เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หุ้นไทย 6 กลุ่มน่าลงทุน ครึ่งปีหลังเทรนด์ SET ขาขึ้น
Finance หุ้นไทย 6 กลุ่มน่าลงทุน ครึ่งปีหลังเทรนด์ SET ขาขึ้น
26 ปี เดอะมอลล์โคราช จับตาสลัดภาพศูนย์การค้าในตำนาน สู่โมเดลใหม่
Real Estate 26 ปี เดอะมอลล์โคราช จับตาสลัดภาพศูนย์การค้าในตำนาน สู่โมเดลใหม่
‘พราว-BNH’ ปั้นโมเดลใหม่ ที่อยู่อาศัย Longevity ครบวงจร
Real Estate ‘พราว-BNH’ ปั้นโมเดลใหม่ ที่อยู่อาศัย Longevity ครบวงจร
กฎคัดกรอง ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ บทพิสูจน์ฝีมือไทยรับมืออุตฯ อนาคต
Economic กฎคัดกรอง ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ บทพิสูจน์ฝีมือไทยรับมืออุตฯ อนาคต
เปิดงานวิจัยธรรมศาสตร์ การออกแบบ ‘โรงเรียน’ เพื่อรับมือเหตุกราดยิง
การศึกษา เปิดงานวิจัยธรรมศาสตร์ การออกแบบ ‘โรงเรียน’ เพื่อรับมือเหตุกราดยิง
เชลซี ต้องลุ้นแชมป์
คุยกับเอกราช เชลซี ต้องลุ้นแชมป์
ฝ่ายค้าน พร้อมยื่นซักฟอกปลาย ส.ค. จ่อชำแหละ “คดีฮั้ว สว.-ทุจริตสอบ” เชื่อไม่เสียของ
Politics ฝ่ายค้าน พร้อมยื่นซักฟอกปลาย ส.ค. จ่อชำแหละ “คดีฮั้ว สว.-ทุจริตสอบ” เชื่อไม่เสียของ
นายกฯ ย้ำเบรก ‘แลนด์บริดจ์’ ลุยพัฒนา ‘Missing Link’ เชื่อคนใต้ไม่ทิ้งโอกาส
Economic นายกฯ ย้ำเบรก ‘แลนด์บริดจ์’ ลุยพัฒนา ‘Missing Link’ เชื่อคนใต้ไม่ทิ้งโอกาส
อลิอันซ์ อยุธยาลุยต่อ CSR ฟื้นหาดใหญ่เสริมเกราะรับมือน้ำท่วม
SD อลิอันซ์ อยุธยาลุยต่อ CSR ฟื้นหาดใหญ่เสริมเกราะรับมือน้ำท่วม
Wellness Economy โอกาสใหม่อนาคตท่องเที่ยวไทย
Economic Wellness Economy โอกาสใหม่อนาคตท่องเที่ยวไทย
ดูทั้งหมด

คุยกับเศรษฐา : 3 ทักษะสำคัญ ‘การศึกษาตลอดชีวิต’ อะไรก็เป็นไปได้

21 เม.ย. 2569 | 14:28น.
การศึกษาตลอดชีวิต
คอลัมน์ : คุยกับเศรษฐา
ผู้เขียน : เศรษฐา ทวีสิน

คุยกับเศรษฐาตอนที่แล้ว ผมตั้งข้อสังเกตเรื่องการขยายตัวของธุรกิจโรงเรียนนานาชาติที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต อีกทั้งยังได้รับการอุดหนุนเชิงภาษีอันเนื่องจากเป็นธุรกิจการศึกษา ที่ผมเห็นว่าธุรกิจโรงเรียนนานาชาติควรมีส่วนในการสนับสนุนการศึกษาในท้องถิ่น หรือมีส่วนร่วมกับโรงเรียนในพื้นที่ เพื่อให้ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติมีความเป็นธุรกิจน้อยลงและมีบทบาทในฐานะ “ผู้ให้บริการทางการศึกษาแก่ชุมชน” ไปพร้อม ๆ กัน

