‘พืชสวนโลก’ พลิกโฉมอุดรธานี ศูนย์กลางเศรษฐกิจ-โลจิสติกส์ลุ่มน้ำโขง
หอการค้าอุดรธานีมั่นใจเศรษฐกิจครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง ชี้ “มหกรรมพืชสวนโลก” จุดเปลี่ยนสำคัญ ยกระดับจังหวัดสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และโลจิสติกส์ของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
นายกัณฑ์พงศ์ สุระวรรณวิจิตร ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี เปิดเผย “NewsPulse” ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจจังหวัดอุดรธานีในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 มีสัญญาณฟื้นตัวและเริ่มเข้าสู่ระยะขยายตัว แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอน แต่เศรษฐกิจจังหวัดได้รับแรงสนับสนุนจากการบริโภคภายใน การลงทุนภาคเอกชน การท่องเที่ยว และการเตรียมความพร้อมรองรับมหกรรมพืชสวนโลกในปลายปีนี้
อุดรธานีหนึ่งในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีฐานะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การแพทย์ การศึกษา และโลจิสติกส์ของภูมิภาค ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนไม่ได้มาจากประชาชนในจังหวัดเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
ส่งผลให้ครึ่งปีแรกการบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 3.5-4.5% ภาคการท่องเที่ยวและบริการเติบโต 8-12% การค้าปลีกและค้าส่งขยายตัว 4-6% การลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 2-4% ภาคอุตสาหกรรมเติบโต 1-3% ขณะที่ภาคเกษตรกรรมทรงตัว ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและราคาพืชผล ส่งผลให้เศรษฐกิจจังหวัด (GPP) ในปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวอยู่ที่ 3.5-4.5%
ด้านผู้ประกอบการในจังหวัดสามารถปรับตัวได้ดี ทั้งการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ การบริหารจัดการต้นทุน การขยายตลาดออนไลน์ และการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น ขณะที่หอการค้าจังหวัดพร้อมทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อผลักดันนโยบาย ลดอุปสรรคทางธุรกิจ และสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการทุกระดับ
อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจโลกยังมีความผันผวนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน และมาตรการทางการค้าประเทศมหาอำนาจ ส่งผลให้ภาคเกษตรกรรมและผู้ประกอบการรายย่อยยังคงเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการผลิต ต้นทุนทางการเงิน และกำลังซื้อของประชาชนบางส่วนที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจกระจายตัวอย่างทั่วถึง

นายกัณฑ์พงศ์กล่าวต่อไปว่า แนวโน้มเศรษฐกิจครึ่งปีหลังนี้ ประเมินว่าจะเป็นช่วงเร่งการเติบโต และมีโอกาสขยายตัวได้ดีกว่าครึ่งปีแรก โดยมี “มหกรรมพืชสวนโลก” เป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ ทั้งการสร้างรายได้ การจ้างงาน การลงทุน และการประชาสัมพันธ์จังหวัดในระดับนานาชาติ
ขณะที่สนามบินนานาชาติอุดรธานีมีศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้เพียงพอ และอยู่ระหว่างการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสายการบิน เพื่อเพิ่มเที่ยวบินทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและเอเชีย พร้อมตั้งเป้ายกระดับเป็นศูนย์กลางการบินและโลจิสติกส์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
ขณะที่ด้านที่พักและการบริการ จังหวัดมีความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวผ่านโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และที่พักทางเลือก รวมถึงร้านอาหาร ศูนย์การค้า และระบบบริการที่ได้มาตรฐาน อีกทั้งยังมีความร่วมมือกับจังหวัดหนองคาย เลย หนองบัวลำภู และบึงกาฬ เชื่อมโยงการรองรับนักท่องเที่ยวในระดับภูมิภาค มุ่งยกระดับคุณภาพการบริการ ความปลอดภัย และสร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือน
นอกจากนี้ยังวางแผนพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงจากมหกรรมพืชสวนโลกไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด อาทิ ทะเลบัวแดง แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ วัฒนธรรมวิถีชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รวมถึงเชื่อมโยงกับจังหวัดใกล้เคียงและ สปป.ลาว ภายใต้แนวคิดเปลี่ยนนักท่องเที่ยวจาก “ผู้มาเยือน” ให้เป็น “ผู้พักค้าง” และ “ผู้กลับมาเยือนซ้ำ” ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
มหกรรมดังกล่าวจึงไม่ได้เป็นเพียง “อีเวนต์” แต่เป็น “จุดเปลี่ยน” เชิงยุทธศาสตร์ของเมืองที่จะยกระดับอุดรธานีจากเมืองศูนย์กลางภูมิภาค สู่ระดับนานาชาติ คาดว่าหลังการจัดงานจะเกิดการลงทุนต่อเนื่อง ทั้งในธุรกิจโรงแรมและภาคบริการ ศูนย์ประชุม การแพทย์ โลจิสติกส์ รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของจังหวัดในระยะยาว
นายกัณฑ์พงศ์กล่าวทิ้งท้ายว่า มหกรรมพืชสวนโลกซึ่งถือเป็นจุดเร่งสำคัญของเศรษฐกิจอุดรธานี ช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน และต่อยอดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว หากสามารถใช้โอกาส ครั้งนี้ได้อย่างเป็นระบบ อุดรธานีจะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การแพทย์ การศึกษา การประชุม และการท่องเที่ยวของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงได้อย่างเต็มศักยภาพ