อลิอันซ์ อยุธยาลุยต่อ CSR ฟื้นหาดใหญ่เสริมเกราะรับมือน้ำท่วม
เกือบหนึ่งปีหลังมหาอุทกภัยที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นเหตุการณ์ระดับรอบ 100 ปี ได้ซัดถล่มหาดใหญ่เมื่อไตรมาสสุดท้ายของปีก่อน สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินในวงกว้าง
บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิตยังคงเดินหน้าภารกิจฟื้นฟูพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยขยับบทบาทจากการให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนไปสู่การวางระบบป้องกันและเตรียมความพร้อมให้ชุมชนรับมือกับฤดูน้ำหลากที่กำลังจะมาถึงในปีนี้
พัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารลูกค้าและความยั่งยืน อลิอันซ์ อยุธยา เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของภารกิจที่บริษัทกำลังทำอยู่ในหาดใหญ่ขณะนี้ว่า ปีที่แล้วสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หนักหนาเป็นอย่างมาก โดยย้อนกลับไปถึงไตรมาสสุดท้ายของปีก่อน ที่น้ำท่วมหาดใหญ่รุนแรงถึงขั้นที่หลายคนในพื้นที่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นเหตุการณ์ระดับรอบ 100 ปีหรือ 200 ปีจึงจะเกิดขึ้นสักครั้ง

ความสูญเสียครั้งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Allianz SE บริษัทแม่ในเยอรมนี ตัดสินใจส่งเงินช่วยเหลือมายังไทยจำนวน 200,000 ยูโร หรือราว 8 ล้านบาท ซึ่งพัชราเปิดเผยว่า ถูกแบ่งออกเป็นสองก้อนตามช่วงเวลาและวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน
เงินก้อนแรกเป็นเรื่องของการช่วยเหลืออย่างฉุกเฉิน โดยอลิอันซ์ อยุธยา ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงาแบ่งการใช้เงินออกเป็นสามส่วน คือ 50% สำหรับการซ่อมสร้างบ้านเรือน 40% สำหรับซื้อเครื่องใช้จำเป็นให้ครัวเรือนกลับมาใช้ชีวิตได้ และอีก 10% เป็นการช่วยฟื้นฟูอาชีพให้ผู้ประสบภัย
ผลจากการดำเนินงานช่วงนั้นเข้าถึง 33 ชุมชน ช่วยเหลือประชาชนได้กว่า 2,500 คน
ต่อจากนั้นในช่วงต้นปีนี้ พนักงานและตัวแทนยังได้ร่วมมือกับมูลนิธิกระจกเงาอีกครั้ง เพื่อซ่อมแซมโรงเรียนแห่งหนึ่งให้เด็ก ๆ กลับมามีที่เรียนหนังสือได้ตามปกติ ซึ่งฝ่ายข้อมูลระบุว่าเป็นห้องสมุดโรงเรียนบ้านใต้ ตำบลคูเต่า ที่ทำให้นักเรียนกว่า 300 คนกลับมาใช้พื้นที่การเรียนรู้ได้อีกครั้ง โดยมีอาสาสมัครกว่า 50 คนร่วมลงแรง
ส่วนเงิน 500,000 บาทที่มอบให้โรงพยาบาลหาดใหญ่เพื่อฟื้นฟูอุปกรณ์และโครงสร้างทางการแพทย์ที่เสียหายนั้น เป็นคนละก้อนกับงบฯ จากบริษัทแม่ แต่เป็นงบฯ ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (ซีเอสอาร์) ที่อลิอันซ์ อยุธยา ในประเทศไทยจัดสรรขึ้นเอง
เตรียมตัวก่อนน้ำมา
พัชราเปิดเผยถึงงาน “Hug Heartyai” ที่จัดขึ้นในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า ช่วงเวลานี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญของภารกิจ จากการซ่อมแซมฟื้นฟู สู่การป้องกันล่วงหน้า โดยจัดงานร่วมกับ Hatyai Connext และภาคีในพื้นที่ มีเป้าหมายเพื่อสร้างข้อมูลให้คนในชุมชนตอบคำถาม 4 ข้อได้ด้วยตัวเอง คือ บ้านของตัวเองอยู่ในจุดเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง ต้องทำอย่างไรเมื่อถึงเวลาจริง และมีเครือข่ายติดต่อฉุกเฉินติดตัวไว้หรือยัง




