เปี่ยมด้วยพระเมตตาพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงห่วงใยเยาวชน
ด้วยพระราชหฤทัยเปี่ยมด้วยพระเมตตาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาในฐานะรากฐานสำคัญของชาติ และเป็นกุญแจสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน จึงทรงมีพระราชกรณียกิจด้านการศึกษาเพื่อพระราชทานโอกาสแก่เด็กและเยาวชน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ครอบครัวยากจน และผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา
ในด้านการศึกษา พระองค์ได้พระราชทานพระราชทรัพย์เป็นทุนเริ่มแรกให้แก่โรงเรียนเจ้าแม่หลวงอุปถัมภ์ 1 เพื่อสร้างโรงเรียนสำหรับชาวไทยภูเขาเผ่าเย้า ที่บ้านห้วยขาน ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และทรงมอบโรงเรียนให้อยู่ในความดูแลของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน ปัจจุบันเป็นโรงเรียนที่สอนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
นอกจากนี้ ยังทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อสร้างอาคารหลังใหม่ให้แก่โรงเรียนเจ้าแม่หลวงอุปถัมภ์ 2 สำหรับเด็กชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ตำบลแม่ริม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ อันเป็นพระราชกรณียกิจที่สะท้อนถึงพระราชปณิธานในการเปิดโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ให้สามารถเข้าถึงการศึกษาได้โดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งถิ่นฐาน




เมื่อเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในถิ่นทุรกันดาร หากทรงพบเห็นนักเรียนที่มีฐานะยากจน ก็จะทรงรับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และให้กองราชเลขานุการฯ ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด เด็กนักเรียนยากจนที่ทรงพบด้วยพระองค์เองได้รับการรับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์เกือบ 2,000 คน โดยมีการติดตามและบันทึกข้อมูลเพื่อดูแลนักเรียนเหล่านี้อย่างใกล้ชิด ทำให้เด็ก ๆ เหล่านั้นได้รับโอกาสทางการศึกษาและโอกาสในชีวิตอีกครั้ง
พระราชกรณียกิจด้านการศึกษายังครอบคลุมไปถึงการช่วยเหลือครอบครัวของเด็กที่ยากจน โดยนอกจากพระราชทานโอกาสด้านการศึกษาแล้ว ยังทรงส่งเสริมอาชีพให้แก่ครอบครัวยากจน เพื่อให้เด็ก ๆ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถพึ่งพาตนเองได้ สะท้อนพระราชวิสัยทัศน์ที่มิได้มุ่งเพียงให้เด็กได้รับการศึกษา หากแต่ทรงใส่พระราชหฤทัยถึงโอกาสและคุณภาพชีวิตของพวกเขาไปพร้อมกัน
สำหรับเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา พระองค์ยังทรงมีพระเมตตาและใส่พระราชหฤทัยเป็นพิเศษต่อเยาวชนและประชาชนผู้พิการทางร่างกายในด้านต่าง ๆ ด้วย ดังที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเล่าไว้ในพระราชนิพนธ์เรื่อง “สมเด็จแม่กับการศึกษา” ถึงการจัดงานเลี้ยงเชิญคนพิการ ซึ่งส่วนมากเป็นเด็กจากโรงเรียนเด็กพิการต่าง ๆ ทั้งผู้พิการทางสายตา ทางการพูดและการได้ยิน รวมถึงผู้พิการทางร่างกายและทางปัญญา
กิจกรรมดังกล่าวเป็นโอกาสให้เด็ก ๆ ได้พบกับเพื่อนใหม่ที่อาจต้องต่อสู้กับชีวิตมากกว่า และได้เรียนรู้ถึงการทำตนให้เป็นประโยชน์และสร้างความสุขให้แก่ผู้อื่น แม้ในขณะที่ยังเป็นเด็ก ขณะเดียวกันยังเป็นเครื่องเตือนใจให้เห็นคุณค่าของชีวิตและความอดทนเมื่อเผชิญกับอุปสรรค โดยปัจจุบันสภาสังคมสงเคราะห์แห่งชาติเป็นผู้จัดงานเช่นนี้ และยังโปรดเกล้าฯ ให้นักเรียนและครูโรงเรียนจิตรลดาไปช่วยงานอยู่เช่นเคย
พระเมตตายังแผ่ถึงเด็กพิการที่ต้องการโอกาสทางการศึกษา พระองค์ทรงพระราชทานทุนการศึกษาแก่เด็กพิการ เพื่อให้มีโอกาสเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนพิเศษเฉพาะทาง ทั้งโรงเรียนสอนคนตาบอด โรงเรียนสอนคนหูหนวก และโรงเรียนสอนคนพิการแขนขา อันเป็นการกระจายโอกาสทางการศึกษาให้เข้าถึงเด็กและเยาวชนอย่างทั่วถึง โดยไม่จำกัดด้วยระดับชนชั้น ฐานะ เพศ หรือสุขภาพ
พระราชกรณียกิจด้านการศึกษาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงสะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมุ่งให้เด็กและเยาวชน โดยเฉพาะผู้ที่ขาดโอกาส ได้มีหนทางในการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งเด็กในพื้นที่ห่างไกล เด็กจากครอบครัวยากจน ตลอดจนเด็กและเยาวชนผู้พิการ ล้วนได้รับพระเมตตาและโอกาสอย่างทั่วถึง อันเป็นพระราชกรณียกิจที่มุ่งให้การศึกษาเป็นประตูสู่โอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเยาวชนของชาติ
2 คนดังแม่แห่งชาติ 2569
สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศรางวัล “แม่ดีเด่นแห่งชาติ 2569” โดยในปีนี้ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.เลือดใหม่ ประชาธิปัตย์ คุณแม่คนสวยของลูกสาว 2 คน น้องพอดีและน้องมีดี ได้รับคัดเลือกในสาขา “แม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม”


ด้วยบทบาทที่นอกจะเป็น สส.ผู้ขับเคลื่อนทางการเมืองที่ได้รับการจับตามอง การดี เลียวไพโรจน์ ยังสะท้อนบทบาทของแม่ที่ขับเคลื่อนปัญหาสุขภาพจิตของเยาวชน โดยการจี้กระทรวงสาธารณสุข-ศึกษาธิการ-อว. เร่งอัพเกรดนโยบายสุขภาพจิตหน้างาน เสนอแนะให้นักจิตวิทยาประจำสถานศึกษาอย่างเร่งด่วน
ด้านอีกหนึ่งคุณแม่คนดัง นางจิตรา วรรธนะสิน ได้รับรางวัลในสาขา “แม่ของลูกผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ” ซึ่งนางจิตรา วัย 84 ปี เป็นคุณแม่ของ แจน จิตติมา, โจ จิรายุส และ เจ เจตริน วรรธนะสิน ลูกทั้ง 3 ได้สะท้อนภาพการเลี้ยงลูกของครอบครัววรรธนะสิน ที่ส่งเสริมแนวทางที่ลูก ๆ รัก และเป็นดั่งลมใต้ปีก เป็นกำลังใจให้ลูก ๆ ได้เดินตามเส้นทางชีวิตของตัวเองได้อย่างมีความสุข