ผมเชื่อว่าธุรกิจทางการศึกษามีลักษณะร่วมบางอย่างกับธุรกิจการรักษาพยาบาล นั่นคือเป็นธุรกิจที่ต้องให้ความสำคัญกับมิติของความเป็นมนุษย์เหนือสิ่งอื่นใด

หันมามอง “ความเหลื่อมล้ำ” ในระบบโรงเรียนไทยบ้าง ผมมองว่าการลดความเหลื่อมล้ำในระบบโรงเรียนไม่ได้แปลว่าเราต้องทำให้ทุกโรงเรียนกลายเป็นเตรียมอุดมหรือกำเนิดวิทย์เหมือนกันไปหมด เพราะคำว่าความเท่าเทียมไม่ได้แปลว่า “เหมือนกัน”

ตรงกันข้ามเราควรมีระบบโรงเรียนและการศึกษาที่หลากหลาย มากพอที่จะตอบโจทย์ประชาชนมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ที่จุดสูงสุดของความสำเร็จทางการศึกษาไม่ใช่การจบปริญญาตรี โท เอก เท่านั้น แต่คือทักษะเพื่อความสามารถในการแสวงหาความรู้ และยกระดับทักษะความสามารถของตัวเองไปตลอดชีวิต

ผมยังเชื่อว่าการศึกษาที่สำคัญที่สุดคือ ความรู้พื้นฐานที่เด็กจะได้รับในช่วงประถมไปจนถึงมัธยมต้น

ถ้าอ่านหนังสือไม่คล่อง แปลว่าขาดทักษะในการแสวงหาต่อยอดความรู้ด้วยตนเองจากการอ่าน

ถ้าพื้นฐานความรู้คณิตศาสตร์อ่อนแอ แปลว่าทักษะในทางตรรกะย่อมอ่อนแอตามไปด้วย

ถ้าพื้นฐานความรู้วิทยาศาสตร์ไม่แน่น แปลว่าทักษะการตั้งคำถาม สงสัย และความพยายามจะค้นหาความจริงก็อ่อนแอตาม

3 ทักษะนี้คือองค์ความรู้พื้นฐานที่เด็กจำเป็นต้องมี เพื่อที่ว่าแม้เขาจะไม่อยู่ใน “ระบบการศึกษา” อีกต่อไปแล้ว เขาจะมีเครื่องมือในการเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือแม้แต่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอีกครั้งเมื่อเขาพร้อม

ใช่ครับ ผมกำลังพูดในสิ่งที่เชยที่สุด นั่นคือการศึกษาที่แท้จริงหมายถึง “การศึกษาตลอดชีวิต”

วิชาภาษา คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ในชั้นประถม ไม่ใช่แค่เรื่องความถนัด แต่เป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต้องมี

รัฐบาลต้องลงทุนและตั้งเป้าให้ชัดเจนว่า เด็กนักเรียนที่ผ่านการศึกษาภาคบังคับอย่างน้อยต้องสามารถเป็น “นาย” หรือมาสเตอร์ 3 ทักษะนี้ให้ได้

ถ้าอ่านเก่ง คำนวณเป็น คิดเชิงตรรกะได้ และมองโลกด้วยสายตาของวิทยาศาสตร์ ต่อให้จบแค่มัธยมต้น ในอนาคตจะต่อยอดไปเรียนทำขนมปังด้วยตนเองจากยูทูบ ยังไงก็หนีไม่พ้นต้องอ่านสูตรได้ คำนวณได้ เข้าใจเรื่องการทดลองและปฏิกิริยาทางเคมีของส่วนผสมต่าง ๆ ในการกลายเป็นขนมปังจากแป้ง จากยีสต์ เป็นต้น

หันมาดูงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการต่อปีประมาณ 3.28 แสนล้านบาท (ข้อมูลจาก TDRI) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับงบประมาณมากที่สุดคือ 2.52 แสนล้านบาท (77%)

ใน 77% นี้ 73% เป็นงบฯบุคลากรคือ 1.84 ล้านบาท โดย สพฐ.มีโรงเรียนใต้สังกัดอยู่มากกว่า 29,000 แห่ง และสำนักงานเขตพื้นที่กว่า 245 เขต มีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากว่า 5 แสน นอกจากนี้ยังมีเงินอุดหนุนเป็นเงินอุดหนุนเรียนฟรี 15 ปี สำหรับนักเรียนอนุบาล 1 จนถึง ม.6 กว่า 6 ล้านคน วงเงิน 3.9 หมื่นล้านบาท (16%)

