เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อ.ส.ค. ดันนมโคสดแท้ 100% จาก CSR ถึงแบรนด์สหกรณ์ “CM Milk”ในวันที่ต้องสร้างตลาดเอง
Economic อ.ส.ค. ดันนมโคสดแท้ 100% จาก CSR ถึงแบรนด์สหกรณ์ “CM Milk”ในวันที่ต้องสร้างตลาดเอง
เกษตรฯ เปิดศูนย์ ศพร. ลุยปราบสินค้าเกษตรเถื่อน จับแล้ว 146 คดี เสียหายกว่า 100 ล้าน
Economic เกษตรฯ เปิดศูนย์ ศพร. ลุยปราบสินค้าเกษตรเถื่อน จับแล้ว 146 คดี เสียหายกว่า 100 ล้าน
ผลไม้ไทยปี’69 เกษตรฯ คุมเกมคุณภาพ-ตลาด-มาตรฐาน ดันผลไม้ใต้ เปิดตลาดชิลี
Economic ผลไม้ไทยปี’69 เกษตรฯ คุมเกมคุณภาพ-ตลาด-มาตรฐาน ดันผลไม้ใต้ เปิดตลาดชิลี
ยื่นผู้ว่าฯ ลำพูน หยุดโค่นไม้ป่าร้อยปี ขยายทางหลวง ‘บ้านโฮ่ง-ลี้’ ดัน ‘ขุดล้อมย้าย’
SD ยื่นผู้ว่าฯ ลำพูน หยุดโค่นไม้ป่าร้อยปี ขยายทางหลวง ‘บ้านโฮ่ง-ลี้’ ดัน ‘ขุดล้อมย้าย’
เริ่มบังคับใช้กฎหมาย ‘อายัดบัญชีม้า’ เล่นงานยกแผง – เร่งคืนเงินเหยื่อ
Economic เริ่มบังคับใช้กฎหมาย ‘อายัดบัญชีม้า’ เล่นงานยกแผง – เร่งคืนเงินเหยื่อ
ภูเก็ตยังไม่กระทบภัยแล้ง 3 อ่างมีน้ำ 55.3% เร่งเพิ่มแหล่งกักเก็บรับเมืองโต
เศรษฐกิจภูมิภาค ภูเก็ตยังไม่กระทบภัยแล้ง 3 อ่างมีน้ำ 55.3% เร่งเพิ่มแหล่งกักเก็บรับเมืองโต
รัฐบาลไทย ยันไม่นำความร่วมมือทางทหาร แลกดีลการค้าสหรัฐ
Politics รัฐบาลไทย ยันไม่นำความร่วมมือทางทหาร แลกดีลการค้าสหรัฐ
Autoclik อัดโปรเดือนสิงหาคม ซื้อยางรถยนต์ ซื้อ 3 แถม 1 
Automotive Autoclik อัดโปรเดือนสิงหาคม ซื้อยางรถยนต์ ซื้อ 3 แถม 1 
ประมวล รุจนเสรี อดีต รมช.มหาดไทย เจ้าของผลงาน “พระราชอำนาจ” เสียชีวิต
Politics ประมวล รุจนเสรี อดีต รมช.มหาดไทย เจ้าของผลงาน “พระราชอำนาจ” เสียชีวิต
มท.สั่งคุมเข้มอาวุธปืนทั้งระบบ เร่งปรับ กม.ใน 60 วัน
Politics มท.สั่งคุมเข้มอาวุธปืนทั้งระบบ เร่งปรับ กม.ใน 60 วัน
ดูทั้งหมด

ADB ประเมิน GDP ไทยปีนี้โตแค่ 1.8% แม้ตัวเลขส่งออกแกร่ง

09 ก.ค. 2569 | 18:10น.

