ส่งออกอัญมณี มิ.ย.โต 15.73% ขยายตัว 4 เดือนติด จับตาภาษีสหรัฐฯ กดการแข่งขัน
ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยไม่รวมทองคำ เดือน มิ.ย. 2569 มูลค่า 881.29 ล้านดอลลาร์ โต 15.73% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 หลายตลาดหลักสั่งซื้อเพิ่ม ขณะที่สหรัฐฯ ยังลดลง 7.87% หลังเร่งนำเข้าก่อนหน้า ด้าน GIT จับตาภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 อัตรา 12.5% และความเสี่ยงมาตรการด้านกำลังการผลิต กระทบความสามารถแข่งขันผู้ส่งออกไทย
นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย ไม่รวมทองคำ ในเดือนมิถุนายน 2569 มีมูลค่า 881.29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 15.73% และเป็นการขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4
หากรวมทองคำ การส่งออกเดือนมิถุนายนมีมูลค่า 1,252.94 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 34.29% ขณะที่ภาพรวม 6 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-มิถุนายน) การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไม่รวมทองคำ มีมูลค่า 8,253.19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.58% ส่วนเมื่อรวมทองคำมีมูลค่า 16,916.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.74%
ทองคำ มิ.ย.ร่วง 67.55%
สำหรับการส่งออกทองคำเฉพาะเดือนมิถุนายน 2569 มีมูลค่า 371.66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงถึง 67.55% เนื่องจากราคาทองคำในตลาดโลกชะลอตัวและปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ส่งผลให้แรงเก็งกำไรทองคำลดลง
อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 6 เดือนแรก การส่งออกทองคำยังมีมูลค่า 8,663.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 30.99% โดยเดือนมกราคมมีมูลค่า 2,758.08 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 136.16% กุมภาพันธ์ 1,103.74 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 18.22% มีนาคม 1,799.58 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 24.28% เมษายน 1,216.89 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 20.27% และพฤษภาคม 1,413.69 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 55.75%
ตลาดหลักโต-สหรัฐฯ ยังหด 7.87%
ด้านตลาดส่งออก พบว่าหลายตลาดสำคัญยังขยายตัว โดยอินเดียเพิ่มขึ้น 0.08% ฮ่องกง 9.32% เยอรมนี 44.03% สวิตเซอร์แลนด์ 76.14% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 81.20% สหราชอาณาจักร 3.32% ญี่ปุ่น 39.39% อิตาลี 31.69% และเบลเยียม 23.71%
สวนทางกับตลาดสหรัฐฯ ที่ลดลง 7.87% เนื่องจากผู้นำเข้าได้เร่งนำเข้าสินค้าไปก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ยอดนำเข้าชะลอตัวต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปีจนถึงปัจจุบัน
ขณะที่การส่งออกสินค้าสำคัญ ส่วนใหญ่ยังขยายตัว โดยเครื่องประดับแท้เพิ่มขึ้น 60.46% เครื่องประดับทอง 20.01% เครื่องประดับแพลทินัมพุ่ง 2,272.02% เครื่องทองหรือเครื่องเงินและส่วนประกอบ 98.90% พลอยก้อน 5.51% พลอยเนื้อแข็งเจียระไน 0.93% พลอยเนื้ออ่อนเจียระไน 3.86% เพชรก้อน 10.67% และเพชรเจียระไน 9.99% ขณะที่เครื่องประดับเงินลดลง 5.85%
จับตาภาษีสหรัฐฯ 12.5%
นายสุเมธกล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยยังต้องจับตาผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 ที่จัดเก็บภาษี 12.5% และมีสินค้าไทยบางรายการถูกจัดเก็บภาษี ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทยเมื่อเทียบกับคู่แข่งลดลง
นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากมาตรการตอบโต้ด้านกำลังการผลิตที่อยู่ระหว่างการพิจารณา รวมถึงความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งกระทบต่อการค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานโลก และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย
อย่างไรก็ตาม การที่กระทรวงพาณิชย์เร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ทั้งไทย-สหภาพยุโรป (EU) อาเซียน-แคนาดา รวมถึงการเร่งเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ หากประสบความสำเร็จ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออก ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคา และสนับสนุนการส่งออกในระยะต่อไป
สินค้าพรีเมียมยังมีแรงซื้อ
สำหรับทิศทางความต้องการสินค้า ตลาดค้าปลีกสำคัญ อาทิ สหรัฐฯ อินเดีย และภูมิภาคเอเชีย ยังมีแรงหนุนจากความต้องการสินค้าพรีเมียมและสินค้าเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะเครื่องประดับพลอยสี งานฝีมือมูลค่าเพิ่มสูง เพชรสีแฟนซี โดยเฉพาะกลุ่ม Fancy Pink รวมถึงเพชรรูปทรงแฟนซีคุณภาพสูง
ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคบางส่วนในตลาดหลักเริ่มกลับมาให้ความสนใจเพชรธรรมชาติเพิ่มขึ้น แต่ตลาดระดับกลางอาจชะลอการสั่งซื้อ หรือหันไปเลือกสินค้าที่มีราคาเข้าถึงได้มากขึ้น เช่น เครื่องประดับชุบทอง และเครื่องประดับทองที่มีค่าความบริสุทธิ์ลดลง