ถ้าดูจากการจัดสรรงบฯ ผมว่าเรามาถูกทางกันพอสมควร นั่นคือใช้งบฯไปกับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นหลักอยู่แล้ว เพียงแต่สัมฤทธิผลยังค่อนข้างต่ำ ผลการสอบ ONET พบว่านักเรียนกว่า 50% ได้คะแนนไม่ถึงครึ่ง ผลการสอบ PISA พบว่าเด็กไทยขาดทักษะการอ่านและการจับใจความสำคัญ

ถามคนค่อนข้าง “เก่า” แบบผม ด้วยระบบโรงเรียนและกลไกของ สพฐ. ที่มีอยู่มันก็ไม่ได้แย่นักหรอกครับ ขอเพียงแค่ สพฐ.หรือนักการศึกษาอาจต้องกลับมาให้ความสำคัญและทุ่มเทกับการคิด ว่าทำอย่างไรเด็กไทยจะต้องมาสเตอร์ทักษะทางภาษา คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ให้ได้

คำว่ามาสเตอร์ให้ได้ ไม่ได้แปลว่าต้องไปโอลิมปิก แต่หมายถึงมีพื้นฐาน 3 วิชานี้แน่นที่สุด

ลองมาตั้งโจทย์กันใหม่ว่า ทำอย่างไรให้คนจบมัธยมต้นของประเทศไทยสามารถอ่านหนังสืออย่างแตกฉาน มีตรรกะที่ได้รับการปูพื้นจากการเรียนคณิตศาสตร์อย่างถูกวิธี และมีจิตวิญญาณของนักตั้งคำถามที่จะนำไปสู่การแสวงหาคำตอบด้วยตนเอง

ด้วยสามทักษะพื้นฐานนี้ บางคนอาจจะออกไปทำงานตั้งแต่จบ ม.3 บางคนอาจไปเอาดีทางอาชีวะ บางคนอาจเรียนต่อมัธยมปลาย แล้วเบนเข็มสู่การเข้าฝึกงานในสาขาอาชีพที่ตนเองสนใจ บางส่วนเท่านั้นที่จะเลือกเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ด้วยทางเลือกที่แตกต่างกัน ต้นทุนทางเศรษฐกิจ สถานะของครอบครัว แต่สิ่งที่เขาจะมีเท่ากัน คือโอกาสในการประสบความสำเร็จในชีวิตที่ไม่จำเป็นต้องวัดกันที่ใบปริญญา หรือความสำเร็จของการสอบเข้าโรงเรียนที่ดัง ๆ

นโยบายการศึกษาที่พูดกันมาตลอดอย่าง Lifelong Learning การแจกคูปองให้ไป Upskill Reskill เพื่อเปลี่ยนสายงาน สายอาชีพในโลกที่เอไอมีบทบาทสำคัญ หรือแม้กระทั่งความสามารถที่จะเปลี่ยนอาชีพจากเกษตรกรมาเป็นแพทย์ จากแพทย์ไปเป็นเชฟหรือศิลปิน จากกรรมกรโรงงานสู่การเป็นดีไซเนอร์ จากเด็กเสิร์ฟไปสู่การเป็นบาริสต้า ฯลฯ

อะไรก็เป็นไปได้ หากเราเตรียมเด็กไทยให้อ่านออกเขียนได้จริง ๆ ในการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ยังไม่ต้องไปคว้าดาวนอกโลก แค่โรงเรียนใกล้บ้านทุกโรงเรียนสามารถสร้างเด็กที่รักการอ่าน มีพื้นฐานคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์แน่น ๆ ขอแค่นี้ ที่เหลือผมว่าเด็กไทยจะกลายเป็นประชากรโลกที่ทำอะไรก็ได้ ไปอยู่ที่ไหนก็ได้ เพราะสามารถต่อยอดความรู้กันได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด และนี่คือความหมายของคำว่า Lifelong Learning ที่แท้จริงนะครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การศึกษา คุยกับเศรษฐา