ธนาคารพัฒนาเอเชีย เผยแพร่รายงานวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย ฉบับเดือน ก.ค. คาดการณ์ GDP ของไทย ทั้งปี 2569 อยู่ที่ 1.8% เท่าเดิมเมื่อเทียบกับรายงานเดือน เม.ย. มองเงินเฟ้อปรับเพิ่มเป็น 2.9% แม้ส่งออกแข็งแกร่ง แต่วิกฤตพลังงานโลกยังต้องจับตาต่อ

ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) รายงานวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย (Asian Development Outlook: ADO) ฉบับเดือนกรกฎาคม 2026 โดยประมาณการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2569 อยู่ที่1.8% และ 2.0% ในปี 2570 ไว้เท่ากับที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา

เอดีบี ระบุว่า แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมาออกมาดีกว่าที่คาด โดยเฉพาะการส่งออกสินค้า การลงทุนภาคเอกชนที่ได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รวมถึงนโยบายภาครัฐที่มีส่วนช่วยพยุงเศรษฐกิจ แต่เนื่องจากเศรษฐกิจโลกและการค้าระหว่างประเทศยังคงมีความผันผวนสูง

ขณะเดียวกัน เอดีบีปรับเพิ่มประมาณการเงินเฟ้อเป็น 2.9% ในปี 2569 และ 1.3% ในปี 2570 อันเนื่องจากแรงกดดันด้านต้นทุน โดยเฉพาะราคาพลังงานและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นซึ่งส่งผ่านมายังราคาสินค้าและบริการในประเทศ อย่างไรก็ตาม คาดว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะทยอยผ่อนคลายในปี 2570 เมื่อปัจจัยด้านต้นทุนเริ่มปรับลดลง

สำหรับภาพรวม เอดีบีปรับลดประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกในปี 2569 ลงมาอยู่ที่ 4.9% ลดลง 0.2% จากประมาณการที่เผยแพร่เมื่อเดือนเมษายนที่ 5.1% ขณะที่เมื่อปี 2568 การขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 5.5%

สะท้อนถึงผลกระทบจากการหยุดชะงักของตลาดพลังงานโลกที่ยืดเยื้อ อันเป็นผลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของภูมิภาคมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

สำหรับปี 2570 เอดีบียังคงประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาค ไว้ที่ 5.1% เท่ากับการประมาณการเมื่อเดือนเมษายน โดยคาดว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจะทยอยฟื้นตัวขึ้นเมื่อแรงกดดันจากปัจจัยดังกล่าวเริ่มคลี่คลายลง

โดยแม้จะมีการลงนามกรอบความตกลง สหรัฐ-อิหร่าน เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่ความผันผวนของตลาดพลังงานโลกมีแนวโน้มคลี่คลายลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากผลกระทบของความขัดแย้งนั้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตลาดพลังงาน หากยังลุกลามไปสู่ราคาปุ๋ย สินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ และห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อมีแนวโน้มในการคงอยู่ต่อไป 

เอดีบีจึงปรับเพิ่มประมาณการอัตราเงินเฟ้อของภูมิภาคในปี 2569 เป็น 4.3% จากในปี 2568 อยู่ที่ 3.0% หรือสูงกว่าประมาณการเมื่อเดือนเมษายน 0.7% ขณะที่ประมาณการอัตราเงินเฟ้อในปี 2570 ยังคงไว้ที่ 3.4%

นายอัลเบิร์ต พาร์ค หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำเอดีบี กล่าวว่า การดำเนินการตามกรอบความตกลงอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิผลนั้น จะช่วยให้ตลาดพลังงานโลกกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ แต่จังหวะของการปรับตัวดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอนสูง และยังคงมีความเสี่ยงด้านลบที่เห็นได้ชัด

แม้เศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกยังคงมีความสามารถในการรองรับแรงกระแทกทางเศรษฐกิจได้ดี แต่แรงกดดันที่ยืดเยื้อจากความขัดแย้งดังกล่าว ทำให้ผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องดำเนินนโยบายอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจกับการรักษาเสถียรภาพด้านราคา” นายพาร์คกล่าว

ADO ฉบับนี้ยังเตือนอีกว่า การยกระดับของความขัดแย้งและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจยืดเยื้อยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของภูมิภาค โดยอาจส่งผลให้ตลาดพลังงานตึงตัวมากขึ้น เพิ่มส่วนชดเชยความเสี่ยง (risk premium) และซ้ำเติมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและภาคต่างประเทศ

นอกจากนี้ ภาวะการเงินโลกที่ตึงตัวมากขึ้นยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงสำคัญ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลและต้นทุนการกู้ยืมมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ขณะที่หลายประเทศคาดว่าจะเผชิญภาวะขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้น อัตราภาษีที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าที่อยู่ในระดับสูงอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน ราคาปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องยังคงเป็นความเสี่ยงต่อผลผลิตทางการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร