เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หุ้นไทย 6 กลุ่มน่าลงทุน ครึ่งปีหลังเทรนด์ SET ขาขึ้น
Finance หุ้นไทย 6 กลุ่มน่าลงทุน ครึ่งปีหลังเทรนด์ SET ขาขึ้น
26 ปี เดอะมอลล์โคราช จับตาสลัดภาพศูนย์การค้าในตำนาน สู่โมเดลใหม่
Real Estate 26 ปี เดอะมอลล์โคราช จับตาสลัดภาพศูนย์การค้าในตำนาน สู่โมเดลใหม่
‘พราว-BNH’ ปั้นโมเดลใหม่ ที่อยู่อาศัย Longevity ครบวงจร
Real Estate ‘พราว-BNH’ ปั้นโมเดลใหม่ ที่อยู่อาศัย Longevity ครบวงจร
กฎคัดกรอง ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ บทพิสูจน์ฝีมือไทยรับมืออุตฯ อนาคต
Economic กฎคัดกรอง ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ บทพิสูจน์ฝีมือไทยรับมืออุตฯ อนาคต
เปิดงานวิจัยธรรมศาสตร์ การออกแบบ ‘โรงเรียน’ เพื่อรับมือเหตุกราดยิง
การศึกษา เปิดงานวิจัยธรรมศาสตร์ การออกแบบ ‘โรงเรียน’ เพื่อรับมือเหตุกราดยิง
เชลซี ต้องลุ้นแชมป์
คุยกับเอกราช เชลซี ต้องลุ้นแชมป์
ฝ่ายค้าน พร้อมยื่นซักฟอกปลาย ส.ค. จ่อชำแหละ “คดีฮั้ว สว.-ทุจริตสอบ” เชื่อไม่เสียของ
Politics ฝ่ายค้าน พร้อมยื่นซักฟอกปลาย ส.ค. จ่อชำแหละ “คดีฮั้ว สว.-ทุจริตสอบ” เชื่อไม่เสียของ
นายกฯ ย้ำเบรก ‘แลนด์บริดจ์’ ลุยพัฒนา ‘Missing Link’ เชื่อคนใต้ไม่ทิ้งโอกาส
Economic นายกฯ ย้ำเบรก ‘แลนด์บริดจ์’ ลุยพัฒนา ‘Missing Link’ เชื่อคนใต้ไม่ทิ้งโอกาส
อลิอันซ์ อยุธยาลุยต่อ CSR ฟื้นหาดใหญ่เสริมเกราะรับมือน้ำท่วม
SD อลิอันซ์ อยุธยาลุยต่อ CSR ฟื้นหาดใหญ่เสริมเกราะรับมือน้ำท่วม
Wellness Economy โอกาสใหม่อนาคตท่องเที่ยวไทย
Economic Wellness Economy โอกาสใหม่อนาคตท่องเที่ยวไทย
ดูทั้งหมด

ถอดรหัสปรากฏการณ์ ‘ก่อนตาย’ คอนเสิร์ตร้อยล้านของ BIG ASS จาก ‘วันแยกทาง’ สู่ ‘5 รอบอิมแพ็ค’

08 ส.ค. 2569 | 17:14น.
BIG ASS

หากย้อนเวลากลับไปเมื่อเกือบสามทศวรรษก่อน คงไม่มีใครคาดคิดว่าวงดนตรีวงนี้ที่เริ่มต้นจากมิตรภาพในวัยเรียน จะเดินทางมาไกลจนถึงจุดที่สามารถขายบัตรคอนเสิร์ตใหญ่ ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ได้หมดเกลี้ยงถึง 5 รอบการแสดง รวมผู้ชมกว่า 65,000 คน

ปรากฏการณ์ “ไทยประกันชีวิต presents BIG ASS คอนเสิร์ตใหญ่ ก่อนตาย” ไม่ใช่แค่เรื่องของความสำเร็จเชิงตัวเลขระดับร้อยล้าน แต่มันคือบทสรุปของมิตรภาพ ความฝัน รอยร้าว และการเติบโตของวงร็อกระดับตำนานของเมืองไทย

