เกษตรฯ เปิดศูนย์ ศพร. ลุยปราบสินค้าเกษตรเถื่อน จับแล้ว 146 คดี เสียหายกว่า 100 ล้าน
กระทรวงเกษตรฯ เดินเครื่อง “ศพร.” เต็มรูปแบบ วาง 6 มาตรการปราบสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ภายใต้แนวคิด “One Mission One Operation” เชื่อมข้อมูล-ข่าวกรองก่อนลงปฏิบัติการ มุ่งขยายผลถึงนายทุน เครือข่าย เส้นทางการเงิน และช่องทางลักลอบ หลังตั้งแต่เดือน เม.ย. 2569 จับกุมแล้ว 146 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางการเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุม ศพร. ครั้งที่ 1/2569 ว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการเริ่มต้นการทำงานของ ศพร.อย่างเป็นทางการ โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดทั้ง 76 จังหวัดเข้าร่วม
ศพร.ไม่ได้เป็นหน่วยงานใหม่ แต่ทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการร่วม เชื่อมโยงการปฏิบัติงานของทุกภาคส่วนให้เป็นหนึ่งเดียว ภายใต้แนวคิด “One Mission One Operation ภารกิจเดียว ปฏิบัติการเดียว เป้าหมายเดียว” เพื่อปกป้องเกษตรกร สร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่สุจริต คุ้มครองผู้บริโภค และรักษาความมั่นคงด้านการเกษตรและอาหารของประเทศ
จับแล้ว 146 คดี เสียหายกว่า 100 ล้าน
นายสรวุฒิกล่าวว่า ภายใต้นโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 จนถึงปัจจุบัน การดำเนินงานของ ศพร.สามารถจับกุมการกระทำผิดได้แล้ว 146 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท
ขณะที่รูปแบบการกระทำผิดเกี่ยวกับสินค้าเกษตรมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย การสวมสิทธิสินค้าเกษตร การปลอมแปลงแหล่งกำเนิดสินค้า การจำหน่ายปัจจัยการผลิตไม่ได้มาตรฐาน ตลอดจนการกระทำผิดผ่านช่องทางออนไลน์และการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายข้ามพื้นที่
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การแก้ปัญหาในลักษณะต่างหน่วยงานต่างดำเนินการไม่สามารถรับมือได้อีกต่อไป จึงต้องเปลี่ยนมาใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน วิเคราะห์ วางแผน และลงปฏิบัติการร่วมกัน
กาง 6 มาตรการปราบสินค้าเกษตรเถื่อน
นายสรวุฒิกล่าวว่า ศพร.กำหนดนโยบายดำเนินงานสำคัญ 6 ประการ ประกอบด้วย
1. ข้อมูลนำการปฏิบัติ ทุกหน่วยงานต้องเชื่อมโยงฐานข้อมูล ข่าวกรอง ข้อมูลการผลิต การตลาด การนำเข้า-ส่งออก และข้อมูลการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้การตัดสินใจรวดเร็วและตรงเป้าหมาย โดย Operation Room ของ ศพร.จะเป็นศูนย์กลางข้อมูลของทุกหน่วยงาน
2. ข่าวกรองนำการบังคับใช้กฎหมาย การปฏิบัติการต้องมาจากการวิเคราะห์ข้อมูล ไม่เน้นการจับกุมแบบตั้งรับ แต่ต้องสามารถขยายผลไปถึงตัวการ นายทุน เครือข่าย เส้นทางการเงิน และช่องทางลักลอบ เพื่อยุติการกระทำผิดทั้งระบบ
3. บูรณาการไร้รอยต่อ เชื่อมการทำงานระหว่างกรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กรมศุลกากร ตำรวจ ทหาร หน่วยข่าวกรอง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ให้ปฏิบัติงานเป็นทีมเดียวกัน
4. บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง ควบคู่กับการคุ้มครองเกษตรกรและผู้ประกอบการสุจริต โดยทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามหลักนิติธรรม
5. เชิงรุก รวดเร็ว เด็ดขาด ใช้ข้อมูลปฏิทินการผลิต การเฝ้าระวังความเสี่ยง และการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันปัญหาก่อนเกิดความเสียหาย แทนการรอให้เกิดปัญหาแล้วจึงเข้าแก้ไข
6. วัดผลจากผลลัพธ์ โดยจะไม่วัดความสำเร็จจากจำนวนการประชุม หนังสือราชการ หรือคำสั่ง แต่พิจารณาจากการลดการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ลดความเสียหายของเกษตรกร สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคและประเทศคู่ค้า รวมถึงยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรไทย
“การทำงานแบบต่างคนต่างทำ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อีกต่อไป เราจะต้องใช้ข้อมูลเดียวกัน วิเคราะห์ร่วมกัน วางแผนร่วมกัน และลงมือปฏิบัติร่วมกัน” นายสรวุฒิกล่าว