เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หุ้นไทย 6 กลุ่มน่าลงทุน ครึ่งปีหลังเทรนด์ SET ขาขึ้น
Finance หุ้นไทย 6 กลุ่มน่าลงทุน ครึ่งปีหลังเทรนด์ SET ขาขึ้น
26 ปี เดอะมอลล์โคราช จับตาสลัดภาพศูนย์การค้าในตำนาน สู่โมเดลใหม่
Real Estate 26 ปี เดอะมอลล์โคราช จับตาสลัดภาพศูนย์การค้าในตำนาน สู่โมเดลใหม่
‘พราว-BNH’ ปั้นโมเดลใหม่ ที่อยู่อาศัย Longevity ครบวงจร
Real Estate ‘พราว-BNH’ ปั้นโมเดลใหม่ ที่อยู่อาศัย Longevity ครบวงจร
กฎคัดกรอง ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ บทพิสูจน์ฝีมือไทยรับมืออุตฯ อนาคต
Economic กฎคัดกรอง ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ บทพิสูจน์ฝีมือไทยรับมืออุตฯ อนาคต
เปิดงานวิจัยธรรมศาสตร์ การออกแบบ ‘โรงเรียน’ เพื่อรับมือเหตุกราดยิง
การศึกษา เปิดงานวิจัยธรรมศาสตร์ การออกแบบ ‘โรงเรียน’ เพื่อรับมือเหตุกราดยิง
เชลซี ต้องลุ้นแชมป์
คุยกับเอกราช เชลซี ต้องลุ้นแชมป์
ฝ่ายค้าน พร้อมยื่นซักฟอกปลาย ส.ค. จ่อชำแหละ “คดีฮั้ว สว.-ทุจริตสอบ” เชื่อไม่เสียของ
Politics ฝ่ายค้าน พร้อมยื่นซักฟอกปลาย ส.ค. จ่อชำแหละ “คดีฮั้ว สว.-ทุจริตสอบ” เชื่อไม่เสียของ
นายกฯ ย้ำเบรก ‘แลนด์บริดจ์’ ลุยพัฒนา ‘Missing Link’ เชื่อคนใต้ไม่ทิ้งโอกาส
Economic นายกฯ ย้ำเบรก ‘แลนด์บริดจ์’ ลุยพัฒนา ‘Missing Link’ เชื่อคนใต้ไม่ทิ้งโอกาส
อลิอันซ์ อยุธยาลุยต่อ CSR ฟื้นหาดใหญ่เสริมเกราะรับมือน้ำท่วม
SD อลิอันซ์ อยุธยาลุยต่อ CSR ฟื้นหาดใหญ่เสริมเกราะรับมือน้ำท่วม
Wellness Economy โอกาสใหม่อนาคตท่องเที่ยวไทย
Economic Wellness Economy โอกาสใหม่อนาคตท่องเที่ยวไทย
ดูทั้งหมด

Wellness Economy โอกาสใหม่อนาคตท่องเที่ยวไทย

09 ส.ค. 2569 | 13:57น.

ข้อมูลจากสถาบันโกลบอลเวลเนส (Global Wellness Institute) หรือ GWI ระบุว่า ปัจจุบัน Wellness Economy ของไทยเท่ากับ 7.6% ของ GDP และจะขยายตัวไปได้อีกมาก เนื่องจาก Wellness Economy ของไทยคิดเป็นเพียงแค่ 0.6% ของ Wellness Economy ของ DGP โลก

Wellness Economy จึงเป็นเทรนด์เศรษฐกิจสำคัญระดับโลก ขณะที่ประเทศไทยก็มุ่งขับเคลื่อนด้วย Wellness Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 

“นิธี สีแพร” รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า ที่ผ่านมา ททท.มีการขับเคลื่อนและปรับเปลี่ยนภาคการท่องเที่ยวไทยมาตลอดในระยะเวลา 60 ปีที่ผ่านมา จากเดิมที่เน้นขายจุดหมายปลายทาง (Destination) หรือวัฒนธรรม (Culture) เป็นหลัก ยุคนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปตามเป้าหมาย

โดยเปลี่ยนจากการเน้นจำนวนนักท่องเที่ยว (Quantity) มาเป็นการสร้าง Quality Volume หรือการดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง ตามนโยบาย Value Over Volume มีเป้าหมายเน้นการสร้างมูลค่าจากการใช้จ่ายต่อหัวที่สูงขึ้น และการขยายระยะเวลาพำนัก (Long Stay) การกระจายรายได้ 

รวมทั้งมุ่งเน้นให้เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวไหลลงสู่ชุมชนและผู้คนระดับรากหญ้ามากขึ้น ไม่กระจุกตัวในธุรกิจขนาดใหญ่ สร้างความยั่งยืนในการท่องเที่ยว 