จุดเริ่มต้นจากเพื่อนมัธยม สู่วงร็อกประวัติศาสตร์

การรวมตัวของ BIG ASS มีจุดเริ่มต้นจาก หมู – อภิชาติ พรมรักษา และ อ๊อฟ – พูนศักดิ์ จตุระบุล ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนสมัยมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ทั้งคู่เริ่มทำวงดนตรีร่วมกันตั้งแต่ตอนนั้นแต่ยังไม่ได้จริงจังมากนัก จนกระทั่งเรียนจบและแยกย้ายกันไปเรียนต่อ

จุดเชื่อมโยงสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ อ๊อฟ เข้าไปศึกษาต่อที่วิทยาลัยก่อสร้างดุสิต จึงได้ชวนเพื่อนร่วมวิทยาลัยอย่าง แด๊ก – เอกรัตน์ วงศ์ฉลาด มาร่วมร้องนำ ในขณะเดียวกัน หมู ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยช่างศิลป ก็ได้ชวนเพื่อนร่วมวิทยาลัยคือ ต้น – เอกรัตน์ รัตนปิณฑะ มารับหน้าที่เล่นเบส (มือเบสคนแรกของวง) เมื่อได้สมาชิก 4 คนแล้ว วงยังขาดตำแหน่งมือกลอง หมูจึงตัดสินใจชวนน้องชายของเขา กบ – ขจรเดช พรมรักษา เข้ามาเสริมทัพ จนกลายเป็นไลน์อัปยุคก่อตั้งที่พร้อมออกเดินทางในสายดนตรี

เส้นทางความสำเร็จ และตัวเลขมูลค่าระดับร้อยล้าน

หลังจากแจ้งเกิดกับค่าย Music Bugs ในอัลบั้ม Not Bad, XL และ My World ที่มีเพลงฮิตอย่าง ทางผ่าน และ BIG ASS ก็ย้ายเข้าสู่ค่าย genie records ในเครือ GMM Grammy พร้อมสร้างยุคทองในอัลบั้มชุด “Seven” วางจำหน่ายในปี 2547 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายและสร้างเพลงร็อกขึ้นหิ้งไว้มากมาย เช่น เล่นของสูง, ดีแต่ปาก, ยักษ์ใหญ่ไล่ยักษ์เล็ก, คนไม่เอาถ่าน และเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่คนวงการดนตรียกย่องว่าเป็นอัลบั้มที่ขับเคลื่อนวงการเพลงร็อกไทยในยุค 2000s ให้เติบโตอย่างมาก

หลังจากความสำเร็จอันเกรียงไกรของอัลบั้ม Seven วง BIG ASS ได้ตอกย้ำความเป็นวงร็อกระดับแนวหน้าของประเทศด้วยอัลบั้มชุดที่ 5 “Begins” (วางจำหน่ายในปี 2549) ที่มาพร้อมซาวนด์ดนตรีร็อกที่เข้มข้น มีเพลงฮิตสร้างชื่ออย่าง ข้าน้อยสมควรตาย, พรหมลิขิต

ตามด้วยอัลบั้มชุดที่ 6 “LOVE” วางจำหน่ายในปี 2551 ซึ่งนับเป็นอัลบั้มเต็มชุดสุดท้ายในยุคที่มี แด๊ก – เอกรัตน์ วงศ์ฉลาด ทำหน้าที่นักร้องนำ อัลบั้มนี้ถ่ายทอดมุมมองความรักในมิติต่างๆ อย่างลึกซึ้ง และสร้างเพลงร็อกระดับมหาชนที่เปิดร้องตามกันได้ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เพลงฝุ่น, หัวใจ, อย่างน้อย (เพลงประกอบภาพยนตร์ ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น), รัก และ เพลงส่งท้ายคนเก่า ต้อนรับคนใหม่ ก่อนที่วงจะเข้าสู่ช่วงเว้นวรรคและเกิดจุดเปลี่ยนสำคัญในการแยกทางเดินในเวลาต่อมา

