1 ทศวรรษ ‘รู้ใจ’ ประกันภัยครึ่งปีเบี้ยพุ่ง 3 เท่า Next Step เพิ่มแชร์ ‘รถยนต์’
เดินทางครบ 1 ทศวรรษอย่างเป็นทางการ สำหรับ “รู้ใจประกันภัย” บริษัทประกันภัย ที่เติบโตจากการเป็นโบรกเกอร์ประกันออนไลน์ เมื่อปี 2559 สู่บริษัทประกันภัยดิจิทัลเต็มรูปแบบ ให้บริการครอบคลุมทั้งการขาย การบริการ สินไหมทดแทน และขยายตลาดสู่อินโดนีเซีย
เบี้ยรวมโต 3 เท่าในรอบ 5 ปี
นายนิโคลัส ฟาเกต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง กลุ่มรู้ใจ ฉายภาพการเติบโตในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยระบุว่า เบี้ยประกันภัยรับรวม (GWP) ในประเทศไทย เติบโตถึง 3 เท่าในรอบ 5 ปี จาก 1.04 พันล้านบาทในปี 2564 ทะยานสู่ 3.02 พันล้านบาทในปี 2568 ส่วนครึ่งแรกของปี 2569 รู้ใจทำเบี้ยประกันภัยรับรวมได้ 1.6 พันล้านบาท และรายงานกำไรสุทธิสูงถึง 212 ล้านบาท
ขณะที่ตัวเลขอัตราส่วนรวม (Combined Ratio) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่บริษัทประกันภัยใช้ตรวจสอบความสามารถในการทำกำไรจากการรับประกันภัย ลดลงจาก 134% ในปี 2020 สู่ 99% ในปี 2025 และลดลงมาแตะที่ 86% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026
ด้านสถานะเงินกองทุนของ “รู้ใจ” ปัจจุบันมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio : CAR) สูงถึง 520% ซึ่งมากกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำตามกฎหมายที่ 140%
ขณะที่ตัวเลขลูกค้าในปัจจุบัน มีอยู่ถึงกว่า 370,000 ราย ในจำนวนนี้ มีรถยนต์ที่อยู่ในความคุ้มครองของ “รู้ใจ” มากถึงกว่า 3.3 แสนคัน และเบี้ยประกันภัยส่วนใหญ่ของรู้ใจมาจากการรับประกันภัยรถยนต์สูงถึง 97%
ขยายประกันเดินทาง-รถคลาสสิก
ในแง่ผลิตภัณฑ์ รู้ใจมีการพัฒนาประกันรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด ทั้งประกันรถยนต์, ประกันรถยนต์ไฟฟ้า (EV), ประกันอุบัติเหตุ และประกันการเดินทาง ซึ่งยังคงชูจุดเด่นของ “รู้ใจ” ที่ผู้เอาประกันสามารถปรับแต่งความคุ้มครองได้ตามต้องการ
พร้อมกันนี้ “รู้ใจ” ยังได้ออกประกันรถคลาสสิก ซึ่งเริ่มมีการทดลองจำหน่าย (Soft Launch) เพื่อสำรวจตลาดก่อน และคาดว่าจะเปิดขายเต็มรูปแบบประมาณกันยายนนี้
ปั้น AI ขับเคลื่อนทุกกระบวนการ
นายนิโคลัสเปิดเผยถึงทิศทางอนาคตของบริษัท โดยนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการขับเคลื่อนกระบวนการทำงานหลัก ตั้งแต่การหาลูกค้า (Acquire) การทำประกัน (Insure) บริการและการเคลมสินไหม (Serve) และการพัฒนาระบบของฝ่ายไอที (Build)
โดยกระบวนการ AI ทั้งหมด จะต้องมีคนจริงคอยตรวจสอบและอนุมัติในขั้นตอนสุดท้ายเสมอ (Human Control Point) เช่น การกดยืนยันขั้นสุดท้ายก่อนอนุมัติจ่ายเงินเคลม อีกทั้งเทคโนโลยี AI ที่นำมาใช้ ถูกพัฒนาขึ้นภายในองค์กร (In-House IP) ไม่มีการจ้างผู้ให้บริการภายนอก (Third Party)
ส่อง Next Step “รู้ใจ”
นอกจากการนำ AI มาผนวกกับการทำงานในกระบวนการต่าง ๆ แล้ว ผู้บริหารของรู้ใจประกันภัย เปิดเผยเป้าหมายการเติบโตภายในปี 2573 โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดประกันภัยรถยนต์ในไทยขึ้นเป็น 6% (จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2.8%) และขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ประกันภัยกลุ่มอื่น ๆ (Nonmotor) ให้มีสัดส่วนเป็น 20%
โดยรู้ใจประกันภัยเตรียมออกผลิตภัณฑ์ประกันใหม่สู่ตลาด ทั้งประกันสุขภาพส่วนบุคคล ที่เปิดให้ลูกค้าสามารถเลือกรูปแบบความคุ้มครองได้เองผ่านออนไลน์ ภายในสิ้นปี 2569 จนถึงการพัฒนารูปแบบประกันรถยนต์ ทั้ง พ.ร.บ.แบบดิจิทัล ซึ่งราคาถูกลงกว่าเดิม โดยกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาและหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจำหน่ายได้ในเดือนตุลาคมนี้ และเตรียมหารือกับ คปภ. เพื่อพัฒนา Sandbox ในการผ่อนชำระเบี้ยประกันภัย 12 งวดตรงกับบริษัท
พร้อมทั้งตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนเบี้ยประกันภัยรวม (GWP) จากธุรกิจต่างประเทศเป็น 10% โดยขยายธุรกิจและขยายรูปแบบการบริการของรู้ใจไปยังต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศอินโดนีเซีย และมองหาโอกาสขยายสู่ประเทศใหม่ที่มีแนวโน้มการเติบโต
โอกาส-ความท้าทาย
นายนิโคลัสแชร์มุมมองเรื่องโอกาสและความท้าทายของธุรกิจประกันภัย โดยมองว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) สร้างโอกาสเติบโตสูงเนื่องจากค่าเบี้ยและค่าซ่อมแซมมีมูลค่าสูงกว่าปกติ และสภาพเศรษฐกิจที่ท้าทาย ยังกระตุ้นให้ผู้บริโภคต้องการเปรียบเทียบเพื่อหาประกันภัยที่มีราคาดีที่สุด ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของรู้ใจ
ขณะที่ความท้าทาย นายนิโคลัสมองว่า ภัยธรรมชาติมีความบ่อยและรุนแรงขึ้นอย่างมาก โดยในอดีต ต้นทุนความเสียหายจากภัยธรรมชาติของรู้ใจ อยู่ที่เฉลี่ยเพียง 1-1.5% ต่อปี แต่พุ่งสูงขึ้นเป็น 4.4% ในปี 2567 (น้ำท่วมเชียงรายและเชียงใหม่) และแตะระดับ 8% ในปี 2568 (อุทกภัยที่หาดใหญ่)
ในแง่การปรับตัวกับภัยธรรมชาติ รู้ใจได้เริ่มคำนวณเบี้ยประกันอุทกภัยแยกต่างหากตั้งแต่ปลายปี 2567 โดยพิจารณาตามข้อมูลอดีตน้ำท่วมย้อนหลัง 10 ปีร่วมกับพิกัดรหัสไปรษณีย์ พร้อมทั้งร่วมมือกับพันธมิตรในการพัฒนาการคำนวณความเสี่ยงน้ำท่วมในระดับละเอียดขั้นพื้นที่ ตารางเซนติเมตร ทั่วประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงของบริษัทประกันภัย