เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หุ้นไทย 6 กลุ่มน่าลงทุน ครึ่งปีหลังเทรนด์ SET ขาขึ้น
Finance หุ้นไทย 6 กลุ่มน่าลงทุน ครึ่งปีหลังเทรนด์ SET ขาขึ้น
26 ปี เดอะมอลล์โคราช จับตาสลัดภาพศูนย์การค้าในตำนาน สู่โมเดลใหม่
Real Estate 26 ปี เดอะมอลล์โคราช จับตาสลัดภาพศูนย์การค้าในตำนาน สู่โมเดลใหม่
‘พราว-BNH’ ปั้นโมเดลใหม่ ที่อยู่อาศัย Longevity ครบวงจร
Real Estate ‘พราว-BNH’ ปั้นโมเดลใหม่ ที่อยู่อาศัย Longevity ครบวงจร
กฎคัดกรอง ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ บทพิสูจน์ฝีมือไทยรับมืออุตฯ อนาคต
Economic กฎคัดกรอง ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ บทพิสูจน์ฝีมือไทยรับมืออุตฯ อนาคต
เปิดงานวิจัยธรรมศาสตร์ การออกแบบ ‘โรงเรียน’ เพื่อรับมือเหตุกราดยิง
การศึกษา เปิดงานวิจัยธรรมศาสตร์ การออกแบบ ‘โรงเรียน’ เพื่อรับมือเหตุกราดยิง
เชลซี ต้องลุ้นแชมป์
คุยกับเอกราช เชลซี ต้องลุ้นแชมป์
ฝ่ายค้าน พร้อมยื่นซักฟอกปลาย ส.ค. จ่อชำแหละ “คดีฮั้ว สว.-ทุจริตสอบ” เชื่อไม่เสียของ
Politics ฝ่ายค้าน พร้อมยื่นซักฟอกปลาย ส.ค. จ่อชำแหละ “คดีฮั้ว สว.-ทุจริตสอบ” เชื่อไม่เสียของ
นายกฯ ย้ำเบรก ‘แลนด์บริดจ์’ ลุยพัฒนา ‘Missing Link’ เชื่อคนใต้ไม่ทิ้งโอกาส
Economic นายกฯ ย้ำเบรก ‘แลนด์บริดจ์’ ลุยพัฒนา ‘Missing Link’ เชื่อคนใต้ไม่ทิ้งโอกาส
อลิอันซ์ อยุธยาลุยต่อ CSR ฟื้นหาดใหญ่เสริมเกราะรับมือน้ำท่วม
SD อลิอันซ์ อยุธยาลุยต่อ CSR ฟื้นหาดใหญ่เสริมเกราะรับมือน้ำท่วม
Wellness Economy โอกาสใหม่อนาคตท่องเที่ยวไทย
Economic Wellness Economy โอกาสใหม่อนาคตท่องเที่ยวไทย
ดูทั้งหมด

หยุดอนุมัติ ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ BOI งัด 4 เงื่อนไขคุมโครงการใหม่-เก่า

08 ส.ค. 2569 | 06:45น.

รองนายกฯเอกนิติ เดินเครื่องรื้อแผน-ปรับนโยบายลงทุน “ดาต้าเซ็นเตอร์” หัวหอกเศรษฐกิจใหม่ เร่งวางเกณฑ์กำกับลงทุน ยันต้องสมดุลการพัฒนาเศรษฐกิจ-ดูแลประชาชน ทรัพยากรประเทศไม่เสียหาย BOI เด้งรับ เผยระงับอนุมัติ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา พร้อมศึกษา 4 เกณฑ์ใหม่คัดกรองลงทุนเข้มเผย 3 ปีที่ผ่านมาอนุมัติไป 42 โครงการ 7.5 แสนล้านบาท แจงเตรียมกำหนดเงื่อนไขใหม่คุมทั้งโครงการเก่าและใหม่ “ศุภวุฒิ สายเชื้อ” ประธานบอร์ดสภาพัฒน์ชี้รัฐบาลกำลังยูเทิร์นนโยบายหลังสิงคโปร์-มาเลเซียนำร่องไปแล้ว ย้ำดาต้าเซ็นเตอร์ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยจำกัด เตือนระบบกระจายไฟมีปัญหาสะเทือนหลายพื้นที่เศรษฐกิจเสี่ยงไฟดับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ จนทำให้ตัวเลขการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) พุ่งสูงเป็นประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ดีเกิดการวิพากษ์วิจารณ์และสะท้อนถึงปัญหาที่ตามมามากมาย ทั้งเรื่องของการใช้ไฟฟ้าและทรัพยากรน้ำในปริมาณที่สูงมาก ขณะที่การจ้างงานคนไทยต่ำมาก และมีผลต่อเศรษฐกิจในประเทศไม่มาก รวมถึงปัญหาด้านอื่น ๆ จากที่ประเทศไทยเปิดส่งเสริมโดยไม่มีการกำกับดูแล  ขณะที่หลายประเทศทั่วโลกปรับนโยบายและมีมาตรการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด

ทั้งนี้ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 มีมติเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ฟพ.ศ. …. โดยสาระสำคัญของร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ให้มี “คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์” ขึ้น เพื่อ 1.เสนอนโยบาย มาตรฐาน และกรอบแนวทางการปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการอนุมัติ อนุญาต ออกบัตรส่งเสริมการลงทุน หรือให้บริการต่าง ๆ ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในราชอาณาจักร ต่อคณะรัฐมนตรี

เอกนิติ “ประธานบอร์ด Data Center”

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ในฐานะผู้เสนอร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ การจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เปิดเผยหลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ ว่า บอร์ดนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ส่วนตัวคาดว่าจะมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เป็นประธาน เนื่องจากกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) โดยมีคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ รวมทั้งหมด 19 คน

สำหรับโครงสร้างคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะเป็นคณะกรรมการที่เน้นกำกับดูแลด้านนโยบายเฉพาะ โดยจะมีหน้าที่กำกับนโยบายหลักเกณฑ์หลักเกี่ยวกับการอนุมัติอนุญาตและการให้บริการต่าง ๆ เกี่ยวกับดาต้าเซ็นเตอร์ เช่น การเก็บข้อมูล การควบคุมสิ่งแวดล้อม การก่อสร้างอาคาร มาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงหลักเกณฑ์เงื่อนไขอัตราการให้บริการค่าน้ำ ค่าไฟ ระบบคมนาคมไร้เครือข่าย ซึ่งอาจจะต้องแยกเป็นเกณฑ์ธุรกิจขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ 

ทั้งนี้ได้ข้อสรุปเรื่องหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ก็ต้องนำเสนอ ครม. และให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น บีโอไอ กสทช. ยึดเป็นหลักเกณฑ์หลัก รวมถึงการประเมินเกี่ยวกับผลกระทบ เนื่องจากอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ใช้พลังงานเยอะมาก และอาจมีมลพิษจนทำให้เกิดผลกระทบกับประชาชน  ดังนั้นต้องแยกให้ชัดและแตกต่างจากประชาชนทั่วไป

เมื่อถามว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าวถือเป็นวาระแห่งชาติหรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า นี่เป็นหนึ่งในนโยบายรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภา ในการกำกับดูแลอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ ที่ต้องส่งเสริมและกำกับดูแลไปพร้อมกัน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชน

นายปกรณ์ในฐานะผู้นำเสนอการตั้งบอร์ดนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ ย้ำถึงวัตถุประสงค์ว่า บอร์ดนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์มีหน้าที่เพื่อรักษาสมดุลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และผลประโยชน์ของประชาชนต้องเท่าเทียมกัน หากส่งผลกระทบกับประชาชนมากก็ไม่ควรดำเนินการ ฉะนั้นหนังสือที่ต้องควรทำคือวางมาตรการกำกับเพื่อให้เกิดความสมดุลทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจ ดูแลประชาชน และทรัพยากรของประเทศไทย

สิงคโปร์-มาเลย์ปรับเกณฑ์เข้ม

ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เปิดเผย “NewsPulse” ว่า  ยุทธศาสตร์เกี่ยวกับ Data Center ต้องทบทวน ต้องดูกันใหม่ โดยขณะที่ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กำลังทำเรื่องนี้ โดยจะต้องทำเกณฑ์ต่าง ๆ ออกมาควบคู่กับการส่งเสริม แน่นอนว่าจำเป็นต้องมีการกำกับดูแล  Data Center  รวมถึงคงต้องจัดโซนนิ่ง 

เรื่องการดึงลงทุน “ดาต้าเซ็นเตอร์” เข้ามาที่ประเทศไทย ส่วนตัวพูดมาตลอดว่าผลต่อเศรษฐกิจของประเทศต่ำ มีการจ้างงานคนไทยน้อย เน้นการนำเข้าอุปกรณ์เทคโนโลยี ขณะที่ใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณมาก ช่วงที่ผ่านมาบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างชาติเข้ามาลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยจำนวนมาก เพราะประเทศไทยเปิดรับเต็มที่ ทั้งให้สิทธิส่งเสริมการลงทุนจูงใจ และไม่มีเกณฑ์กำกับดูแลใด ๆ เลย ขณะที่สิงคโปร์และมาเลเซียช่วงที่ผ่านมาปิดรับโครงการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์  โดยปรับมาตรการหลักเกณฑ์มากำกับสำหรับโครงการที่จะเข้าไปลงทุนใหม่   

สิงคโปร์มีการปรับใช้ระบบคัดเลือกยื่นข้อเสนอ (Call for Application) เพื่อขอจัดสรรโควตาสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ เงื่อนไขสำคัญ อาทิ 1. เรื่อง Energy Efficiency 2. Green Energy ผู้ลงทุนต้องมีแผนใช้พลังงานสะอาดและแผนลดการปล่อยคาร์บอน  3. Economic Value พิจารณาเรื่องการสร้างผลต่อเศรษฐกิจในประเทศ ต้องมีการสร้างงานคุณภาพสูง ไม่ใช่แค่นำเซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์มาตั้ง ต้องมีการลงทุนศูนย์วิจัยพัฒนาต่าง ๆ  4. Land Efficiency ต้องใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า 5. Technology Transfer  ต้องมีการร่วมกับมหาวิทยาลัยและบริษัทท้องถิ่นเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี  

ศุภวุฒิไทยเริ่มยูเทิร์นนโยบาย

ดร.ศุภวุฒิกล่าวว่า สำหรับเรื่องนโยบายการลงทุน “ดาต้าเซ็นเตอร์” ในประเทศไทยเรียกว่ากำลังยูเทิร์น ตามที่รองนายกฯ ดร.เอกนิติ กำลังดำเนินการโดยมีการนำเรื่องแผนกำกับดูแลเข้าที่ประชุม ครม. ปัญหาคือที่ผ่านมาประเทศไทยได้มีการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ไปจำนวนมาก แต่เป็นการเข้ามาลงทุนอย่างเสรี ไม่มีการกำหนดเกณฑ์กำกับใด ๆ ขณะที่เป็นโครงการที่ต้องใช้ไฟฟ้าและน้ำมหาศาล  

เรื่องน้ำมีปัญหาไม่พออยู่แล้ว ถ้าดาต้าเซ็นเตอร์เข้ามาก็จะทำให้มีปัญหามากขึ้น สำหรับไฟฟ้าในประเทศไทยการผลิตมีเพียงพอ แต่ไฟทั้งหมดต้องขายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อเข้าสู่ระบบสายส่ง แต่ปัญหาคือปัจจุบันระบบการกระจายไฟ (ดิสทริบิวชั่น) ยังมีประสิทธิภาพต่ำ

ล่าสุดคณะกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เพิ่งมีการประชุมอนุมัติโครงการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อปรับปรุงระบบกระจายไฟมูลค่าหลักหมื่นล้านบาท ที่เป็นคอขวดสำคัญก็คือตัวกระจายไฟ ซึ่งมีหลายพื้นที่ในประเทศไทยโดยเฉพาะภาคกลาง ที่ยังจ่ายไฟได้ไม่ดีและมีปัญหาไฟดับบ่อย ดับนาน  ดังนั้นถ้ามีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์เข้ามาอีกก็จะยิ่งซ้ำเติมปัญหา  

ดร.ศุภวุฒิกล่าวว่า เรื่องไฟฟ้าต้องมีการแก้ปัญหาคอขวดระบบกระจายไฟ  ซึ่งถ้าจะโมเดิร์นไนซ์ให้เป็นสมาร์ทกริดทั้งประเทศ ต้องทำถึงระดับ “แสนล้านเมกะวัตต์” ไม่ใช่ “หมื่นล้านเมกะวัตต์” การทำสมาร์ทกริดทำเพื่ออะไร ก็เพื่อให้ซื้อขายไฟได้ตรง Direct PPA ซึ่งก็จะมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

BOI รื้อเกณฑ์โปรเจ็กต์เก่า-ใหม่

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ในส่วนของบีโอไอเตรียมทบทวนกรอบพิจารณาและยกระดับความเข้มข้นในการคัดกรองโครงการให้สอดคล้องกับทิศทางของคณะกรรมการนโยบายส่งเสริมการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์ โดยจะต้องดูทั้งในแง่ความคุ้มค่าและประโยชน์ต่อประเทศ ควบคู่กับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน-น้ำ และการดูแลสิ่งแวดล้อมไม่ให้กระทบต่อชุมชนและภาคส่วนอื่น ๆ ซึ่งช่วงที่ผ่านมาการลงทุน Data Center เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว นำมาซึ่งข้อกังวลในเรื่องปริมาณการใช้ไฟฟ้าและน้ำ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความคุ้มค่าและประโยชน์ต่อประเทศในด้านต่าง ๆ

โดยบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นมีบทบาทในการกำหนดนโยบาย มาตรฐาน และกรอบแนวทางการดำเนินงานของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ของประเทศ ไม่ได้มีอำนาจพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติการลงทุนเป็นรายโครงการ 

นายนฤตม์กล่าวว่า การพิจารณาส่งเสริมการลงทุนและสิทธิประโยชน์แก่โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ยังคงเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ตามเดิม โดยจะยึดหลักเกณฑ์และแนวทางที่กำหนดโดยบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์  

สำหรับแนวทางการกำกับดูแลนั้น คาดว่าบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์จะกำหนดกรอบการดำเนินงานที่ครอบคลุมทั้งโครงการที่ได้รับการส่งเสริมไปแล้ว และโครงการใหม่ที่อยู่ระหว่างยื่นขอรับการส่งเสริม อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติอาจแตกต่างกันตามสถานะของแต่ละโครงการ

หยุดให้บีโอไอตั้งแต่เดือน เม.ย.

นายนฤตม์กล่าวว่า บีโอไอได้ชะลอการพิจารณาอนุมัติส่งเสริมโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา  ขณะนี้ยังไม่สามารถกำหนดช่วงเวลาการกลับมาเปิดพิจารณาใหม่  โดยต้องรอให้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์กำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์การดำเนินงานให้แล้วเสร็จก่อน เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางการพิจารณา

“บีโอไอให้ความสำคัญกับข้อกังวลของสังคม และเห็นว่าคำถามเหล่านี้เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องตอบให้ได้ด้วยข้อมูลและมาตรการที่เป็นรูปธรรม โจทย์ของประเทศไทยไม่ควรเป็นการเลือกระหว่างการปฏิเสธการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมด หรือเปิดรับทุกโครงการโดยไม่มีเงื่อนไข แต่ต้องพิจารณาว่าเราต้องการ Data Center แบบใด ต้องมาพร้อมกับอะไรบ้าง และร่วมกันออกแบบกติกาให้ประเทศและประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด” นายนฤตม์กล่าว 

ปัจจุบันผู้ให้บริการคลาวด์เซอร์วิสรายสำคัญของโลกเช่น AWS และ Google ได้มีการลงทุน Data Center และเปิดให้บริการ Cloud Region ในประเทศไทยแล้ว โดยการลงทุนดังกล่าวไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างอาคารและวางเซิร์ฟเวอร์ แต่ทำควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัลของไทยอย่างต่อเนื่อง เช่น AWS ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในการพัฒนาหลักสูตรปริญญาโทด้าน Data Center Engineering แห่งแรกในไทย พร้อมสนับสนุนทุนการศึกษาเพื่อผลิตบุคลากรด้านวิศวกรรมศูนย์ข้อมูล รวมทั้งทำโครงการ ThaksaAI พัฒนาทักษะด้าน Cloud Computing และ Generative AI ให้นักเรียนมากกว่า 23,000 คนใน 50 จังหวัด

42 โปรเจ็กต์ 7.5 แสนล้าน

สำหรับข้อกังวลเรื่องสัญชาติของผู้ลงทุน บีโอไอได้ตรวจสอบไปถึงบริษัทแม่หรือผู้มีอำนาจควบคุมสูงสุดของแต่ละโครงการ พบว่าโครงการ Data Center ที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนระหว่างปี 2567-2569 จำนวน 42 โครงการ โดยมีกำลังการประมวลผล หรือ IT Load รวม 3,400 เมกะวัตต์ เงินลงทุนรวม 750,000 ล้านบาท ประกอบด้วย เป็นกลุ่มบริษัทของไทยมากที่สุด 15 โครงการ บริษัทเทคฯ จีน 10 โครงการ, สหรัฐอเมริกา 5 โครงการ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 4 โครงการ, ญี่ปุ่น 2 โครงการ, มาเลเซีย-ฮ่องกง 1 โครงการ และนักลงทุนสัญชาติอื่นอีก 5 โครงการ ได้แก่ ฮ่องกง สิงคโปร์ อินเดีย ออสเตรเลีย และฝรั่งเศส 

“นี่คือข้อมูลที่ยืนยันได้ชัดเจนว่าฐานผู้ลงทุน Data Center ในประเทศไทยมีความหลากหลาย และไม่มีคำขอรับการส่งเสริม Data Center รายใหม่เข้ามาตั้งแต่เดือนเมษายน 2569”

นายนฤตม์กล่าวว่า ในช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมาบีโอไอได้ปรับมาตรการ Data Center หลายครั้ง โดยได้ยกระดับเงื่อนไขและกระบวนการพิจารณาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การลงทุนสอดคล้องกับความพร้อมของประเทศ โดยกำหนดหลักเกณฑ์ครอบคลุม ทั้งด้านความพร้อมของระบบไฟฟ้าที่จะไม่กระทบต่อภาคส่วนอื่น ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (ค่า PUE) การบริหารจัดการน้ำ การจ้างงานและการพัฒนาบุคลากร แต่ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และข้อกังวลของสังคมที่เกิดขึ้น คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จึงได้หารือร่วมกัน และเห็นว่าจำเป็นต้องทบทวนกรอบการพิจารณาอีกครั้งให้รอบด้านและเข้มข้นยิ่งขึ้น

BOI งัด 4 เกณฑ์คุมดาต้าฯ

เลขาฯ บีโอไอกล่าวว่า  ในระยะต่อไปบีโอไอจะยกระดับการคัดกรองให้สอดคล้องกับทิศทางของ ็คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ิ ที่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การดูแลการใช้พลังงาน-น้ำ และสิ่งแวดล้อม มาใช้ในการคัดกรองโครงการก่อนเข้าสู่กระบวนการขอรับการส่งเสริมการลงทุน

ขณะนี้บีโอไออยู่ระหว่างการศึกษาประเด็นเหล่านี้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนคณะกรรมการนโยบายฯ ซึ่งจะครอบคลุม  4 มิติสำคัญ ได้แก่ 1.การสร้างประโยชน์ต่อประเทศไทย เช่น การจ้างงานและพัฒนาบุคลากร  การใช้อุปกรณ์ในประเทศ การเชื่อมโยง SMEs เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน การถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย 

2.ความพร้อมและความมั่นคงด้านพลังงาน เช่น กำลังผลิตไฟฟ้า ระบบสายส่ง เทคโนโลยีและประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน รวมทั้งการรับผิดชอบต้นทุนของโครงสร้างพื้นฐานที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้สร้างภาระแก่ผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มอื่น 

3.ความพร้อมและประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรน้ำ เช่น การพิจารณาแหล่งน้ำ การใช้เทคโนโลยีระบบหล่อเย็น การรีไซเคิลน้ำ การกำหนดค่าน้ำในอัตราสูงพิเศษ รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรและชุมชนในพื้นที่ 4.ผลกระทบและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การผังเมือง การป้องกันปัญหาอัคคีภัยและมลพิษต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ทั้งความร้อน เสียง น้ำเสีย ตลอดจนผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตโครงการ

ส.อ.ท.ติงค่าไฟต้องแข่งเวียดนาม

นายอมฤต ฟรานเซน ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การที่มีกรอบและกติกาขึ้นมาเพื่อควบคุมดูแลดาต้าเซ็นเตอร์ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี และจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะมาเร่งรัดการลงทุนให้เร็วขึ้น เพราะเดิมจะเห็นตัวเลขขอรับการส่งเสริมการลงทุน แต่ไม่มีการลงทุนจริงหรือลงทุนจริงน้อยมาก  เมื่อภาครัฐมีความชัดเจนว่ามีแนวทางอย่างไรก็น่าจะทำให้นักลงทุนตัดสินใจได้เร็วขึ้น

อย่างไรก็ตามในส่วนของอัตราค่าไฟฟ้าดาต้าเซ็นเตอร์ ที่จะแยกออกจากค่าไฟของอุตสาหกรรมอื่น ๆ นั้น หากอ้างอิงราคาสิงคโปร์ที่ 8 บาท/หน่วยถือว่าสูงมาก  อย่างไรก็ตามค่าไฟสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ ของไทยต้องแข่งขันกับเวียดนามให้ได้ เนื่องจากเวียดนามมีพลังงานลม ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องการ ขณะที่ประเทศไทยมีพลังงานสะอาดที่อาจยังรองรับไม่เพียงพอ

“ดาต้าเซ็นเตอร์ก็เหมือนอุตสาหกรรมรถยนต์ ที่ประเทศไทยต้องมีการลงทุน เพราะจะมีอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องแต่ละเทียร์ตามมาอีกมาก อย่างมีนักลงทุนต่างประเทศสนใจจะมาลงทุนด้านคูลลิ่งซิสเต็มที่ไทยเพื่อที่จะมาซัพพอร์ตดาต้าเซ็นเตอร์”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดาต้าเซ็นเตอร์ บีโอไอ BOI