ความสำเร็จที่สะสมมาตลอด 29 ปี ถูกส่งต่อมาถึงคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งนี้ โดยประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจเบื้องต้นได้ว่า ยอดขายบัตรที่มีราคาตั้งแต่ 1,500 ถึง 4,000 บาท เมื่อคำนวณจากจำนวน 65,000 ใบ ทั้ง 5 รอบ รวมทั้งรายได้จากสปอนเซอร์และของที่ระลึก เมื่อบวกรายได้จากผู้สนับสนุนหลัก และยอดจำหน่ายสินค้าลิขสิทธิ์หน้างาน คาดว่าจะสร้างมูลค่าสะพัดรวมทั้งโปรเจกต์สูงถึง 150 – 200 ล้านบาท

โดยมีสมาชิกวง BIG ASS บนเวทีคอนเสิร์ตใหญ่

  1. เดชา โคนาโล (เจ๋ง): ร้องนำ
  2. เอกรัตน์ วงศ์ฉลาด (แด็กซ์): ร้องนำ
  3. พูนศักดิ์ จตุระบุล (อ๊อฟ): กีตาร์
  4. อภิชาติ พรมรักษา (หมู): กีตาร์
  5. พงษ์พันธ์ พลสิทธิ์ (โอ๊ค): เบส
  6. ขจรเดช พรมรักษา (กบ): กลอง
  7. อธิพงษ์ หวานเหลือ (ตั้ม): กลอง

ปม SuckSeed ปัญหาสุขภาพเสียง และรอยร้าวสู่การแยกทาง

ช่วงเวลาของ แด๊กซ์ อดีตนักร้องนำวง Big Ass ที่มีความเกี่ยวโยงกับภาพยนตร์เรื่อง SuckSeed ห่วยขั้นเทพ และรอยร้าวในวง เกิดขึ้นในช่วงปี 2554 – 2555 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการเพลงร็อกไทย โดยมีรายละเอียดลำดับเหตุการณ์ ดังนี้

จุดเริ่มต้นและเพลง ‘ทุ้มอยู่ในใจ’ : ในปี 2554 ทางค่าย GTH ได้ปล่อยภาพยนตร์เรื่อง SuckSeed ห่วยขั้นเทพ โดยมีเพลงประกอบหลักคือ ทุ้มอยู่ในใจ ซึ่งอ๊อฟ ให้สัมภาษณ์ในรายการป๋าเต็ดทอล์คว่า เพลงนี้เองคือความเข้าใจผิดที่ก่อให้เกิดความน้อยใจในทางฝั่งแด็กซ์ ซึ่งจริง ๆ แล้วตามกระบวนการทำเดโมต้องร้องไกด์ พี่เก้ง (จิระ มะลิกุล โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์เรื่อง “SuckSeed ห่วยขั้นเทพ) อยากได้เนื้อเพลงในไกด์ อ๊อฟเลยร้องไกด์โดยใส่เนื้อเพลงไปด้วย ช่วงนั้นเสียงแด็กซ์ก็มีปัญหาทำให้ยากต่อการอัดเสียง แต่ก็พยายามทำเสียงแด็กซ์ส่งไปแต่พี่เก้งชอบเดโมมากกว่าพอเอาไปวางแล้ว “มันเข้ากับหนังเปลี่ยนไม่ได้แล้วทำไงได้บ้าง” พี่เก้งถามอ๊อฟ อ๊อฟคิดว่า

“เฮ้ยมันหนังเขาไม่ใช่เรื่องของเราแม้แต่คำว่า ‘ทุ้มอยู่ในใจ’ ก็มาจากเขา เรื่องแบบนี้เราต้องตามเขา”

อ๊อฟ เล่าว่า ทุกอย่างเร็วมากวันรุ่งขึ้นถ่ายเอ็มวีไม่แปลกที่แด็กซ์จะน้อยใจ มองคนละมุมกันกบก็มองว่าดีด้วยซ้ำแด็กซ์จะได้พักอย่างน้อยก็หนึ่งเพลงในโชว์ อย่างไปถ่ายเอ็มวีอ๊อฟก็ไปคนเดียวคนอื่นในวงก็ไม่ได้ไป ช่วงนี้ที่แด็กซ์ทำงานเพลงเดี่ยวเวลาเล่นคอนเสิร์ตมักเอาเพลงนี้มาร้อง เพราะ “ทุ้มอยู่ในใจ” เป็นเพลงที่ทำให้แด็กซ์รู้สึกว่าเพราะเพลงนี้ทำให้เขาไม่ได้อยู่ในวงนี้อีกต่อไป มันแสดงให้เห็นว่าทุกคนต่างมองกันคนละมุมจนเกิดความไม่เข้าใจกัน

