ผลไม้ไทยปี’69 เกษตรฯ คุมเกมคุณภาพ-ตลาด-มาตรฐาน ดันผลไม้ใต้ เปิดตลาดชิลี
ผลไม้ไทยปี 2569 กำลังเข้าสู่ช่วงที่ต้องบริหารหลายมิติพร้อมกัน ตั้งแต่ผลไม้เศรษฐกิจภาคใต้ที่ทยอยออกสู่ตลาดตามฤดูกาล การเร่งเชื่อมโยงตลาดภายในและต่างประเทศ การเปิดตลาดใหม่ในชิลี ไปจนถึงการควบคุมมาตรฐานสินค้าเกษตร โดยเฉพาะทุเรียนแช่เยือกแข็งที่ต้องเข้มกฎหมายและมาตรฐานบังคับ
ภาพรวมการขับเคลื่อนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รอบนี้ จึงไม่ได้มองผลไม้เป็นเพียง “สินค้าออกตามฤดูกาล” แต่เป็นสินค้าที่ยังต้องคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง เชื่อมตลาดปลายทาง เพิ่มมูลค่า สร้างอัตลักษณ์ท้องถิ่น และรักษาความเชื่อมั่นผู้บริโภคทั้งในประเทศและตลาดส่งออก
“ปิยะรัฐชย์” ชูบริหารผลไม้ใต้ ต้องคุมผลิต-คุณภาพ-ตลาด
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ผลไม้เศรษฐกิจภาคใต้เป็นพืชที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจการเกษตรของประเทศ การบริหารจัดการจึงต้องดำเนินควบคู่กันทั้งด้านการผลิต คุณภาพ และการตลาด เพื่อให้ผลผลิตสามารถกระจายออกจากแหล่งผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ไม่เกิดภาวะผลผลิตกระจุกตัวในช่วงเวลาเดียวกัน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและประเทศคู่ค้า
“หัวใจสำคัญ คือ การทำให้ผลผลิตทุกส่วนมีตลาดรองรับ เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสม ขณะที่ผู้บริโภคได้รับผลไม้ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของผลไม้ไทยในระยะยาว” นางสาวปิยะรัฐชย์กล่าว
สำหรับสถานการณ์ผลไม้เศรษฐกิจภาคใต้ปี 2569 กรมส่งเสริมการเกษตรรายงานว่า ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง เริ่มทยอยออกสู่ตลาดตามช่วงเวลาของแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะทุเรียนที่กำลังเข้าสู่ช่วงผลผลิตสูงของฤดูกาล ขณะที่มังคุดและเงาะมีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่วนลองกองเริ่มเปิดฤดูกาลผลิตแล้ว
“อัญชลี” เร่งเชื่อมตลาด สหกรณ์-ค้าปลีก-ออนไลน์-แปรรูป
นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการผลผลิตในทุกมิติ ทั้งการเชื่อมโยงตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ การสนับสนุนการจำหน่ายผ่านสหกรณ์การเกษตร วิสาหกิจชุมชน ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ตลาดออนไลน์ และการจำหน่ายตรงสู่ผู้บริโภค รวมถึงการส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต รองรับผลไม้ที่ทยอยออกสู่ตลาดในช่วงฤดูกาลผลิต
กรมส่งเสริมการเกษตรยังติดตามสถานการณ์ผลผลิตในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบริหารจัดการสอดคล้องกับช่วงเวลาเก็บเกี่ยวของผลไม้แต่ละชนิด โดยคาดว่า ทุเรียนและเงาะจะมีผลผลิตสูงสุดในเดือนกรกฎาคม มังคุดในเดือนสิงหาคม และลองกองในเดือนกันยายน ซึ่งจะช่วยให้การกระจายผลผลิตเป็นไปต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงด้านการตลาด และรักษาเสถียรภาพราคาให้เกษตรกรตลอดฤดูกาลผลิตปี 2569
ข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 พบว่า ทุเรียนเก็บเกี่ยวแล้ว 397,069.64 ตัน หรือ 65.84% ของผลผลิตตามประมาณการ โดยผลผลิตเกรด A มีสัดส่วน 63.10% และมีราคาเฉลี่ย 87.23 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนมังคุดเก็บเกี่ยวแล้ว 37,775.96 ตัน หรือ 32.98% เงาะเก็บเกี่ยวแล้ว 20,986.07 ตัน หรือ 54.84% และลองกองเริ่มมีผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว 952.88 ตัน หรือ 4.07% ของผลผลิตทั้งหมด
“รวินันท์” ดันลำไย-มังคุดเปิดตลาดชิลีปี 2570
ด้านการขยายตลาดต่างประเทศ นางสาวรวินันท์ ฉ่ำเฉลิม รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือ มกอช. เปิดเผยว่า ตามที่นายชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการ มกอช. มอบหมายให้นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช หรือ SPS Committee ครั้งที่ 6 ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย-ชิลี ณ กระทรวงการต่างประเทศชิลี การประชุมครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายเปิดตลาดสินค้าเกษตรและอาหารของไทย
นางสาวรวินันท์กล่าวว่า ที่ประชุมมีความคืบหน้าสำคัญในการผลักดันการเปิดตลาดลำไยและมังคุดสดของไทย โดยฝ่ายชิลีแจ้งว่าจะเร่งรัดกระบวนการพิจารณาอนุญาตนำเข้า คาดว่าจะสามารถเปิดตลาดและเริ่มส่งออกสินค้าได้ภายในปี 2570 ซึ่งเป็นผลจากการหารือและติดตามความคืบหน้าร่วมกันของทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นในระบบมาตรฐานและมาตรการด้านสุขอนามัยของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
นอกจากนี้ ไทยยังหารือกับฝ่ายชิลีเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และขั้นตอนการนำเข้ากุ้งแช่แข็ง และขนมขบเคี้ยวสำหรับสุนัข หรือ Dog Chews เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการยื่นขอเปิดตลาดในระยะต่อไป โดยสินค้าทั้งสองประเภทเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไทยมีศักยภาพการผลิตสูง มีมาตรฐานความปลอดภัย และมีแนวโน้มสร้างมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นในอนาคต
ทั้งสองฝ่ายยังเห็นชอบยกระดับความร่วมมือด้านกฎระเบียบการนำเข้าอาหารแปรรูปในปี 2570 โดยฝ่ายชิลีจะถ่ายทอดข้อมูลเกี่ยวกับข้อกำหนดและขั้นตอนการนำเข้าอาหารแปรรูปให้แก่หน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการไทย เพื่อเตรียมความพร้อม วางแผนการผลิต และพัฒนาการส่งออกให้สอดคล้องกับข้อกำหนดประเทศคู่ค้า
“มกอช. จะเดินหน้าผลักดันการเจรจาเปิดตลาดสินค้าเกษตรและอาหารไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้นโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรไทย ควบคู่กับการขยายโอกาสทางการค้าในตลาดต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว” นางสาวรวินันท์กล่าว
“สุริยะ” เปิดเทศกาลเงาะเมืองเลย เชื่อมตลาด-ท่องเที่ยวฐานราก
อีกด้านหนึ่ง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน “เทศกาลกินเงาะเมืองเลย ของดีตำบลเสี้ยว ประจำปี พ.ศ. 2569” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-7 สิงหาคม 2569 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลเสี้ยว อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ส่งเสริมการแปรรูปที่ได้มาตรฐาน ขยายโอกาสทางการตลาด กระตุ้นการท่องเที่ยว และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