Wellness Economy
นิธี สีแพร

5 Economy จุดเปลี่ยนใหม่

“นิธี” เล่าว่า วันนี้การท่องเที่ยวของประเทศไทยเปลี่ยนไปแล้วใน 5 ด้านหลักคือ 1.เปลี่ยนจาก Mass หรือเรื่องของจำนวนคน มาเป็น “เรื่องราวที่น่าจดจำ” หรือ Meaningful หรือประสบการณ์ที่ได้พบเจอ 2.เปลี่ยนจาก Sightseeing เป็นเรื่องของกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวต้องลงมือทำ หรือเข้าไปมีส่วนร่วม (Self-Renewal) 3.เปลี่ยนการเที่ยวแบบ Single Trip สู่เรื่องของ “ความผูกพัน” และกลับมาเที่ยวซ้ำเมื่อคิดถึง 4.เปลี่ยนการเที่ยวสถานที่ที่ได้รับความนิยมเป็นสถานที่ใหม่ (Hidden Gems) และ 5.เปลี่ยนการท่องเที่ยวตามฤดูกาล เป็นการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี หรือ Year-Round Value

แต่ประเด็นที่ ททท.มองว่าเป็น Game Changer และสนับสนุนนโยบาย Value Over Volume คือ 5 Economy หลัก ได้แก่ 1.Life Economy คือเรื่องของท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งคนมองว่าเรื่องของชีวิต และเป็นเรื่องของ New Product 

2.Sub-Culture Economy หรือกลุ่มสนใจพิเศษ (New Segment) แล้วขยายสู่วงกว้าง 3.Night Economy ที่มองว่าเป็น New Activity ประเทศไทยอากาศค่อนข้างร้อนจึงสามารถสร้างมูลค่าในหลาย ๆ พื้นที่ให้เปิดให้บริการช่วงกลางคืนได้ 4.Circular Economy เรื่องของเศรษฐกิจหมุนเวียน (New Perception) และ 5.Platform Economy คือเรื่องของดิจิทัลต่าง ๆ เป็น New Ecosystem 

“เวนเนส” โตเร็ว-มูลค่าสูง 

ในส่วนของ Wellness Economy ซึ่งหมายรวมถึง Wellness Tourism & Medical Wellness นั้นจะเป็นเครื่องยนต์หลักตัวใหม่ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และในประเทศไทยก็เป็นตลาดที่เติบโตเร็ว มีมูลค่าสูง และมีโอกาสต่อยอดจาก Medical Hub สู่ Integrated Wellness Destination

โดยในปี 2024 หรือปี 2567 ตลาดเวลเนสประเทศไทยมีมูลค่ารวม 42,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นอันดับที่ 24 ของโลก มีอัตราการเติบโต 10.1% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ทั่วโลกมีมูลค่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ มีอัตราการเติบโต 7.9% จากปีก่อนหน้า

และคาดว่าในปี 2029 หรือปี 2572 ตลาดเวลเนสทั่วโลกจะมีมูลค่าประมาณ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7.6% ต่อปี

ตัวเลขดังกล่าวนี้สะท้อนว่า Medical and Wellness เป็นเซ็กเมนต์สำคัญ เติบโตเร็วและมีมูลค่าสูง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันขับเคลื่อน

Wellness Economy

ขับเคลื่อน Wellness Valley

โดยในส่วนของ ททท.เองก็มีเป้าหมายในการการผลักดันประเทศไทยให้เป็น Wellness Destination ซึ่งหลายจังหวัดก็มีความพร้อม เช่น กรุงเทพฯ หัวหิน ชะอำ เชียงใหม่ สมุย หรือแม้กระทั่งทางชลบุรี พัทยา ฯลฯ 

เรียกว่าพร้อมทั้งเรื่องของบุคลากร สถานประกอบการ และองค์ประกอบอื่นที่เอื้ออำนวยให้คนมาแล้วสามารถมี Longevity มีความสุข มีเรื่องของการพัฒนาสุขภาพร่างกายต่าง ๆ ซึ่ง ททท.มองว่าประเด็นนี้ถือเป็น Blue Ocean ที่สำคัญ และก็เป็นเรื่องหลักที่ถูกบรรจุไว้ในแผนปี 2570 นี้ด้วย

พร้อมทั้งผลักดันให้เกิด Thailand Wellness Valley เพื่อต่อยอดจุดแข็งในด้านเวลเนสของประเทศไทยสู่ระบบนิเวศสุขภาวะระดับโลก เพราะมีหลายจังหวัดที่มีความพร้อมขึ้นมาเป็นเมืองแห่งเวลเนส ซึ่งการทำตลาดก็จะต้องขับเคลื่อนร่วมกันทั้งอีโคซิสเต็ม 

เครื่องยนต์ใหม่เศรษฐกิจ

สอดรับกับ “ฐิติพร หนูคง” ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และกรรมการผู้จัดการ (โครงการซิลเวอร์ เวลเนส) บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS บอกว่า มูลค่าเศรษฐกิจ Wellness ทั่วโลก ซึ่งเพิ่มจาก 4.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2019 เป็น 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และมีแนวโน้มเพิ่มเป็น 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2029 แสดงให้เห็นว่าหลายประเทศกำลังเพิ่มการลงทุนด้านสุขภาพและพัฒนา Wellness ให้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ

Wellness Economy
ฐิติพร หนูคง

สำหรับประเทศไทย ข้อมูลที่นำเสนอในงานระบุว่า Wellness Economy เติบโต 10.1% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ Wellness Tourism มีอัตราเติบโตเฉลี่ย 36.4% กลุ่ม Retail 29.9% และ Spa 18% สะท้อนโอกาสที่ Wellness จะขยับจากกระแสการบริโภคมาเป็นกลไกสร้างรายได้ในหลายอุตสาหกรรม

ขณะที่ตัวเลข Global Health Span (ช่วงเวลาของชีวิตที่คนมีสุขภาพดี) อยู่ที่ 61.9 ปี เทียบกับ Life Span (ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่) 71.4 ปี ส่วนประเทศไทยมี Health Span 65.8 ปี เทียบกับ Life Span 75.3 ปี หรือมีช่องว่างประมาณ 10 ปี 

“Wellness จึงไม่ใช่เพียงเทรนด์ แต่กำลังมีบทบาทเป็น Core Engine ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาเมือง เพราะการมีสุขภาพที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับบริการทางการแพทย์เท่านั้น แต่รวมถึงการออกแบบและสภาพแวดล้อมที่ผู้คนใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน”

ไทยเร่งเปลี่ยนสู่ Better Living

“ฐิติพร” ระบุว่า ในช่วงที่หลายประเทศเร่งสร้างจุดยืนด้าน Wellness แต่ละตลาดต่างใช้ความได้เปรียบที่แตกต่างกัน สิงคโปร์เน้น Healthcare Innovation และ Precision Medicine ญี่ปุ่นพัฒนาเรื่อง Longevity และ Aging สวิตเซอร์แลนด์เชื่อมความเชี่ยวชาญด้านโรงแรม การแพทย์ และธรรมชาติ ขณะที่ดูไบใช้ Medical Tourism และความสามารถด้านการเชื่อมต่อเป็นตัวขับเคลื่อน

สำหรับไทยจุดแข็งอยู่ที่ทรัพยากรธรรมชาติ อาหาร วัฒนธรรม การบริการแบบไทย การแพทย์แผนไทย และมาตรฐานการแพทย์ระดับสากล สามารถเปลี่ยนประเทศไทยจาก Tourism Destination เป็น Better Living Destination ซึ่งไม่ได้วัดความสำเร็จจากจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาว่าสามารถเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้มาเยือนได้มากเพียงใด ทำให้กลับมาใช้บริการบ่อยขึ้น หรือพำนักนานขึ้นได้หรือไม่

ในมิติเศรษฐกิจ การเชื่อม Wellness เป็นระบบยังมีโอกาสเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานของไทยไปสู่ High Value Chain ตั้งแต่การยกระดับทักษะบุคลากร การพัฒนาพนักงานบริการให้มีองค์ความรู้ด้านสุขภาพ ไปจนถึงการเปิดพื้นที่ให้ SMEs เกษตรกร ร้านอาหาร โรงแรม ค้าปลีก และผู้ประกอบการท่องเที่ยวเข้าไปอยู่ในระบบรายได้เดียวกัน

BDMS ปั้น “เวย์ล่า” นำร่อง

ภายใต้ทิศทางนี้ BDMS จึงได้พัฒนาโครงการ “เวย์ล่า” บนถนนสารสิน ใกล้สวนลุมพินี ให้เป็นโมเดลนำร่องของ Wellness Ecosystem ภายใต้วิสัยทัศน์ “Everyday Wellness for Everyone” โดยไม่ได้วางตำแหน่งเป็นเพียงโครงการอสังหาริมทรัพย์ แต่ต้องการนำการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเข้ามาเชื่อมกับการใช้ชีวิตประจำวัน

ประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ Wellness Clinic, Lifestyle Retail, Urban Wellness Retreat และ Branded Residence จำนวน 262 ยูนิต ภายใต้ Capella Residences

โดย Wellness Clinic จะเป็นแกนหลักที่เชื่อมบริการตรวจและดูแลสุขภาพเข้ากับสินค้า อาหาร และบริการภายในโครงการ ขณะที่ส่วนที่พักและที่อยู่อาศัยจะนำระบบด้านสุขภาพและบริการทางการแพทย์เข้ามารองรับการใช้ชีวิตทั้งระยะสั้นและระยะยาว

“เวย์ล่า” จึงถือเป็นหนึ่งในโมเดลการพัฒนา Wellness Economy และยกระดับมูลค่าของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยได้อย่างชัดเจนในอีก 3-4 ปีข้างหน้า

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Wellness ท่องเที่ยวไทย