รอยร้าวและการพักวง Big Ass: เมื่อความสนุกในอดีตเปลี่ยนเป็นความรับผิดชอบและภาระงานที่กดดัน ช่องว่างระหว่างสมาชิกจึงเริ่มก่อตัวขึ้น แด๊กซ์เริ่มหันไปให้ความสนใจกับการขี่รถมอเตอร์ไซค์เดินทางเพื่อหาอิสระให้ตัวเอง ในขณะที่สมาชิกคนอื่นๆ ในวงยังคงมุ่งมั่นและโฟกัสกับการทำเพลงในห้องอัด ไลฟ์สไตล์ที่แยกย้ายและการสื่อสารที่ลดลงกลายเป็นรอยร้าวสะสม

การแยกทางของแด๊กซ์: ทางวงตัดสินใจประกาศหยุดรับงานชั่วคราวเพื่อเคลียร์ปัญหาภายใน ทว่าในที่สุดในปี 2555 แด๊กซ์และวง Big Ass ก็ได้ตัดสินใจแยกทางกันอย่างเป็นทางการ

สมาชิกที่เหลือของ BIG ASS ได้เปิดตัว เจ๋ง – เดชา โคนาโล เข้ามารับหน้าที่นักร้องนำคนใหม่บนเวทีคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในงาน “มัน ไก่ มาก 2” (Chick Mountain Music Festival #2) ที่ค่ายเพลงเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมซิงเกิล “แดนเนรมิต” และต่อมาได้นำพาบทเพลงอย่าง ลมเปลี่ยนทิศ และอัลบั้ม The Lion ก้าวผ่านความกดดันพร้อมสร้างฐานแฟนเพลงยุคใหม่ตลอดกว่าหนึ่งทศวรรษ

ขณะที่แด๊กซ์ผันตัวไปทำโปรเจกต์รายการทีวี Rock Rider ร่วมกับ ‘หรั่ง ซิลลี่ ฟูลส์’ เล่นคอนเสิร์ตช่วยเด็กยากไร้ และเปิดตัวซิงเกิล “คนตายที่หายใจ” ในปี 2557 เดินหน้าในฐานะศิลปินเดี่ยว Dax Rock Rider

ภาพประวัติศาสตร์ 30 มีนาคม 2569: “เมื่อถึงเวลา” และการปลดล็อกในรอบ 15 ปี

หลังจากต่างคนต่างเดินไปตามเส้นทางของตัวเองมายาวนาน ภาพจำที่สลายความคลางแคลงใจของแฟนเพลงทั่วประเทศเกิดขึ้นใน วันที่ 30 มีนาคม 2569 ซึ่งถือเป็นภาพประวัติศาสตร์การกลับมารวมตัวกันครั้งแรกในรอบ 15 ปี

เพจอย่างเป็นทางการของวง BIG ASS ได้โพสต์คลิปและภาพถ่ายร่วมเฟรมสุดซึ้งที่กลายเป็นกระแสไวรัล ขณะที่ แด๊กซ์ – เอกรัตน์ วงศ์ฉลาด ได้โพสต์คลิปผ่านเฟซบุ๊ก “DAX ROCK RIDER” พร้อมเขียนข้อความสั้นๆ ว่า “เมื่อถึงเวลา” ถ่ายทอดโมเมนต์การนั่งร้องไห้พร้อมเผยความในใจต่อหน้าเพื่อนๆ ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตื้นตันว่า

“กูคิดถึงพวกมึง ในใจกูคิดถึงพวกมึง เราโตมาด้วยกัน เรื่องต่างๆ ช่างมันกูคิดถึงพวกมึง ไม่ต้องกลับมารวมกันก็ได้แต่กูคิดถึงพวกมึง”

เหตุการณ์ในวันนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ปลดล็อกรอยร้าวในอดีต นำไปสู่มูฟเมนต์การกลับมารวมตัวบนเวทีเดียวกันในที่สุด

มูฟเมนต์สำคัญ: การกลับมารวมตัวของสองยุค

ความพิเศษที่สุดของ “BIG ASS คอนเสิร์ตใหญ่ ก่อนตาย” คือการเป็นพื้นที่นำสมาชิกจากทั้งสองยุคกลับมาร่วมสร้างประวัติศาสตร์บนเวทีเดียวกัน

แด๊กซ์ – เอกรัตน์ วงศ์ฉลาด ได้โพสต์ถึงบรรยากาศในวันที่กลับมารวมตัวถ่ายโปสเตอร์ ว่า

“วันที่ถ่ายโปสเตอร์คอนเสิร์ตก่อนตาย มันเหมือนผมย้อนเวลากลับไป ความรู้สึกมันเหมือนวันที่เราถ่ายปกอัลบั้มกันครั้งแรก เพราะบุคลิกทุกคนยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยน นอกจากอายุที่เปลี่ยนไป”

ขณะที่ หมู – อภิชาติ พรมรักษา กีตาร์ของวง ได้กล่าวยืนยันถึงการร่วมงานในครั้งนี้ ว่า

“พี่แด็กซ์ไม่ใช่แขกรับเชิญนะ แต่มันคือบิ๊กแอสทั้งสองยุค จินตนาการ ไปรอเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

การส่งไม้ต่อตำแหน่งมือกลอง และภาพบันทึกความทรงจำ

นอกจากนี้นี่ยังเป็นคอนเสิร์ตที่ กบ – ขจรเดช พรมรักษา ประกาศส่งต่อตำแหน่งมือกลองบนเวทีให้กับ ตั้ม – อธิพงษ์ หวานเหลือ อย่างเป็นทางการ เนื่องจากปัญหาสุขภาพกระดูกหลัง

“หลังจบคอนเสิร์ตครั้งนี้ ผมคงจะวานให้ตั้มตีกลองเดินทางต่อกับวงไปยาวๆ เนื่องด้วยปัญหากระดูกหลังของผมอย่างที่รู้กัน แล้วผมจะถอยมาอยู่ในตำแหน่งผู้ซัพพอร์ตวงอย่างเต็มตัว.. คิดแล้วก็ใจหาย แต่างน้อยครั้งนี้มันก็สวยงามที่สุดแล้ว..” กบ ขจรเดช

ด้าน ตั้ม อธิพงษ์ น้องเล็กผู้รับหน้าที่ตีกลองแทน ได้เปิดใจถึงความรู้สึกหลังได้ถ่ายภาพร่วมกับพี่ๆ ทั้ง เจ๋ง, แด๊กซ์, กบ, อ๊อฟ, หมู และโอ๊ค ว่า

“ขอบคุณพี่ๆ Big Ass ทุกคนมากๆ จริงๆ พี่เจ๋ง พี่แด็กซ์ พี่กบ พี่อ็อฟ พี่หมู พี่โอ๊ค ขอบคุณที่ต้อนรับผมอย่างอบอุ่นเสมอมา… วันที่พี่ๆ บอกให้ไปถ่ายด้วยกัน ผมกลับมาบ้านแล้วเข้าไปนั่งร้องไห้คนเดียวในห้องน้ำ ชีวิตนักดนตรีจากบ้านนอกคนนึงที่พกความฝันใส่กระเป๋ามาเมืองกรุงได้ Complete ลงแล้ว”

การขายตั๋วหมด 5 รอบการแสดง ณ อิมแพ็ค อารีน่า ไม่ได้เป็นเพียงข้อพิสูจน์เรื่องความสำเร็จเชิงธุรกิจดนตรีเท่านั้น แต่ในมิติของความรู้สึก มันคือการปิดฉากความคลางแคลงใจในอดีต แล้วเปิดหน้าบันทึกใหม่ที่งดงามที่สุดของ BIG ASS วงร็อกที่เริ่มต้นจากเพื่อน ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านรอยร้าว จนกลับมากอดคอกันสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกับแฟนเพลงได้อีกครั้ง