เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สหรัฐขายพันธบัตรอายุ 10 ปี ในอัตราผลตอบแทนสูงสุดตั้งแต่วิกฤตการเงินโลก ปี 2007
World สหรัฐขายพันธบัตรอายุ 10 ปี ในอัตราผลตอบแทนสูงสุดตั้งแต่วิกฤตการเงินโลก ปี 2007
ภัยไซเบอร์อุบัติใหม่ ถอดรหัส Agent AI ถึง บัญชีม้า
Economic ภัยไซเบอร์อุบัติใหม่ ถอดรหัส Agent AI ถึง บัญชีม้า
จีนแปรรูป ‘ถ่านหินเป็นเคมีภัณฑ์’ ครึ่งแรก 2026 กำไรสูงเป็นประวัติการณ์
World จีนแปรรูป ‘ถ่านหินเป็นเคมีภัณฑ์’ ครึ่งแรก 2026 กำไรสูงเป็นประวัติการณ์
TEAMG โชว์ผลงาน 6 เดือนแรก กำไรพุ่ง 111 ล้าน รับงานรถไฟสายสีแดงอ่อน ดัน Backlog แตะ 6 พันล้าน
Economic TEAMG โชว์ผลงาน 6 เดือนแรก กำไรพุ่ง 111 ล้าน รับงานรถไฟสายสีแดงอ่อน ดัน Backlog แตะ 6 พันล้าน
เอกชนรายใหญ่เร่งปรับโรงงานสู่ Smart & Green บีโอไอเผยลงทุนทะลุ 1.4 แสนล้าน
Economic เอกชนรายใหญ่เร่งปรับโรงงานสู่ Smart & Green บีโอไอเผยลงทุนทะลุ 1.4 แสนล้าน
ราคาทองวันนี้ (13 ส.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณขายออก 69,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ส.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณขายออก 69,700 บาท
“พิรงรอง” กระทุ้ง สำนักงาน กสทช. ให้จัดประชุมบอร์ด 6 คน โดยไม่มี นพ. สรณ
Tech “พิรงรอง” กระทุ้ง สำนักงาน กสทช. ให้จัดประชุมบอร์ด 6 คน โดยไม่มี นพ. สรณ
ร.ฟ.ท. ลุยศึกษาผุดรถไฟ 2 สายใหม่ ‘นครสวรรค์-บ้านไผ่’ และ ‘จัตุรัส-ชัยภูมิ-หนองบัวลำภู’
Economic ร.ฟ.ท. ลุยศึกษาผุดรถไฟ 2 สายใหม่ ‘นครสวรรค์-บ้านไผ่’ และ ‘จัตุรัส-ชัยภูมิ-หนองบัวลำภู’
มองผ่าน ‘หนุ่มเมืองจันท์’ อ่างคลองวังโตนด-ต้นทุนป่าไม้ และบทเรียน ‘ตัวประกัน’ ใน EEC
News มองผ่าน ‘หนุ่มเมืองจันท์’ อ่างคลองวังโตนด-ต้นทุนป่าไม้ และบทเรียน ‘ตัวประกัน’ ใน EEC
‘บัวหลวง’ เร่งเกม Wealth Advisor ดัน DR-Block Trade รับตลาดหุ้นขาขึ้น
Finance ‘บัวหลวง’ เร่งเกม Wealth Advisor ดัน DR-Block Trade รับตลาดหุ้นขาขึ้น
ดูทั้งหมด

“สุริยะ” เดินเกมการทูตเกษตร เปิดตลาดแอฟริกาใต้-อินเดีย-นิวซีแลนด์ ดันสินค้าไทย

12 ส.ค. 2569 | 10:09น.

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งขับเคลื่อน “การทูตเกษตร” ผ่านการหารือกับประเทศคู่ค้าสำคัญ 3 ประเทศ ได้แก่ แอฟริกาใต้ อินเดีย และนิวซีแลนด์ เพื่อขยายโอกาสทางการค้าสินค้าเกษตรไทย ลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบ และต่อยอดความร่วมมือด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม ความปลอดภัยอาหาร และการพัฒนาสินค้าเกษตรให้แข่งขันได้ในตลาดโลก

การหารือของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับเอกอัครราชทูตทั้ง 3 ประเทศ สะท้อนทิศทางสำคัญของนโยบายเกษตรไทยที่ไม่ได้มุ่งเพียงการผลิต แต่ต้องเชื่อมโยงตลาด การค้า มาตรฐาน และความร่วมมือระหว่างประเทศให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการผลักดันสินค้าเกษตรไทยเข้าสู่ตลาดใหม่ ทั้งลำไย มังคุด เนื้อโคแปรรูป ส้มโอสด และไก่ปรุงสุก

ไทย-แอฟริกาใต้ ดันลำไย-มังคุด-เนื้อโคแปรรูป

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือร่วมกับนายดาร์คีย์ อีเฟรอิม แอฟริกา เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ประจำประเทศไทย โดยมีนายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและติดตามความคืบหน้าความร่วมมือด้านการเกษตร รวมถึงแนวทางการขยายโอกาสทางการค้าสินค้าเกษตรระหว่างไทยและแอฟริกาใต้

โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและติดตามความคืบหน้าการเปิดตลาดสินค้าเกษตรระหว่างกัน ผ่านกลไกความร่วมมือและการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเห็นว่าการค้าสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างสองฝ่ายยังสามารถขยายตัวได้อีกมาก

เป้าหมายสำคัญคือการสนับสนุนให้บรรลุเป้าหมายทางการค้าระหว่างไทย-แอฟริกาใต้ ที่ตั้งไว้ 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2570 โดยปัจจุบันไทยมุ่งผลักดันการเปิดตลาดสินค้าเกษตร ได้แก่ ลำไย มังคุด และเนื้อโคแปรรูป ไปยังแอฟริกาใต้

พร้อมกันนี้ ไทยขอรับการสนับสนุนจากแอฟริกาใต้ในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกและผลักดันการเปิดตลาดสินค้าเกษตรของไทยให้มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

จ่อหารือคณะผู้แทนแอฟริกาใต้ ปลาย ส.ค.-ต้น ก.ย.

นายสุริยะกล่าวว่า ไทยได้ตอบรับการประชุมหารือกับคณะผู้แทนจากแอฟริกาใต้ ซึ่งมีกำหนดเดินทางมายังประเทศไทยในช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน เพื่อหารือประเด็นการเปิดตลาดสินค้าเกษตรระหว่างกัน

การหารือดังกล่าวจะเป็นอีกกลไกสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูล และพิจารณาแนวทางการดำเนินงานร่วมกันในระยะต่อไป โดยเฉพาะการประสานงานด้านกฎระเบียบและการเปิดตลาดสินค้าเกษตรที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญ

สำหรับการประชุมคณะทำงานร่วมด้านการเกษตรไทย-แอฟริกาใต้ หรือ JAWG ครั้งที่ 3 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงปี 2570 โดยมีแอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพ ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการประสานงานผ่านกลไกความร่วมมือที่มีอยู่ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการหารือและขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกัน

ไทย-อินเดีย เตรียมต่อยอดสัมพันธ์ 80 ปี

อีกด้านหนึ่ง นายสุริยะหารือร่วมกับนายปุนีต อัครวาล เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย โดยมีนายพงศ์ไท ไทโยธิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

การหารือมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทยและอินเดีย ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีและใกล้ชิดมาอย่างยาวนาน ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยในปี 2570 จะครบรอบ 80 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน

นายสุริยะกล่าวว่า วาระครบรอบ 80 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-อินเดีย นับเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความสัมพันธ์ และผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ร่วมกันมากขึ้น

ปัจจุบันไทยมีความร่วมมือกับอินเดียในหลายมิติ และได้ยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” หรือ Strategic Partnership โดยทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการเจรจาทบทวนความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-อินเดีย หรือ ASEAN-India Trade in Goods Agreement : ATIGA

กรมประมงพิจารณา MOU ประมง-เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

นายสุริยะกล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง ได้รับข้อเสนอการจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจากฝ่ายอินเดียแล้ว

ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียด และจัดส่งความเห็นทางวิชาการ รวมถึงข้อเสนอแนะกลับไปยังฝ่ายอินเดีย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างรอบคอบ สอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่าย และเกิดประโยชน์ร่วมกันสูงสุด

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือแนวทางการเปิดตลาดสินค้าเกษตรระหว่างกัน รวมถึงการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการประสานงานเพื่อลดอุปสรรคทางการค้า โดยเฉพาะการเร่งรัดกระบวนการเปิดตลาดและการพิจารณามาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช หรือ SPS สำหรับสินค้าเกษตรของไทย เพื่อส่งเสริมการค้าและเพิ่มโอกาสในการขยายมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรระหว่างสองประเทศ

“ปัจจุบันรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคการเกษตรให้สามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพและแข่งขันได้ในเวทีโลก โดยมุ่งนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการผลิต การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร การพัฒนาศักยภาพเกษตรกร และการผลิตที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย” นายสุริยะกล่าว

ไทย-นิวซีแลนด์ ยกระดับเกษตรภายใต้หุ้นส่วนยุทธศาสตร์

อีกหนึ่งการหารือสำคัญ นายสุริยะอนุญาตให้นางเรย์ลีน ซีอาลี ทากาลอ ลูฟาลานี เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะและหารือ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569

การหารือมีรองศาสตราจารย์ ดร.วีริศ อัมระปาล คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกัน ภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย-นิวซีแลนด์ ค.ศ. 2026-2030 ซึ่งถือเป็นวาระฉลองครบรอบ 70 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและนิวซีแลนด์

ความร่วมมือครอบคลุมประเด็นความปลอดภัยอาหาร เทคโนโลยีและนวัตกรรม ความยืดหยุ่นของอุปทานอาหาร การจัดทำความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ รวมถึงการจัดตั้งคณะทำงานด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมนมของไทย

เชิญเอกชนนิวซีแลนด์ร่วมพัฒนาเกษตรไทย

ในการหารือ ไทยได้นำเสนอความสำคัญของภาคการเกษตรไทย โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการผลิต การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร การพัฒนาศักยภาพเกษตรกร และการยกระดับภาคการเกษตรให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ

ไทยยังเชิญชวนภาคเอกชนนิวซีแลนด์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านดังกล่าวเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาภาคการเกษตรไทย โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม ความปลอดภัยอาหาร และการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร

นายสุริยะกล่าวว่า ปัจจุบันไทยผลักดันการเปิดตลาดสินค้าเกษตรระหว่างกัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ประสานหารือถึงการเปิดตลาดสินค้าเกษตรอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด โดยเฉพาะการเปิดตลาดส้มโอสดทั้งผล และผลิตภัณฑ์ไก่ปรุงสุกจากไทย

“ไทยขอให้นิวซีแลนด์สนับสนุนการเปิดตลาดสินค้าเกษตรของไทยต่อไป” นายสุริยะกล่าว

เปิดตลาดสินค้าเกษตร ต้องเดินคู่มาตรฐานและเทคโนโลยี

ภาพรวมการหารือกับแอฟริกาใต้ อินเดีย และนิวซีแลนด์ สะท้อนบทบาทของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการใช้กลไกความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือขยายตลาดสินค้าเกษตรไทย

ในกรณีแอฟริกาใต้ ไทยต้องการผลักดันลำไย มังคุด และเนื้อโคแปรรูปเข้าสู่ตลาด เพื่อเชื่อมกับเป้าหมายการค้า 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2570

ในกรณีอินเดีย ไทยใช้วาระความสัมพันธ์ทางการทูต 80 ปี และสถานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ เป็นฐานขยายความร่วมมือด้านเกษตร การเปิดตลาด และความร่วมมือด้านประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

ส่วนกรณีนิวซีแลนด์ ไทยมุ่งยกระดับความร่วมมือภายใต้หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ค.ศ. 2026-2030 โดยเชื่อมโยงเทคโนโลยี นวัตกรรม ความปลอดภัยอาหาร ความยืดหยุ่นของอุปทานอาหาร และการพัฒนาอุตสาหกรรมนมของไทย

โจทย์ต่อไปของการทูตเกษตรไทยจึงอยู่ที่การทำให้การหารือระดับนโยบายแปลงเป็นผลเชิงปฏิบัติ ทั้งการลดอุปสรรค SPS การเปิดตลาดสินค้าใหม่ การพัฒนามาตรฐาน และการเชื่อมโยงภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วม

หากผลักดันได้ต่อเนื่อง สินค้าเกษตรไทยจะมีช่องทางเข้าสู่ตลาดศักยภาพมากขึ้น ขณะที่เกษตรกรไทยจะมีโอกาสขยายตลาดปลายทาง เพิ่มมูลค่าสินค้า และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดิมในระยะยาว