สหรัฐขายพันธบัตรอายุ 10 ปี ในอัตราผลตอบแทนสูงสุดตั้งแต่วิกฤตการเงินโลก ปี 2007
กระทรวงการคลังสหรัฐเปิดประมูลพันธบัตรอายุ 10 ปี ที่มีอัตราผลตอบแทนสูงที่สุดอยู่ที่ 4.683% นับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลกปี 2007
การประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี มูลค่า 42,000 ล้านดอลลาร์ (1.3 ล้านล้านบาท) ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2007 ซึ่งช่วยดึงดูดความต้องการซื้อในระดับที่ดีจากนักลงทุน ที่เรียกร้องผลตอบแทนที่สูงขึ้นสำหรับการสนับสนุนทางการเงินหรืออีกนัยหนึ่งให้กู้แก่รัฐบาลสหรัฐเพื่อนำมาบริหารประเทศ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรในการประมูลเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ตามเวลาสหรัฐอยู่ที่ 4.683% สูงที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลก และสูงกว่าระดับที่เห็นในตลาดก่อนเวลาปิดประมูล 13.00 น. ในนิวยอร์กเล็กน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าความต้องการต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ พันธบัตรรัฐบาลส่วนใหญ่ปิดตลาดโดยมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ก่อนที่อัตราผลตอบแทนจะปรับตัวลดลงในเอเชียวันนี้ (13 สิงหาคม 2026)
สถานการณ์นี้ส่งสัญญาณต่อเนื่องไปถึงการประมูลพันธบัตรสหรัฐอายุ 30 ปี ในวันนี้ (13 สิงหาคม 2026 เวลาสหรัฐ) ซึ่งคาดว่าจะทำให้เกิดบอนด์ยีลด์สูงที่สุดในรอบ 25 ปี ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และการขาดดุลงบประมาณที่เพิ่มขึ้นกำลังส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวสูงขึ้น สะท้อนข้อเท็จจริงที่ว่า นักลงทุนไม่ยอมถือพันธบัตรที่ให้ดอกเบี้ยต่ำ เพราะจะเสียโอกาสและเสี่ยงต่อเงินเฟ้อกัดกินมูลค่า
“ยังคงเป็นเรื่องยากที่บอนด์ยีลด์จะปรับตัวลดลง ในขณะที่การขาดดุลงบประมาณยังสูงเกินตัว การเติบโตทางเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง สภาวะสงคราม และเงินเฟ้อก็ยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายของเฟด” เกรกอรี ฟาราเนลโล หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการเทรดและวางกลยุทธ์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐจากบริษัท AmeriVet Securities กล่าว
นอกเหนือจากการกู้ยืมจำนวนมากแล้ว พันธบัตรระยะยาวยังเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาคอีกด้วย การดีดตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้สินค้าโภคภัณฑ์กดดันพันธบัตรรัฐบาล ในขณะเดียวกัน การเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐยังคงบั่นทอนความต้องการพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิม จึงทำให้ในขณะะที่ปริมาณการเสนอขายหุ้นกู้ภาคเอกชนจำนวนมหาศาล กำลังบีบบังคับให้ตราสารหนี้ของรัฐบาลต้องแข่งขันอย่างหนักหน่วงยิ่งขึ้นเพื่อดึงดูดเงินลงทุน
แรงกดดันนี้เกิดขึ้นทั่วโลก การปรับตัวสูงขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นจากความคาดหวังว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับนโยบายการเงินเข้าสู่ระดับปกติ กำลังทำให้ตราสารหนี้ภายในประเทศของญี่ปุ่นน่าดึงดูดมากยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศซึ่งเป็นแหล่งอุปสงค์สำคัญของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐต้องลดน้อยลงไป
นายมาร์ก คัดมอร์ บรรณาธิการบริหารและนักวิเคราะห์การเงินบลูมเบิร์กกล่าวว่า การเติบโตที่แข็งแกร่งของสหรัฐการใช้จ่ายทางการคลังจำนวนมาก และการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เฟื่องฟู บ่งชี้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐจะสูงขึ้นมาก โดย 5% สำหรับพันธบัตรอายุ 10 ปี อาจกลายเป็นระดับต่ำสุดมากกว่าระดับสูงสุดในปีหน้าที่จะถึงนี้