เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หุ้นไทย 6 กลุ่มน่าลงทุน ครึ่งปีหลังเทรนด์ SET ขาขึ้น
Finance หุ้นไทย 6 กลุ่มน่าลงทุน ครึ่งปีหลังเทรนด์ SET ขาขึ้น
26 ปี เดอะมอลล์โคราช จับตาสลัดภาพศูนย์การค้าในตำนาน สู่โมเดลใหม่
Real Estate 26 ปี เดอะมอลล์โคราช จับตาสลัดภาพศูนย์การค้าในตำนาน สู่โมเดลใหม่
‘พราว-BNH’ ปั้นโมเดลใหม่ ที่อยู่อาศัย Longevity ครบวงจร
Real Estate ‘พราว-BNH’ ปั้นโมเดลใหม่ ที่อยู่อาศัย Longevity ครบวงจร
กฎคัดกรอง ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ บทพิสูจน์ฝีมือไทยรับมืออุตฯ อนาคต
Economic กฎคัดกรอง ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ บทพิสูจน์ฝีมือไทยรับมืออุตฯ อนาคต
เปิดงานวิจัยธรรมศาสตร์ การออกแบบ ‘โรงเรียน’ เพื่อรับมือเหตุกราดยิง
การศึกษา เปิดงานวิจัยธรรมศาสตร์ การออกแบบ ‘โรงเรียน’ เพื่อรับมือเหตุกราดยิง
เชลซี ต้องลุ้นแชมป์
คุยกับเอกราช เชลซี ต้องลุ้นแชมป์
ฝ่ายค้าน พร้อมยื่นซักฟอกปลาย ส.ค. จ่อชำแหละ “คดีฮั้ว สว.-ทุจริตสอบ” เชื่อไม่เสียของ
Politics ฝ่ายค้าน พร้อมยื่นซักฟอกปลาย ส.ค. จ่อชำแหละ “คดีฮั้ว สว.-ทุจริตสอบ” เชื่อไม่เสียของ
นายกฯ ย้ำเบรก ‘แลนด์บริดจ์’ ลุยพัฒนา ‘Missing Link’ เชื่อคนใต้ไม่ทิ้งโอกาส
Economic นายกฯ ย้ำเบรก ‘แลนด์บริดจ์’ ลุยพัฒนา ‘Missing Link’ เชื่อคนใต้ไม่ทิ้งโอกาส
อลิอันซ์ อยุธยาลุยต่อ CSR ฟื้นหาดใหญ่เสริมเกราะรับมือน้ำท่วม
SD อลิอันซ์ อยุธยาลุยต่อ CSR ฟื้นหาดใหญ่เสริมเกราะรับมือน้ำท่วม
Wellness Economy โอกาสใหม่อนาคตท่องเที่ยวไทย
Economic Wellness Economy โอกาสใหม่อนาคตท่องเที่ยวไทย
ดูทั้งหมด

สันติภาพซื้อเวลาได้ แต่ซื้อดอกเบี้ยถูกไม่ได้

17 มิ.ย. 2569 | 15:58น.
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์
คอลัมน์ : ส่องโลก มองไทย
ผู้เขียน : ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ [email protected]

สัปดาห์นี้โลกได้ยินข่าวดี สหรัฐ และอิหร่านตกลงหยุดยิง นัดเซ็นสัญญาที่สวิตเซอร์แลนด์ วันศุกร์ ช่องแคบฮอร์มุซที่ปิดตายมาหลายเดือนใกล้จะเปิดอีกครั้ง ราคาน้ำมันร่วง ตลาดหุ้นเอเชียพุ่ง นิกเกอิบวกกว่า 5% และ SET เปิดสัปดาห์ด้วยแรงซื้อ

แต่ก่อนจะฉลอง สัปดาห์เดียวกันนี้มีการประชุมธนาคารกลางสำคัญสามแห่งพร้อมกัน และข่าวร้ายที่กำลังรออยู่คือ วัฏจักรดอกเบี้ยขาลงที่คุ้นเคยกันมานานหลายปีน่าจะสิ้นสุดลงแล้ว

สัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ขึ้นดอกเบี้ย 25 bps สู่ 2.25% กลายเป็นธนาคารกลางหลักรายแรกที่ขึ้นดอกเบี้ยนับตั้งแต่สงครามตะวันออกกลางปะทุ สิ่งที่น่าสนใจคือ ECB ปรับลดคาดการณ์ GDP ยูโรโซนปี 2026 เหลือ 0.8% แต่ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อขึ้นเป็น 3.0%

“เศรษฐกิจแย่ลง แต่ต้องขึ้นดอกเบี้ย” – นี่คือ Stagflation-lite อันเป็นผลโดยตรงจาก Supply Shock ด้านพลังงาน ECB เกรงว่าหากปล่อยไว้เงินเฟ้อจะฝังรากผ่านสิ่งที่เรียกว่า Second-round Effects ทำให้ราคาอาหาร ค่าจ้าง และความคาดหวังของผู้คนต่างปรับตัวขึ้นตาม จนยากจะดึงกลับ จึงเป็นไปได้ว่า ECB อาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยอีก

ระฆังใบที่สองดังจากโตเกียว ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะขึ้นดอกเบี้ยสู่ 1.00% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1995 หรือกว่าสามทศวรรษที่ผ่านมา นั่นเป็นเพราะแรงกดดันให้ขึ้นดอกเบี้ยมีมากจนยากจะหยุด ทั้งเงินเฟ้อที่ยืนเหนือ 2% ต่อเนื่อง ค่าจ้างจากการเจรจา Shunto ที่เร่งขึ้นแรงสุดในรอบหลายสิบปี และเงินเยนที่อ่อนค่าแถว 160 เยนต่อดอลลาร์จนกลายเป็นตัวนำเข้าเงินเฟ้อเสียเอง

นอกจากนั้น ญี่ปุ่นคือเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของโลก เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปีพุ่งแตะ 2.65% สูงสุดในรอบหลายสิบปี เงินทุนที่เคยออกไปแสวงหาผลตอบแทนทั่วโลกก็มีแรงจูงใจที่จะไหลกลับบ้าน และเมื่อนั้นโลกทั้งใบจะรู้สึกถึงความตึงตัวทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอีกชั้น

ใบที่สามคือ ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งประชุมวันที่ 17 มิถุนายน เป็นครั้งแรกในยุคประธาน Kevin Warsh โดยแม้จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% แต่สิ่งที่ต้องจับตาจริง ๆ คือ Dot Plot หรือแผนภูมิที่สมาชิก Fed แต่ละคนประเมินว่าดอกเบี้ยควรอยู่ที่ระดับใดในอนาคต เราประเมินว่า Median Dot ปี 2026 จะขยับจาก “ลดได้หนึ่งครั้ง” เป็น “คงตลอดปี” หรือถ้าเลวร้ายก็อาจส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

แม้เงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) สหรัฐ เดือนพฤษภาคมที่พุ่งแตะ 4.2% มาจาก Supply Shock ด้านพลังงาน ไม่ใช่ความร้อนแรงของอุปสงค์ ซึ่งการขึ้นดอกเบี้ยใส่ Supply Shock อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง เนื่องจากทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการสูงขึ้น

แต่ความเสี่ยงที่แท้จริงซ่อนอยู่ใน PPI หรือดัชนีราคาผู้ผลิต ซึ่งเดือนเดียวกันเร่งขึ้นถึง 6.5% ต่อปี ต้นทุนเหล่านี้ยัง “ค้างอยู่ในท่อ” รอวันส่งผ่านถึงผู้บริโภค ซึ่งเป็น Pattern เดียวกับยุคสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่เงินเฟ้อจากภาคการผลิตไหลซึมสู่ภาคการบริโภคจนยาวนานกว่าที่ธนาคารกลางทั่วโลกประเมินไว้ หากรอบนี้ซ้ำรอยเดิม Fed จะหมดทางเลือก และต้องขึ้นดอกเบี้ยในเวลาที่เศรษฐกิจไม่พร้อมที่สุด

นักลงทุนหลายคนอาจตั้งความหวังว่าเมื่อสงครามจบ น้ำมันลด เงินเฟ้อลง ธนาคารกลางก็จะกลับมาลดดอกเบี้ยได้เหมือนเดิม แต่ภาพจริงซับซ้อนกว่านั้น ช่องแคบฮอร์มุซยังต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์กว่าจะกลับสู่ปกติ เรือกว่า 600 ลำยังติดค้างในอ่าวเปอร์เซีย ราคาน้ำมันจึงจะค่อย ๆ ลง ไม่ใช่ร่วงในวันเดียว ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อที่ ECB และ BOJ กังวลนั้นมาจากโครงสร้างค่าจ้างและความคาดหวังที่ฝังลึกแล้ว ไม่ใช่แค่ราคาน้ำมัน

สำหรับตลาดเกิดใหม่ ประเทศที่มีดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลสูงและทุนสำรองต่ำจะยังเปราะบาง สัญญาณเตือนปรากฏแล้วเมื่อธนาคารกลางอินโดนีเซียต้องขึ้นดอกเบี้ยนอกรอบเพื่อพยุงค่าเงินรูเปียห์ และมีแนวโน้มว่าจะไม่ใช่รายสุดท้าย

ไทยอยู่ในสถานะที่ดีกว่าหลายประเทศในภูมิภาค แม้จะเผชิญภาวะขาดดุลทั้งดุลการคลังและดุลการค้า แต่การขาดดุลส่วนใหญ่มาจากการนำเข้าสินค้าทุนตามกระแส FDI ด้านดิจิทัล ซึ่งมีเงินทุนไหลเข้ามาหักล้างอยู่ ประกอบกับทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยยังสูงติดอันดับต้นของภูมิภาค ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงน่าจะยังคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตลอดปีนี้

ยุคดอกเบี้ยขาลงที่นักลงทุนคุ้นเคยมาตลอดหลายปีน่าจะปิดฉากลงแล้ว ECB ขึ้นแล้วและจะขึ้นอีก BOJ กำลังจะทลายสถิติสามสิบปี ส่วน Fed แม้จะยังคงดอกเบี้ยได้ในวันนี้ แต่ก็ไม่กล้าพูดถึงการลดอีกต่อไป ทั้งหมดนี้แขวนอยู่กับตัวแปรที่พยากรณ์ยากที่สุด คือสงครามและราคาน้ำมัน

ข่าวดีจากฮอร์มุซซื้อเวลาได้ แต่ซื้อดอกเบี้ยถูกไม่ได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดอกเบี้ย สงคราม