นายสุริยะกล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายยกระดับภาคการเกษตรไทยให้เข้มแข็ง โดยมุ่งผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพตามมาตรฐาน GAP ควบคู่กับการเพิ่มมูลค่าและเชื่อมโยงตลาด พร้อมสนับสนุนการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และการบริหารจัดการที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและยกระดับรายได้เกษตรกร
“เงาะบ้านเสี้ยวเป็นอีกหนึ่งผลผลิตทางการเกษตรที่สะท้อนศักยภาพเกษตรกรจังหวัดเลย และเป็นผลไม้ขึ้นชื่อที่สร้างชื่อเสียงให้กับพื้นที่ ผมขอชื่นชมทุกภาคส่วนที่ร่วมกันพัฒนาคุณภาพผลผลิตจนเป็นที่ยอมรับ โดยกระทรวงเกษตรฯ พร้อมส่งเสริมการยกระดับมาตรฐานการผลิตตลอดห่วงโซ่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และต่อยอดมูลค่าสินค้าเกษตรท้องถิ่นโดยเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวชุมชน” นายสุริยะกล่าว
ทั้งนี้ เงาะบ้านเสี้ยวเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดเลย มีอัตลักษณ์โดดเด่นคือรสชาติหวาน เนื้อร่อน กรอบอร่อย ปัจจุบันมีเกษตรกรตำบลเสี้ยวปลูกเงาะทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริม 150 ราย ครอบคลุมพื้นที่ 600 ไร่ สร้างรายได้ประมาณ 10-25 ล้านบาทต่อปี จึงถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรและชุมชนในพื้นที่
“ปิยะรัฐชย์” สั่งอายัดทุเรียนแช่แข็งชุมพร 40 ตัน
ในมิติการควบคุมมาตรฐานสินค้าเกษตร นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการขับเคลื่อนนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ในการบูรณาการหน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรฯ ปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมายและสินค้าเกษตรไม่ได้มาตรฐาน
มกอช. โดยกองควบคุมมาตรฐานในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ผลิตสินค้าเกษตรตามมาตรฐานบังคับ และบังคับใช้กฎหมายตรวจสอบโรงงานผลิตทุเรียนแช่เยือกแข็งตามมาตรฐานบังคับ เรื่อง การปฏิบัติที่ดีสำหรับการผลิตทุเรียนแช่เยือกแข็ง หรือ มกษ.9046-2560 ในพื้นที่จังหวัดชุมพร
ผลการตรวจสอบพบโรงงานผลิตทุเรียนแช่เยือกแข็ง 1 ราย ในตำบลนาขา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร มีการผลิตทุเรียนแช่เยือกแข็งโดยไม่มีใบอนุญาตและใบรับรองมาตรฐานบังคับ มกษ.9046-2560 จึงสั่งอายัดทุเรียนแช่เยือกแข็งจำนวน 40 ตัน มูลค่า 9 ล้านบาท พร้อมเก็บตัวอย่างตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
มกอช. ย้ำให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด เพื่อควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าเกษตรให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 หากพบการฝ่าฝืนกฎหมายจะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด เพื่อควบคุมการผลิตสินค้าเกษตรให้อยู่บนพื้นฐานกฎหมาย คุณภาพ และความปลอดภัย
“ปิยะรัฐชย์” เปิดสวนทุเรียนนางนอน ชูทุเรียนห้วยไคร้ จ.เชียงราย
นางสาวปิยะรัฐชย์ยังเป็นประธานเปิดงาน “เทศกาลเปิดสวนทุเรียนนางนอน” ของดีตำบลห้วยไคร้ ประจำปี 2569 ณ สวนสามหลาน บ้านสันต้นปุย หมู่ 5 ตำบลห้วยไคร้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยระบุว่า งานดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ทุเรียนคุณภาพของตำบลห้วยไคร้ ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างโอกาสทางการตลาด เพิ่มช่องทางจำหน่าย และสร้างรายได้ให้เกษตรกร
