เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หุ้นไทย 6 กลุ่มน่าลงทุน ครึ่งปีหลังเทรนด์ SET ขาขึ้น
Finance หุ้นไทย 6 กลุ่มน่าลงทุน ครึ่งปีหลังเทรนด์ SET ขาขึ้น
26 ปี เดอะมอลล์โคราช จับตาสลัดภาพศูนย์การค้าในตำนาน สู่โมเดลใหม่
Real Estate 26 ปี เดอะมอลล์โคราช จับตาสลัดภาพศูนย์การค้าในตำนาน สู่โมเดลใหม่
‘พราว-BNH’ ปั้นโมเดลใหม่ ที่อยู่อาศัย Longevity ครบวงจร
Real Estate ‘พราว-BNH’ ปั้นโมเดลใหม่ ที่อยู่อาศัย Longevity ครบวงจร
กฎคัดกรอง ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ บทพิสูจน์ฝีมือไทยรับมืออุตฯ อนาคต
Economic กฎคัดกรอง ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ บทพิสูจน์ฝีมือไทยรับมืออุตฯ อนาคต
เปิดงานวิจัยธรรมศาสตร์ การออกแบบ ‘โรงเรียน’ เพื่อรับมือเหตุกราดยิง
การศึกษา เปิดงานวิจัยธรรมศาสตร์ การออกแบบ ‘โรงเรียน’ เพื่อรับมือเหตุกราดยิง
เชลซี ต้องลุ้นแชมป์
คุยกับเอกราช เชลซี ต้องลุ้นแชมป์
ฝ่ายค้าน พร้อมยื่นซักฟอกปลาย ส.ค. จ่อชำแหละ “คดีฮั้ว สว.-ทุจริตสอบ” เชื่อไม่เสียของ
Politics ฝ่ายค้าน พร้อมยื่นซักฟอกปลาย ส.ค. จ่อชำแหละ “คดีฮั้ว สว.-ทุจริตสอบ” เชื่อไม่เสียของ
นายกฯ ย้ำเบรก ‘แลนด์บริดจ์’ ลุยพัฒนา ‘Missing Link’ เชื่อคนใต้ไม่ทิ้งโอกาส
Economic นายกฯ ย้ำเบรก ‘แลนด์บริดจ์’ ลุยพัฒนา ‘Missing Link’ เชื่อคนใต้ไม่ทิ้งโอกาส
อลิอันซ์ อยุธยาลุยต่อ CSR ฟื้นหาดใหญ่เสริมเกราะรับมือน้ำท่วม
SD อลิอันซ์ อยุธยาลุยต่อ CSR ฟื้นหาดใหญ่เสริมเกราะรับมือน้ำท่วม
Wellness Economy โอกาสใหม่อนาคตท่องเที่ยวไทย
Economic Wellness Economy โอกาสใหม่อนาคตท่องเที่ยวไทย
ดูทั้งหมด

พาสเวิร์สของรัฐ รั่วซ้ำซาก หนักกว่าโดนแฮก จี้ ยกมาตรฐานไซเบอร์ – จัดจ้างทำซอฟต์แวร์

07 ส.ค. 2569 | 10:06น.

PDPC ฮึ่ม ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลจากหน่วยงานรัฐ เดินหน้าตรวจสอบมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย ขีดเส้นรวบรวมข้อมูล 30 วัน เล็งเอาผิดทั้งทางปกครอง และอาญา ฝั่งผู้เชี่ยวชาญชี้ “รหัสผ่านรั่ว” รุนแรงกว่า “ข้อมูลหลุด” จากการโดนโจมตี ทั้งเป็นปัญหาเชิงระบบและขาดมาตรฐาน PDPA กลางในการจ้างทำซอฟต์แวร์ของรัฐด้วย

พ.ต.อ.สุรพงษ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) เปิดเผย “NewsPulse” หลังจากมีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลประชาชนผ่านการเข้าถึงบัญชีผู้ใช้ และรหัสผ่านของหน่วยงานของรัฐว่า สำนักงาน PDPC และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการระงับเหตุเบื้องต้นด้วยการปิดกั้นช่องโหว่ และการเชื่อมต่อ API ที่เป็นปัญหาแล้ว ซึ่งตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล PDPA หน่วยงานที่ทราบว่ามีการละเมิดข้อมูล ต้องตรวจสอบ และรายงานภายใน 72 ชั่วโมง

ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบเชิงลึกโดยสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) จะเป็นการตรวจสอบทางไซเบอร์ว่าระบบมีข้อบกพร่อมช่องโหว่หรือไม่

ขีดเส้น 30 วันหาคนผิด

ส่วน PDPC จะรวบรวมข้อมูลหลักฐานภายใน 30 วัน เพื่อพิจารณาว่าหน่วยงานดังกล่าวจัดให้มี “มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม” ตามที่กฎหมาย PDPA กำหนดหรือไม่ หากพบว่าบกพร่องจะมีการลงโทษทางปกครองโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ขณะที่การกระทำผิดของบุคคลภายนอกที่เข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบจะถูกดำเนินคดีอาญาอย่างรุนแรง

“ในเบื้องต้นการมีชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่าน ถือว่ามีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมแล้ว แต่ที่จะต้องตรวจสอบคือ มาตรการรหัสผ่านอ่อนแอ และไม่เป็นไปตามมาตรฐานของ PDPA หรือไม่ การใช้หรือตั้งค่า Username และ Password ที่คาดเดาง่าย หรือไม่มีความซับซ้อนเพียงพอถือเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ไม่เหมาะสม ตามหลักเกณฑ์ PDPA ซึ่งเคยมีกรณีที่ถูกชี้มูลความผิด และมีบทลงโทษมาแล้ว”

นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงการพิจารณา “ผู้ควบคุมข้อมูล” มีมาตรการพื้นฐานที่ควรมี เช่น การจำกัดการเข้าถึง และการกำหนดสิทธิ์การใช้งาน การกำกับดูแล ไม่ให้มีการฝ่าฝืนมาตรการที่กำหนดไว้ สำหรับหน่วยงานทั่วไป การใช้ Username และ Password อาจถือว่าเพียงพอในระดับหนึ่ง แต่กับหน่วยงานรัฐอาจจำเป็นต้องมีมาตรการทางไซเบอร์ที่เข้มงวดมากกว่า และการดำเนินการกับหน่วยงานที่ไม่จัดมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเหมาะสม มีโทษทางปกครอง และหากข้อมูลเหล่านั้นส่งความเสียหายถึงประชาชน จะประสานไปยังตำรวจเพื่อดำเนินการทางอาญาอีกด้วย

กูรูชี้ช่องโหว่เชิงระบบ

ด้าน ดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย PDPA กล่าวว่า ปัญหาข้อมูลรั่วไหลในภาครัฐไม่ได้เกิดจากการโดนโจมตีทางไซเบอร์ (Hack) แต่มีสาเหตุหลักมาจาก “ความหละหลวมเชิงระบบ” เช่น การขาดมาตรฐานการกำหนดรหัสผ่านของเจ้าหน้าที่ การบริหารจัดการบริษัทคู่สัญญา (Outsource) ที่ไม่มีประสิทธิภาพ และการขาดการประเมินผลกระทบก่อนเริ่มโครงการ (DPIA)

“ขณะที่รัฐบังคับให้ประชาชนใช้ระบบการยืนยันตัวตนที่เข้มงวด เช่น ผ่านระบบ ThaiD ในการเข้าถึงบริการ แต่กับเจ้าหน้าที่รัฐเองกลับไม่มีการบังคับใช้มาตรฐานเดียวกันในการเข้าถึงฐานข้อมูลสำคัญ ผู้ดูแลระบบในแต่ละหน่วยงานมักกำหนดหลักเกณฑ์การเข้าถึงข้อมูลตามความพอใจ ขาดมาตรฐานกลางที่บังคับใช้ร่วมกัน ทำให้การหลุดรั่วของรหัสผ่านของเจ้าหน้าที่เป็นช่องทางหลักที่ทำให้ข้อมูลรั่วไหล”

และตามหลัก PDPA การที่รหัสผ่านหลุดรั่วถือเป็นกรณีที่รุนแรงกว่าข้อมูลรั่วไหลโดยตรง เพราะเปรียบเสมือนการเปิดประตูให้บุคคลภายนอกเข้าถึงระบบได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องมีการแฮก

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาในเชิงการพัฒนาซอฟต์แวร์ของภาครัฐด้วย เนื่องจากหน่วยงานส่วนใหญ่ขาดผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีและระบบความปลอดภัยจึงต้องพึ่งบริษัทเอกชน หรือ Outsource แต่ขอบเขตงาน (TOR) มักไม่ระบุเงื่อนไขว่าการพัฒนาซอฟต์แวร์ของรัฐต้องมีการทำความปลอดภัยข้อมูลหรือข้อกำหนดตาม PDPA อย่างชัดเจน

โดยเฉพาะการไม่มีสัญญาประมวลผลข้อมูล (Data Processing Agreement – DPA) ที่ปัจจุบันยังไม่มีข้อกำหนดที่เป็นค่าเริ่มต้น (Default) จากกรมบัญชีกลางที่บังคับให้หน่วยงานรัฐต้องทำสัญญา PDPA กับผู้รับจ้าง เพื่อควบคุมไม่ให้ผู้อื่นเข้าถึงข้อมูลโดยไม่มีอำนาจหน้าที่ “บริษัทที่รับงานต่อจากรัฐมักไม่มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือไม่มีโปรแกรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Program) ที่ได้รับมาตรฐาน

เมื่อมีการจ้างช่วงกฎหมายไทยยังขาดความชัดเจนในการควบคุมไปถึงบริษัทที่รับจ้างช่วงต่อ ทำให้การติดตามความรับผิดชอบเมื่อเกิดข้อมูลรั่วไหลทำได้ยาก”

นอกจากนี้ โครงการที่รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของภาครัฐยังมีลักษณะทำแบบ “ชั่วครั้งชั่วคราว” เช่น ไทยเที่ยวไทย เมื่อจบโครงการก็ไม่มีงบฯ รักษาระบบ และไม่มีการสำรวจดูว่าจำเป็นต้องลบทำลายข้อมูลที่ทำงานเสร็จไปแล้วหรือไม่อย่างไร

“ควรต้องมีการกำหนดระเบียบการลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคลทันทีที่สิ้นสุดวัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อลดปริมาณข้อมูลขยะที่มีความเสี่ยงในระบบราชการ แม้กฎหมาย PDPA ของไทยจะใช้ต้นแบบจาก GDPR ของยุโรป แต่ตัดข้อกำหนดการทำ Data Protection Impact Assessment (DPIA) หรือการประเมินผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลก่อนเริ่มโครงการ ทำให้หน่วยงานรัฐเก็บข้อมูลเกินความจำเป็น เช่น เลขบัตรประชาชน 13 หลัก หรือที่อยู่ โดยไม่ได้พิจารณาความเสี่ยง”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

PDPA