน อยากให้คิดภาพอีโคซิสเต็มขนาดใหญ่เป็น Wellness Integrated Destination ภาพที่ว่าเมืองทั้งเมืองหรือระดับประเทศจะเป็น Wellness Hub ได้อย่างไร ต้องมีระบบซัพพอร์ตหลายอย่าง เช่น บุคลากรการแพทย์ การวิจัยและนวัตกรรม (R&D) ศูนย์เทรนนิ่ง ที่อยู่อาศัย โรงเรียนนานาชาติ ตลอดจน Senior Living ซึ่งไทยมีความพร้อมค่อนข้างครบครันมาก เชื่อว่าจะเป็น Next S-Curve ของประเทศไทย” 

ทั้งนี้ไทยจะเป็นเมดิคอลฮับได้ อย่างแรกพัฒนาอินฟราสตรักเจอร์ให้รองรับการขยายตัวของเมือง อย่างภูเก็ตที่โตเร็ว เกิดปัญหาการจราจร การจัดการขยะ คุณภาพอากาศ PM 2.5 ระบบน้ำประปาที่ยังขาดแคลน มีนักท่องเที่ยวเข้ามา 10 ล้านคน แต่งบประมาณที่ได้ไม่เพียงพอรองรับ เรื่องที่สองมาตรการวีซ่าผู้เข้ามารักษาพยาบาล พำนักระยะยาว การเพิ่มแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้ามาลงทุน รวมถึงกำหนดพื้นที่ผังเมืองให้ชัดเหมือนอีอีซี 

นอกจากนี้สปอร์ตทัวริซึ่มเป็นอีกโอกาสของไทย เพราะมีสภาพอากาศเหมาะสมต่อการออกกำลังกายและฝึกซ้อมได้ตลอดทั้งปี มีโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาที่พัฒนาเพิ่มขึ้น อย่างโครงการที่หัวหินของบริษัท มีสนามฟุตบอลมาตรฐาน FIFA 4 สนาม รองรับทีมฟุตบอลต่างชาติเข้ามาเก็บตัวช่วงปิดฤดูกาลเฉลี่ยทีมละ 2 สัปดาห์ มีนักกีฬาและทีมงาน 20-30 คน สร้างความต้องการห้องพักราว 200 ห้องต่อทีม รวมถึงรายได้จากการแข่งขันและผู้ติดตาม 

“เวลเนสไม่ใช่แค่ธุรกิจสุขภาพ แต่เป็น Next S-Curve ของประเทศไทย ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว การแพทย์ อสังหาฯ การศึกษา วิจัยและนวัตกรรม สร้างความสามารถการแข่งขันและดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลกในอนาคตได้”

ชี้ประเทศไทยมีความพร้อม

นพ.นพรัตน์ พานทองวิริยะกุล

ด้าน “นพ.นพรัตน์” กล่าวว่า ไทยเริ่มเห็นคนซื้อบ้านใกล้โรงพยาบาลเหมือนญี่ปุ่นและเกาหลี เป็นผู้บริโภคกลุ่มใหม่ที่เข้ามา เป็นโมเดลใหม่การทำที่อยู่อาศัยในเมืองใหญ่ ๆ จากข้อมูลเดือนมกราคม-สิงหาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาไทยลดลงไป 3.19% แต่ภาพของเรามีไฟลต์บินเข้ามาเพื่อรักษาโรคเพิ่มขึ้น 18.35% ยังพบว่าเมื่อ Wellness Economy เติบโตขึ้น BDMS เองก็โต 36.4% เพื่อนบ้านก็โต

“เวลาคนเข้ามารักษาตัวที่ประเทศไทย ไม่ว่าผ่าตัดหรือป่วยหนักต้องต่อด้วยการฟื้นฟู บางทีอยู่ 6 เดือน ต้องมีที่อยู่ มีแฟนมาด้วย ต้องมีกิจกรรม ไปช็อปปิ้ง นวด ดูแลสุขภาพ หรือมีญาติป่วย เห็นโรงพยาบาลนี้มีความสวยงาม อยากทำ อยากตรวจสุขภาพ เช็กอัพพบความผิดปกติก็รักษาต่อ เป็นอีโคโนมีซิสเต็มที่เกิดขึ้น แทนการมาเพื่อเที่ยวเฉย ๆ เพิ่มระยะเวลาการอยู่อาศัย กับมีคนมาเพิ่มขึ้น มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เช่น ถ้าเป็นช่วงเวลา 3-7 วัน ก็เพิ่มเฉลี่ย 10 วัน ค่าเฉลี่ยใช้จ่ายก็เพิ่ม 35%”

สำหรับประเทศไทยถือว่าพร้อมมากกับการเป็นเมดิคอลฮับ ไม่ว่าบุคลากรและเทคโนโลยีการรักษา คนเข้ามาประทับใจในการต้อนรับ วัฒนธรรม ความหลากหลายของการบริการ มีตั้งแต่สตรีตฟู้ดไปถึงไฟน์ไดนิ่ง โรงแรมที่หลากหลาย ภาคใต้มีทะเล เหนือขึ้นไปมีภูเขา คือมีหลากหลายทางภูมิศาสตร์ ทางวัฒนธรรม ขณะที่ผู้ประกอบการไทยก็เก่ง ท่ามกลางข้อจำกัดยังทำให้โตได้ขนาดนี้ เช่น วีซ่าเดิมเปิด 60 วัน ตอนนี้กลับมาเหลือ 1 เดือน คนจะมารักษาจะต่อยาก ต้องมีส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล ไม่งั้นคนที่ตั้งใจจะมาอยู่นานก็อยู่ไม่ได้ การที่ต่างชาติมารักษาที่ไทย เพราะระบบการแพทย์เอื้อ แต่ถ้าไทยจะมีแต่โรงพยาบาลรัฐบาล เมดิคอลฮับไม่เกิด 

“การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพไทยเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านเรา ลาว กัมพูชา พม่า โครงสร้างยังรองรับไม่ค่อยดี พม่ามีปัญหาการเมืองและโครงสร้างพื้นฐานยังไม่ดี สิงคโปร์เป็นเหมือน Technology Base ก็เริ่มทำแล้ว เวียดนามเพิ่งเปิดแบบเอกชน 20 ปี บรูไนโครงสร้างพื้นฐานติดทะเล ไม่สามารถทำได้ คิดว่าไทยมีความหลากหลายที่สุด น่าจะมีโอกาสสูงสุดในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ ดังนั้นต้องช่วยกันทำให้ระบบมันเกิด แล้วเดินหน้าต่อไปอย่างแข็งแรง” นพ.นพรัตน์กล่าวทิ้งท้าย