ภายในงาน อลิอันซ์ อยุธยา เปิดตัวนิทรรศการ “Level Up the Care” ที่ดัดแปลงพื้นที่สาธารณะให้กลายเป็นเขาวงกตห่วงยางเชิงประสบการณ์ ผสานงานศิลปะเข้ากับการเรียนรู้เรื่องรับมืออุทกภัย แบ่งเป็น 4 โซน ตั้งแต่การทำความเข้าใจสาเหตุน้ำท่วมในหาดใหญ่ บทเรียนจากอุทกภัยที่ผ่านมา ระบบเตือนภัยและการติดตามข้อมูล ไปจนถึงบทบาทของเครือข่ายชุมชนในการช่วยเหลือกันเอง
พร้อมมี Hardware Booth แจกอุปกรณ์เอาตัวรอด เช่น ไฟฉายและเข็มเย็บผ้า สำหรับปฐมพยาบาลเบื้องต้น ซึ่งพัชราระบุว่า ตั้งใจให้งานนี้เป็นมากกว่าของกินตามงานบรรเทาทุกข์ทั่วไป
อีกส่วนหนึ่งของงบประมาณก้อนที่ 2 ถูกนำไปใช้สอนทักษะเอาตัวรอดในน้ำให้เด็กอายุ 8-12 ปี ผ่านกิจกรรมสองวัน พัชราเปิดเผยว่า มีเด็ก 50 คนสมัครเข้าร่วมเอง และอีก 50 คนมาจากโรงเรียน 10 แห่งที่ส่งนักเรียนเข้าร่วมโรงเรียนละ 5 คน รวมเป็น 100 คน โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญมาสอนเรื่องการลอยตัวในน้ำและการทำ CPR เพื่อให้เด็กมีทักษะช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งเธอมองว่าจะช่วยให้พ่อแม่เบาใจลงไปได้บ้าง
และงบประมาณก้อนที่สามถูกนำไปใช้ปรับปรุงและขยายระบบกล้องมอนิเตอร์ระดับน้ำตามคลองต่าง ๆ ซึ่งเดิมริเริ่มโดยมูลนิธิ SCCCRN (Songkhla Climate and Resilient Network)
พัชราระบุว่า ก่อนหน้านี้พื้นที่มีกล้องมอนิเตอร์อยู่ราว 10 กว่าตัว และมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลผ่านเว็บไซต์อยู่แล้ว แต่เงินสนับสนุนจากอลิอันซ์ช่วยให้ซ่อมแซมกล้องเดิมและขยายจำนวนขึ้นเป็นกว่า 70 ตัวในปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังมีการประสานข้อมูลกับอีกหน่วยงานหนึ่งในพื้นที่ที่ดูแลข้อมูลปริมาณฝนและการคาดการณ์น้ำ เพื่อให้ข้อมูลที่ส่งถึงชุมชนแม่นยำที่สุด โดยระบบจะมีสัญญาณไฟเขียว เหลือง แดง บอกระดับความพร้อมในการอพยพ แต่ย้ำว่าประชาชนไม่ควรดูข้อมูลจากจุดเดียว เพราะแต่ละคลองมีลักษณะการรับและระบายน้ำต่างกัน คลองหนึ่งอาจไม่เหมือนอีกคลองหนึ่ง ปริมาณน้ำที่ไหลออกอาจไม่เท่ากัน จึงจำเป็นที่ประชาชนต้องประเมินตัวเองควบคู่ไปด้วยว่าที่บ้านมีผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้พิการ หรือเด็กเล็กหรือไม่ และมีแผนการอพยพของตัวเองอย่างไร
พัชรากล่าวทิ้งท้ายว่า เดือนตุลาคมนี้จะมีหน่วยงานเข้ามาช่วยจัดซ้อมแผนอพยพให้ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเธอเชื่อว่าเป็นสิ่งจำเป็น เพราะขณะนี้ทุกคนในพื้นที่เริ่มตื่นตัวกันแล้ว
ส่วนบทบาทของอลิอันซ์ อยุธยา ในภาพรวมนั้น เธอสรุปว่าเป็นเพียงการลงเงิน ลงแรง และลงความห่วงใย ก่อนย้ำว่าท้ายที่สุดแล้วความปลอดภัยของแต่ละครัวเรือนขึ้นอยู่กับตัวเองเป็นหลัก
“ถ้าเราประเมินตัวเราเอง เราเตรียมพร้อมดี สติมันจะมา มันจะไม่เกิดการแพนิกและตื่นตระหนก เราจะทำได้อย่างที่เราตั้งใจและวางแผนไว้”