กรมการแพทย์แนะผู้ปกครองดูแลบุตรหลานจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น
กรมการแพทย์แนะผู้ปกครองดูแลบุตรหลานจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี พร้อมให้คำปรึกษาด้านการเยียวยาทั้งทางร่างกายและจิตใจ และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลป่วย และให้คำปรึกษาผ่านสายตรง 1415 ตลอด 24 ชั่วโมง
นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย และขอให้กำลังใจผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์กราดยิงที่โรงเรียนในจังหวัดนนทบุรี เหตุการณ์ความรุนแรงที่ปรากฏส่งผลต่ออารมณ์และจิตใจของผู้ปกครองและบุตรหลาน ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้บุตรหลานได้รับผลกระทบทางด้านอารมณ์และจิตใจจากเหตุการณ์นี้
“กรมการแพทย์ มีคำแนะนำเบื้องต้นสำหรับผู้ปกครองในการดูแลบุตรหลาน คือการใช้สื่อของเด็ก ควรจำกัดเวลาในการเข้าถึงสื่อต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับข้อมูลข่าวสารที่จำกัด ไม่มากหรือวนเวียนแต่สิ่งที่ทำให้หดหู่ใจ หากเด็กต้องเข้าถึงสื่อ ควรมีผู้ปกครองดูอยู่ด้วย เพื่อป้องกันการเห็นภาพหรือเนื้อหาที่มีความรุนแรง หรือสร้างความสะเทือนใจแก่เด็ก ในเด็กโตที่เล่น Social media ผู้ปกครองควรแนะนำเรื่องการใช้ Social media อย่างเหมาะสม เช่น หยุดส่งต่อภาพความรุนแรง การวิพากษ์วิจารณ์ข่าวผ่าน Social media โดยสิ่งที่สามารถทำได้ เช่น การให้กำลังใจผ่าน Social media การส่งต่อความช่วยเหลือ เป็นต้น”
นายแพทย์อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวเพิ่มเติมว่า สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี พร้อมให้บริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตเด็กและครอบครัว ตลอด 24 ชั่วโมง โทร. 1415 โดยมีทีมแพทย์ด้านจิตเวชเด็กและวัยรุ่น และสหวิชาชีพ ให้คำแนะนำ นอกจากนี้ ยังมีให้บริการตรวจประเมินสุขภาพจิตเด็กผู้ป่วยนอกในเวลาราชการ โดยให้ความสำคัญด้านบริการส่งเสริม ป้องกัน บำบัด รักษา ฟื้นฟู ตามมาตรฐานวิชาชีพแบบองค์รวมในระดับตติยภูมิ เพื่อดูแลเด็กและครอบครัวได้อย่างครอบคลุมและมีคุณภาพ
แพทย์หญิงศิริรัตน์ อุฬารตินนท์ นายแพทย์เชี่ยวชาญจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น กล่าวต่อว่า หลังเผชิญเหตุการณ์ความรุนแรง เด็กและวัยรุ่นจำนวนมากจะมีปฏิกิริยาทางอารมณ์และทางร่างกายในช่วงแรก ซึ่งถือเป็นปฏิกิริยาปกติต่อเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ ไม่ใช่ความผิดปกติทางจิตเวช โดยอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ หวาดกลัว วิตกกังวล ร้องไห้ง่าย หรือหงุดหงิดมากกว่าปกติ นอนไม่หลับ ฝันร้าย หรือไม่กล้านอนคนเดียว ติดผู้ปกครองมากขึ้น ไม่อยากแยกจาก หรือไม่อยากไปโรงเรียน ปวดศีรษะ ปวดท้อง เบื่ออาหาร โดยตรวจไม่พบสาเหตุทางกาย เด็กเล็กอาจมีพฤติกรรมถดถอย เช่น ปัสสาวะรดที่นอน หรือเล่นเลียนแบบเหตุการณ์ซ้ำ ๆ
“วัยรุ่นอาจแสดงออกเป็นความโกรธ การแยกตัว หรือไม่อยากพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ปฏิกิริยาเหล่านี้มักค่อย ๆ ลดลงภายใน 2 – 4 สัปดาห์ เมื่อเด็กได้รับความมั่นใจในความปลอดภัย ได้รับการรับฟังโดยไม่ถูกบังคับให้เล่า และได้กลับสู่กิจวัตรประจำวันตามปกติโดยเร็ว ผู้ปกครองจึงไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก แต่ควรสังเกตอาการอย่างต่อเนื่อง และดูแลอารมณ์ของตนเองด้วย เนื่องจากเด็กรับรู้ความกังวลของผู้ใหญ่ได้ไวกว่าเนื้อหาข่าว”