‘บัวหลวง’ เร่งเกม Wealth Advisor ดัน DR-Block Trade รับตลาดหุ้นขาขึ้น
พฤติกรรมการลงทุนในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะนักลงทุนรุ่นใหม่ที่เปิดรับสินทรัพย์หลากหลายประเภทมากขึ้น ทั้งหุ้นต่างประเทศ กองทุนรวม และสินทรัพย์ทางเลือก ส่งผลให้โจทย์ของนักลงทุนไม่ได้อยู่ที่การเลือกหุ้นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการจัดพอร์ตและปรับสัดส่วนสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงและเป้าหมายการลงทุน
โดย “ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ” กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด เปิดเผยว่า บล.บัวหลวงเดินหน้าต่อยอดธุรกิจจากการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ไปสู่การเป็น Wealth Advisor และผู้ให้บริการ Investment Solution แบบครบวงจร เพื่อช่วยแก้ปัญหานักลงทุนที่ต้องการปรับพอร์ตหรือสลับสินทรัพย์ แต่ยังขาดเครื่องมือและคำแนะนำที่เหมาะสม
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่บริษัทให้ความสำคัญ ได้แก่ Depositary Receipt (DR) ที่อ้างอิงหุ้นต่างประเทศรายตัว ซึ่งช่วยให้นักลงทุนไทยเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้ง่ายขึ้น โดยบริษัทมีแผนออก DR ใหม่อย่างต่อเนื่อง และคาดว่าธุรกิจ DR จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 50% ในปี 2569
“บัวหลวงยังให้ความสำคัญกับ DR Global Index สำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงในตลาดหุ้นต่างประเทศโดยไม่ต้องเลือกลงทุนในหุ้นรายตัว ซึ่งมีเงินลงทุนเริ่มต้น 500,000 บาท รวมถึง Structured Notes หรือหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง ซึ่งได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น และเหมาะกับการลงทุนในภาวะตลาดที่มีความผันผวน”
นอกจากนี้ บริษัทเดินหน้าขยายผลิตภัณฑ์ Auto Top Fund ซึ่งเป็นการลงทุนในกองทุนรวมแบบ Asset Mix พร้อมระบบปรับพอร์ตอัตโนมัติเพื่อช่วยให้นักลงทุนกระจายการลงทุนได้อย่างเป็นระบบ โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน
“ชัยพร” กล่าวอีกว่า บริษัทยังเตรียมผลักดันธุรกิจ Block Trade เพิ่มขึ้นโดยมองว่ามีโอกาสกลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้สำคัญในช่วงที่ตลาดหุ้นเป็นขาขึ้น เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการลงทุนสำหรับลูกค้าที่มีคำสั่งซื้อขายตั้งแต่ประมาณ 1.5 ล้านบาทขึ้นไป
โดย Block Trade เปิดโอกาสให้นักลงทุนใช้ Leverage โดยวางหลักประกันประมาณ 10-15% ของมูลค่าหุ้น เทียบกับบัญชีมาร์จิ้นที่ต้องใช้หลักประกันประมาณ 50% ทำให้นักลงทุนสามารถบริหารเงินทุนและทำรอบการลงทุนได้คล่องตัวมากขึ้นในภาวะตลาดขาขึ้น
“เป้าหมายของบัวหลวงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ แต่ต้องการสร้าง Ecosystem การลงทุนที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถสร้างความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืน ผ่านผลิตภัณฑ์และคำแนะนำที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของแต่ละราย”
ทั้งนี้ บล.บัวหลวงแนะนำจัดพอร์ตลงทุนในช่วง 5 เดือนที่เหลือของปี 2569 โดยให้น้ำหนักหุ้น 74% ตราสารหนี้ 22% และสินทรัพย์ทางเลือกและทองคำ 4% โดยยังมองตลาดหุ้นสหรัฐเป็นตลาดที่น่าสนใจที่สุด จากแนวโน้มผลประกอบการที่ยังเติบโตแข็งแกร่ง
“การลงทุนในหุ้นต่างประเทศ แนะนำหุ้นสหรัฐ 43% หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ 5% ญี่ปุ่น 3% อินเดีย 6% เกาหลีใต้ 5% และหุ้นเทคโนโลยีจีน 8% ทั้งนี้ แนะนำให้ทยอยสะสมตลาดหุ้นอินเดียเพิ่มเติม”
ขณะที่ “พิริยพล คงวาณิช” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่ง บล.บัวหลวง กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยช่วงที่เหลือของปีนี้ มองยังเป็นขาขึ้นในลักษณะ Sideway Up โดยประเมินกรอบหุ้นไทยที่ 1,580-1,700 จุด และมีโอกาสทดสอบ 1,710 จุดในไตรมาส 4/2569 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของการบริโภคและการท่องเที่ยว
โดยกลยุทธ์การลงทุน แนะนำ Barbell Strategy แบ่งเป็น 5 ธีม ได้แก่ 1.Long-term Growth พลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน หุ้น GULF, WHAUP, GUNKUL 2.Defensive & Yield Play หุ้นปันผลสูง โดยเฉพาะธนาคาร หุ้น KTB 3.Normalization & Stimulus ค้าปลีก ไอที ท่องเที่ยวและเครื่องดื่ม หุ้น COM7, CRC, ERW, CBG 4.Event Play ธีมซูเปอร์เอลนีโญ รับภัยแล้งและอากาศร้อน หุ้น CPF, BTG, ICHI และ 5.Geopolitical & Inflation Hedge พลังงานและปิโตรเคมีต้นน้ำ หุ้น PTT, PTTGC