ครม.ไฟเขียวขยาย “นมโรงเรียน” ถึง ม.3 เริ่ม พ.ย. 69 ครอบคลุมเด็ก 6.6 ล้านคน
วัชระพล เผย ครม.อนุมัติขยายโครงการ “นมโรงเรียน” ถึงนักเรียน ม.1-3 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาเป็นครั้งแรก เริ่มภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2569 เดือน พ.ย.นี้ ดันนักเรียนได้รับสิทธิกว่า 6.6 ล้านคน จากเดิมประมาณ 6 ล้านคน พร้อมเพิ่มปริมาณรับซื้อน้ำนมดิบในประเทศ 87.202 ตัน/วัน ชูประโยชน์ 3 ต่อ “เด็กได้โภชนาการดี-เกษตรกรโคนมมีตลาดเพิ่ม-ลดภาระผู้ปกครอง”
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 11 สิงหาคม 2569 มีมติอนุมัติขยายโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ให้ครอบคลุมนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาเป็นครั้งแรก โดยรัฐบาลจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2569 หรือเดือนพฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป
การขยายโครงการครั้งนี้มีเป้าหมายลงทุนด้านโภชนาการของเด็กและเยาวชน เพื่อให้มีพัฒนาการด้านร่างกาย สมอง และการเรียนรู้ที่เหมาะสมตามวัย มีสุขภาพแข็งแรง และเติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพในอนาคต
ขยายสิทธิแตะ 6.6 ล้านคน
นายวัชระพลกล่าวว่า เมื่อขยายโครงการไปยังนักเรียน ม.1-3 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา จะทำให้มีนักเรียนได้รับประโยชน์จากโครงการมากกว่า 6.6 ล้านคน จากเดิมประมาณ 6 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นกว่า 6 แสนคน
นอกจากช่วยด้านโภชนาการแล้ว ยังเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะเด็กจากครอบครัวรายได้น้อยและในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง
ขณะเดียวกัน การเพิ่มจำนวนนักเรียนในโครงการจะช่วยขยายตลาดน้ำนมดิบภายในประเทศ โดยคาดว่าจะเพิ่มปริมาณการรับซื้อน้ำนมดิบอีก 87.202 ตันต่อวัน เป็นอีกช่องทางช่วยรองรับผลผลิตของเกษตรกรโคนม และสนับสนุนอุตสาหกรรมนมทั้งระบบ
ชูประโยชน์ 3 ต่อ เด็ก-เกษตรกร-ผู้ปกครอง
นายวัชระพลกล่าวว่า การขยายโครงการมีประโยชน์สำคัญ 3 ด้าน คือ เด็กและเยาวชนได้รับโภชนาการที่ดีขึ้น เกษตรกรโคนมมีตลาดรองรับน้ำนมดิบเพิ่มขึ้น และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง
รัฐบาลต้องการให้เด็กไทยได้ดื่มนมโคสดแท้ 100% ซึ่งยังคงคุณค่าของโปรตีนและวิตามินตามธรรมชาติ ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องการขยายการบริโภคน้ำนมดิบภายในประเทศ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรโคนมและชุมชนผู้ผลิตควบคู่กันไป
“รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร จึงได้จัดสรรเพื่อขยายการบริโภคน้ำนมดิบภายในประเทศ โดยมุ่งช่วยเหลือเกษตรกรโคนมและชุมชนผู้ผลิตเป็นหลัก ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของเด็กไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ผ่านการเข้าถึงนมโรงเรียนที่ได้มาตรฐานและมีคุณค่าทางโภชนาการ” นายวัชระพลกล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มองว่า การขยายโครงการนมโรงเรียนจะเป็นกลไกหนึ่งในการยกระดับอุตสาหกรรมนมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยเชื่อมโยงการดูแลโภชนาการเด็กกับการสร้างตลาดรองรับผลผลิตน้ำนมดิบของเกษตรกร เพื่อสร้างทั้ง “คนคุณภาพ” และ “เศรษฐกิจยั่งยืน” ควบคู่กัน