รับมือ ‘เศรษฐกิจโตต่ำ-เงินเฟ้อสูง’
บทบรรณาธิการ
ปัญหาสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านยังเป็นยาขมต่อเศรษฐกิจทั่วโลก หลังปะทุขึ้นอีกในช่วงเดือนกรกฎาคม คราวนี้รุนแรงยิ่งกว่าช่วงเกิดเหตุใหม่ ๆ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพราะมีผู้เล่นรายอื่นเข้ามาเกี่ยวพันด้วย โดยเฉพาะการส่งน้ำมันของกลุ่มตะวันออกกลาง เพราะเดิมช่องแคบฮอร์มุซมีปัญหาอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ลามไปถึงเส้นทางยานบู-บับเอลมันเดบ และทะเลดำ ที่ใช้เป็นเส้นทางเลี่ยงจากฮอร์มุซ บวกกับความรุนแรงซ้ำขึ้นจากศึกยูเครน-รัสเซีย
ผลที่ตามมาทำให้น้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง รวมถึงน้ำมันสำเร็จรูปจากรัสเซียหายไปจากตลาดราว ๆ 20% ส่งให้ราคาน้ำมันดิบกลับมาดีดตัวเพิ่มขึ้น ผู้เชี่ยวชาญกังวลว่าอาจขึ้นถึงระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ผลกระทบที่เกิดขึ้นลุกลามไปทั่วโลก เช่นเดียวกับประเทศไทยที่ถือว่าโดนหลายเด้ง เพราะเศรษฐกิจไม่ค่อยดีอยู่แล้ว ราคาน้ำมันปรับเพิ่มกระทบไปถึงเงินเฟ้อที่พุ่งสูง ยังไม่นับผลลบจากกรณีสหรัฐเพิ่มอัตราภาษีเป็น 12.5%
รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน ให้ความเห็นผ่านผลวิเคราะห์ “ไทยเสี่ยงเศรษฐกิจชะงักงันควบคู่เงินเฟ้อ ภายใต้สงครามหลายสมรภูมิ” โดยเฉพาะหากน้ำมันดิบตลาดโลกปรับขึ้นเกิน 100 ดอลลาร์/บาร์เรล หรือปรับขึ้นราว ๆ 40% เมื่อเทียบกับก่อนสงคราม ซึ่งอยู่ระดับ 70 ดอลลาร์/บาร์เรล และเมื่อรวมผลกระทบจากราคาน้ำมันกับประมาณการเงินเฟ้อเดิม เงินเฟ้อทั่วไปของไทยในปี 2569 อาจอยู่ในช่วง 2.4-3.3%
ดร.อัทธ์เตือนด้วยว่า ราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะเพิ่มต้นทุนการผลิต การขนส่ง และค่าครองชีพ ขณะเดียวกันยังลดทอนกำลังซื้อ การลงทุน และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทำให้ประเทศไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงจากเงินเฟ้อด้านต้นทุน และภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมกัน เพราะไทยเป็นผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ หากสงครามยืดเยื้อความเสี่ยงที่ไทยจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจโตต่ำแต่เงินเฟ้อสูง หรือ Stagflation อาจเกิดขึ้น
ยิ่งน่าห่วงขึ้นอีกกับข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่ประเมินว่าประเทศไทยเสี่ยงขาดดุลการค้ากับทั่วโลกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รวมถึงยอดปิดโรงงานพุ่งสูง สอดคล้องกับตัวเลขจากการแถลงของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ระบุช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดไปแล้ว 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6 แสนล้านบาท ทั้งที่ไตรมาสแรกยังเกินดุลอยู่เลย ปัญหาไม่พ้นราคาพลังงาน
ทั้งภาพเศรษฐกิจไทยยังโตแบบต้วมเตี้ยม สวนทางกับเงินเฟ้อที่ปรับขึ้นสูง เป็นการบ้านข้อสำคัญของรัฐบาลที่ต้องวางแผนรับมือด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเพิ่มการส่งออก กระตุ้นการเติบโตเศรษฐกิจในประเทศ หรือเติมเงินเข้ากระเป๋าคนไทย เพื่ออย่างน้อยผ่านพ้นปีนี้ไปให้ได้ โดยไม่บอบช้ำเกินไปนัก