เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หุ้นไทย 6 กลุ่มน่าลงทุน ครึ่งปีหลังเทรนด์ SET ขาขึ้น
Finance หุ้นไทย 6 กลุ่มน่าลงทุน ครึ่งปีหลังเทรนด์ SET ขาขึ้น
26 ปี เดอะมอลล์โคราช จับตาสลัดภาพศูนย์การค้าในตำนาน สู่โมเดลใหม่
Real Estate 26 ปี เดอะมอลล์โคราช จับตาสลัดภาพศูนย์การค้าในตำนาน สู่โมเดลใหม่
‘พราว-BNH’ ปั้นโมเดลใหม่ ที่อยู่อาศัย Longevity ครบวงจร
Real Estate ‘พราว-BNH’ ปั้นโมเดลใหม่ ที่อยู่อาศัย Longevity ครบวงจร
กฎคัดกรอง ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ บทพิสูจน์ฝีมือไทยรับมืออุตฯ อนาคต
Economic กฎคัดกรอง ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ บทพิสูจน์ฝีมือไทยรับมืออุตฯ อนาคต
เปิดงานวิจัยธรรมศาสตร์ การออกแบบ ‘โรงเรียน’ เพื่อรับมือเหตุกราดยิง
การศึกษา เปิดงานวิจัยธรรมศาสตร์ การออกแบบ ‘โรงเรียน’ เพื่อรับมือเหตุกราดยิง
เชลซี ต้องลุ้นแชมป์
คุยกับเอกราช เชลซี ต้องลุ้นแชมป์
ฝ่ายค้าน พร้อมยื่นซักฟอกปลาย ส.ค. จ่อชำแหละ “คดีฮั้ว สว.-ทุจริตสอบ” เชื่อไม่เสียของ
Politics ฝ่ายค้าน พร้อมยื่นซักฟอกปลาย ส.ค. จ่อชำแหละ “คดีฮั้ว สว.-ทุจริตสอบ” เชื่อไม่เสียของ
นายกฯ ย้ำเบรก ‘แลนด์บริดจ์’ ลุยพัฒนา ‘Missing Link’ เชื่อคนใต้ไม่ทิ้งโอกาส
Economic นายกฯ ย้ำเบรก ‘แลนด์บริดจ์’ ลุยพัฒนา ‘Missing Link’ เชื่อคนใต้ไม่ทิ้งโอกาส
อลิอันซ์ อยุธยาลุยต่อ CSR ฟื้นหาดใหญ่เสริมเกราะรับมือน้ำท่วม
SD อลิอันซ์ อยุธยาลุยต่อ CSR ฟื้นหาดใหญ่เสริมเกราะรับมือน้ำท่วม
Wellness Economy โอกาสใหม่อนาคตท่องเที่ยวไทย
Economic Wellness Economy โอกาสใหม่อนาคตท่องเที่ยวไทย
ดูทั้งหมด

OEC Hackathon ยุวนวัตกร ทำไม/ทำใจ/ทำจริง

23 ก.พ. 2569 | 15:14น.
Young Innovators
คอลัมน์ : ร่วมด้วยช่วยคิด
ผู้เขียน : ดร.นครินทร์ อมเรศ ธนาคารแห่งประเทศไทย

คนรุ่นใหม่กับเทคโนโลยีเป็นของคู่กัน แล้วคนรุ่นกลางเก่ากลางใหม่อย่างผู้เขียนและคนรุ่นใหญ่จะเรียนรู้จากคนรุ่นใหม่อย่างไร ?

บทความนี้จึงขอแบ่งปันประสบการณ์ดี ๆ จากการได้รับเกียรติร่วมเป็นกรรมการในงาน OEC Hackathon Season 2 : Hack my Hometown “คิด สร้าง เปลี่ยน สู่ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน” (รับชมรอบชิงชนะเลิศย้อนหลังได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=5r6RykCrgUQ)

การที่งานจัดขึ้นเป็นปีที่สองทำให้เห็นพัฒนาการอย่างชัดเจนในด้านรูปแบบ กระบวนการ เนื้อหา และการบริหารจัดการ ต้องขอขอบคุณเจ้าภาพอย่าง Office of the Education Council (OEC) ที่แสดงแบบอย่างในการปรับตัวให้เท่าทันยุคสมัย เอื้อให้ผู้เข้าร่วมทำการบ้าน เพื่อคิด สร้าง และเปลี่ยนชุมชน ได้อย่างครบถ้วนตามหัวข้อ