นางสาวปิยะรัฐชย์กล่าวว่า เทศกาลเปิดสวนทุเรียนนางนอนเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เกษตรกรเชื่อมโยงผลผลิตคุณภาพสู่ผู้บริโภคโดยตรง พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่ สอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงเกษตรฯ ที่มุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตสินค้ามีคุณภาพ ปลอดภัย และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิต
“ทุเรียนห้วยไคร้มีจุดเด่นทั้งในเรื่องของสภาพพื้นที่ในการปลูกและคุณภาพผลผลิต สิ่งสำคัญคือการรักษาคุณภาพตั้งแต่ต้นทางจนถึงมือผู้บริโภค โอกาสนี้ ขอเชิญชวนประชาชนและผู้ที่สนใจเยี่ยมชมสวนและเลือกซื้อทุเรียนจากเกษตรกรโดยตรง ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนทุเรียนนางนอน บ้านสันต้นปุย ตำบลห้วยไคร้ เพื่อสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่และส่งเสริมทุเรียนห้วยไคร้หรือทุเรียนนางนอนให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น” นางสาวปิยะรัฐชย์กล่าว
อำเภอแม่สายมีพื้นที่ปลูกทุเรียนเป็นลำดับที่ 3 ของจังหวัด รองจากอำเภอเวียงเชียงรุ้งและอำเภอเมืองเชียงราย โดยมีพื้นที่ปลูก 435 ไร่ เนื้อที่ให้ผลผลิต 315 ไร่ ขณะที่ตำบลห้วยไคร้มีพื้นที่ปลูกทุเรียน 190 ไร่ เกษตรกร 35 ราย ผลผลิตรวมประมาณ 200 ตันต่อปี ออกสู่ตลาดช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน
ทุเรียนห้วยไคร้หรือทุเรียนนางนอนมีลักษณะเนื้อแน่น สีเหลืองนวล และรสชาติหวานมันเป็นเอกลักษณ์ เนื่องจากพื้นที่ปลูกมีความสูงเฉลี่ย 400-800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ได้รับอิทธิพลจากอากาศหนาวเย็นช่วงฤดูหนาว และมีความสมบูรณ์จากแร่ธาตุในดินภูเขาไฟหรือหินปูน ขณะที่เกษตรกรให้ความสำคัญกับเกษตรเชิงอนุรักษ์และมาตรฐาน GAP โดยเก็บเกี่ยวผลผลิตในระยะที่แก่พอดี เพื่อสร้างคุณภาพและความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค
จากผลผลิตฤดูกาล สู่เกมคุณภาพและตลาดใหม่
ภาพรวมมาตรการของกระทรวงเกษตรฯ ในรอบนี้สะท้อนว่า “ผลไม้ไทย” กำลังอยู่บนโจทย์ใหญ่ 3 ด้านพร้อมกัน
ด้านแรกคือการบริหารผลผลิตฤดูกาล โดยเฉพาะผลไม้ภาคใต้ที่ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกองทยอยออกสู่ตลาด จำเป็นต้องเชื่อมโยงตลาดทุกช่องทาง ทั้งสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน ค้าปลีกสมัยใหม่ ออนไลน์ จำหน่ายตรง และแปรรูป เพื่อป้องกันผลผลิตกระจุกตัวและรักษาเสถียรภาพราคา
ด้านที่สองคือการขยายตลาดต่างประเทศ โดยกรณีลำไยและมังคุดสดไทยที่ชิลีคาดว่าจะเปิดตลาดได้ในปี 2570 ถือเป็นจังหวะสำคัญของการกระจายตลาดผลไม้ไทยไปยังปลายทางใหม่ ขณะเดียวกันยังเตรียมต่อยอดกุ้งแช่แข็ง Dog Chews และอาหารแปรรูปให้สอดคล้องกับกฎระเบียบคู่ค้า
ด้านที่สามคือการคุมมาตรฐานและอัตลักษณ์สินค้า ตั้งแต่การยกระดับเงาะบ้านเสี้ยวและทุเรียนนางนอนให้เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวชุมชน ไปจนถึงการบังคับใช้กฎหมายกับทุเรียนแช่เยือกแข็งที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะในตลาดโลก คุณภาพและความปลอดภัยคือเงื่อนไขหลักของความเชื่อมั่น
โจทย์ต่อไปของผลไม้ไทยจึงไม่ใช่เพียงการขายให้หมดฤดูกาล แต่คือการทำให้ผลไม้ทุกชนิดมีตลาดรองรับ มีมาตรฐาน มีเรื่องราว มีมูลค่าเพิ่ม และเชื่อมโยงรายได้กลับสู่เกษตรกรอย่างยั่งยืน