น้อง ๆ 10 จาก 614 ทีมทั่วประเทศที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 ก.พ. 69 ล้วนแต่มีของ และขายของเก่ง แปลงความคิดเป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์และบริการ โดยคำนึงถึงประสบการณ์และการเชื่อมโยงกับผู้ใช้งาน (User Experience : UX และ User Interface : UI) เป็นศูนย์กลาง กลมกลืนกับแบบจำลองการพัฒนาธุรกิจในโลกปัจจุบันอย่างน่าชื่นชม

ในส่วนของผู้เขียนแล้ว ขอประมวลสิ่งที่ได้เรียนรู้จากน้อง ๆ ออกเป็นสามขั้นตอน Hackathon ดังนี้

ทำไม ? ฟังเสียงเรียกร้องจากชุมชนให้ลุกขึ้นมามีส่วนร่วม

โจทย์ที่เกิดขึ้นในชุมชน และส่งผลระดับประเทศ ถูกคัดสรรมานำเสนอ ทั้งผลของการเกิดไฟป่าที่ทำให้เกิด PM 2.5 การบริโภคอาหารรสเค็มเกินขนาดจนกระทั่งเกิดภาวะโรคไต หรือความเครียดสะสมในการใช้ชีวิตท่ามกลางแรงกดดันของนักเรียนนักศึกษาในเมืองซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพกาย และสุขภาพจิตของทรัพยากรมนุษย์สำคัญของไทย เป็นต้น

น่าทึ่งที่น้อง ๆ ทุกทีมทำถึง จึงเข้าใจโจทย์ถึงระดับแกนและอณูของปัญหา และแจกแจงที่มาที่ไปอย่างชัดเจน มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ ซึ่งแม้จะมีส่วนที่คณะกรรมการเล็งเห็นถึงรูปแบบการเล่าเรื่องที่มี Pattern คล้ายคลึงกัน และมีการใช้ Generative AI ในการสร้างเอกสารนำเสนอค่อนข้างมากในบางกลุ่ม จนทำให้ขาดเอกลักษณ์ของงานและต้องใช้เวลาในช่วงถามตอบเพื่ออธิบายเสน่ห์ของผลิตภัณฑ์และบริการแทนที่จะชูจุดขายได้ภายในเวลา Pitch ก็ตาม ภาพรวมถือว่าสอบผ่าน และมีหลายทีมที่นำเสนอได้อย่างเร้าใจ ทำให้กรรมการเหมือนกับกำลังรับชมภาพยนตร์ Sci-Fi ที่มาพร้อมการสัมผัสผลิตภัณฑ์แบบ 4D

ทำใจ ! ตั้งหลักคิดอย่างมีสติและเป็นกลาง ค้นคว้าผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

ลองนึกดูว่าในโลกโซเชียลมีเดียนั้น การผสมโรงแชร์ปัญหาพร้อมกับคำติดูจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไวได้อย่างเหลือเชื่อ ซึ่งแม้หลาย ๆ ความเห็นจะแฝงไว้ด้วยมุมมองข้อเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาอยู่ด้วย แต่การจะตั้งสติ เลิกอคติและความคิดเชิงลบออกไป แล้วคงเหลือไว้ซึ่งแก่นความคิดบวกที่สร้างสรรค์ เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก จึงน่าดีใจที่น้อง ๆ ทุกทีม ผสมผสานมุมมองจากโลกโซเชียล เข้ากับสถานการณ์ในพื้นที่จริง แล้วกำหนดปัญหาอย่างชัดเจนผ่านการระดมสมองกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างรอบด้าน

ผลการทำงานได้สะท้อนผ่านความแน่วแน่ในการนำเสนอ และการเป็นเจ้าของชิ้นงานที่มีความใส่ใจ และสัมผัสได้ถึงความ “อิน” อย่างแท้จริง โดยทุกทีมยังเปิดใจรับฟังมุมมองและความเห็นของคณะกรรมการ แม้บางคำถามอาจถูกขอให้ทวนซ้ำเพราะความไม่เข้าใจอันเนื่องมาจากความต่าง Gen สิ่งนี้ทำให้ผู้เขียนเองได้เรียนรู้กระบวนการสื่อสารระหว่าง Gen และการรับส่งระหว่างคนบนเวทีและคนรอบเวทีด้วย

ทำจริง ! ลงมือ ทดลอง ปรับเปลี่ยน และใช้งานจริง จนเกิดเป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์และบริการ

จุดไคลแมกซ์ของการนำเสนอ คือ การเปิดตัวชิ้นงานต้นแบบที่น้อง ๆ ได้พัฒนาขึ้นและทดลองใช้งานจริงแล้วในพื้นที่ ก่อนที่จะนำมาผ่านกระบวนการขัดเกลาในโครงการ และนำเสนอต่อคณะกรรมการในวันตัดสิน ซึ่งความรู้สึกอิ่มเอมจากห้วงขณะนั้น ยังประทับใจผู้เขียนมาจนถึงขณะที่เขียนบทความนี้ ผลิตภัณฑ์และบริการของน้อง ๆ ไม่เพียงจะตื่นตาตื่นใจ แต่จุดประกายแบบอย่างในการส่งผ่านผลจากการคิดมาเป็นรูปธรรม อาทิ การแจ้งเตือนเฝ้าระวังไฟป่าด้วยข้อมูลดาวเทียมที่ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ AI ด้วยแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model : LLM) ในการวิเคราะห์การแพร่กระจายแล้วแจ้งเตือนผ่านโซเชียลมีเดีย การพัฒนาหุ่นยนต์อัตโนมัติสำหรับตรวจจับโรคบนใบของต้นกาแฟ ช้อนที่ใช้คลื่นกระแสไฟฟ้าในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคโซเดียม ตลอดจน Platform เพื่อนใจให้แนวทางการดูแลสุขภาพจิตสำหรับน้อง ๆ วัยเรียนที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันที่รุนแรง

ผลงานเหล่านี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและการลงมือลงแรงทำงานจริงในการสร้างต้นแบบจากศูนย์ การนำต้นแบบกลับไปทดลองใช้งานและรับฟังความเห็นของผู้ใช้งานจริง ก่อนนำมาปรับแต่งต่อยอด ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมจากล่างขึ้นบน แบบ Bottom-Up ซึ่งดูจะแตกต่างจากแนวทางจากบนลงล่าง หรือ Top-Down ที่ต้องรอให้ผู้มีอำนาจและบทบาทหน้าที่รับผิดชอบสั่งการลงไปจึงจะมีการลงมือทำงาน

อันเป็นวิถีที่คนไทยรุ่นปัจจุบันมองเป็นแนวทางมาตรฐาน ซึ่งผลลัพธ์ที่น่าชื่นใจเหล่านี้แสดงถึงประสิทธิผลของรูปแบบการทำงานของเหล่ายุวนวัตกร ที่น่าจะเป็นบทเรียนให้กับพวกเราคนทำงานอยู่ไม่น้อย

ของที่ถูกจัดทำอย่างประณีต เรื่องราวที่ร้อยเรียงนำเสนออย่างงดงาม และการปฏิสัมพันธ์ระหว่างน้อง ๆ คุณครู ผู้จัดงาน และคณะกรรมการ ได้ทำให้บรรยากาศสร้างพลังบวกอย่างเต็มเปี่ยม ทำให้ผู้เขียนเองมีความหวังต่ออนาคตของชาติ และเชื่อมั่นอย่างที่สุดว่าคนไทยเราจะเอาตัวรอดได้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด

หากจะยังมีข้อสังเกตเพิ่มเติมเพื่อทำให้งานที่ดียิ่งนี้ สามารถยอดเยี่ยมได้ขึ้นไปอีก คือ (1) การสร้างความร่วมมือระหว่างคนที่มีทักษะหลากหลาย หรือการรวมพลัง Synergy ที่จะทำให้เกิดการเติมเต็ม ทั้งในส่วนของ Platform ที่มี UX/UI ดีงาม แต่อาจเสริมมุมมองด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ และ (2) การจัดทำต้นแบบผลิตภัณฑ์ของหลายทีมยังขาดมิติการออกแบบให้อ่อนโยนต่อผู้ใช้และมีความงามในเชิงศิลป์ อันจะสร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้ในวงกว้าง ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่จะสร้างโอกาสให้น้อง ๆ เข้าถึงการรวมพลังดังกล่าว

สุดท้ายนี้ต้องขอแสดงความยินดีกับทุกทีมที่ได้รับประสบการณ์พิเศษนี้ หวังใจเป็นอย่างยิ่งว่าเครือข่ายที่เกิดขึ้น จะทำให้ทุกทีมสามารถต่อยอดผลิตภัณฑ์และบริการ จนนำไปสู่การสร้าง Unicorn อายุน้อยหมื่นล้าน ได้อย่างแท้จริง

ซึ่งไม่เพียงจะทำให้ผู้จัดและคณะกรรมการใจฟู แต่จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวก เพื่อลงมือแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ และนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง

บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของหน่วยงานที่ผู้เขียนสังกัด