เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปลัดคลัง เชื่อ ก.ย. กระทรวงตบเท้าชงแผนใช้งบเปลี่ยนผ่านพลังงาน ก่อนคิกออฟลุยใน 1 ปี
Politics ปลัดคลัง เชื่อ ก.ย. กระทรวงตบเท้าชงแผนใช้งบเปลี่ยนผ่านพลังงาน ก่อนคิกออฟลุยใน 1 ปี
ราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
15 ปี BC4C บ้านปูเปิด 3 บทเรียนธุรกิจไทยร่วมแก้ปัญหาสังคม
SD 15 ปี BC4C บ้านปูเปิด 3 บทเรียนธุรกิจไทยร่วมแก้ปัญหาสังคม
Thailand Content Market 2026 เปิดเกมคอนเทนต์ไทยสู่โลก ปิดดีล 9.79 พันล้าน ‘จีน’ นำซื้อสูงสุด
Economic Thailand Content Market 2026 เปิดเกมคอนเทนต์ไทยสู่โลก ปิดดีล 9.79 พันล้าน ‘จีน’ นำซื้อสูงสุด
AXCR 2026 แรลลี่ที่ท้าทาย ชัยชนะทาง ‘วิศวกรรม’
Automotive AXCR 2026 แรลลี่ที่ท้าทาย ชัยชนะทาง ‘วิศวกรรม’
อนุทิน ให้งบสำรอง รองนายกฯ คนละ 100 ล้าน รับมือสถานการณ์น้ำฉุกเฉิน
Politics อนุทิน ให้งบสำรอง รองนายกฯ คนละ 100 ล้าน รับมือสถานการณ์น้ำฉุกเฉิน
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ ‘นพ.สรณ’ พ้นประธาน กสทช. แล้ว
Politics นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ ‘นพ.สรณ’ พ้นประธาน กสทช. แล้ว
เกรียง กัลป์ตินันท์ อดีต รมช.มหาดไทย แม่ทัพอีสานเพื่อไทย เสียชีวิต อายุ 73 ปี
Politics เกรียง กัลป์ตินันท์ อดีต รมช.มหาดไทย แม่ทัพอีสานเพื่อไทย เสียชีวิต อายุ 73 ปี
SAPPE รายได้ไตรมาส 2 โต 16% ตลาดเอเชีย-สหรัฐฟื้น ตะวันออกกลางยังกดดัน
Biz Movement SAPPE รายได้ไตรมาส 2 โต 16% ตลาดเอเชีย-สหรัฐฟื้น ตะวันออกกลางยังกดดัน
’พิพัฒน์‘ แจงตั้ง ’ปิยพงษ์‘ ขึ้นปลัดคมนาคม มีความเชี่ยวชาญ ไม่เกี่ยวบ้านใหญ่
Politics ’พิพัฒน์‘ แจงตั้ง ’ปิยพงษ์‘ ขึ้นปลัดคมนาคม มีความเชี่ยวชาญ ไม่เกี่ยวบ้านใหญ่
ดูทั้งหมด

สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ปรับขึ้นจีดีพีปี’69 เป็น 1.6% อาจ upside หากตัวเลขไตรมาส 2 ดี

07 ส.ค. 2569 | 12:37น.

สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ปรับจีดีพีปี’69 ขึ้นเป็น 1.6% อาจ upside หากตัวเลขไตรมาส 2 ออกมาดี พร้อมมองเศรษฐกิจไทยช่วงที่เหลือหลังยังท้าทาย

นายทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) เปิดเผยว่า ธนาคารปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตจีดีพีไทยปี 2569 เป็น 1.6% จากเดิม 1.4% จากแรงหนุนระยะสั้นของมาตรการบรรเทาค่าครองชีพของรัฐบาล แม้จะยังเป็นตัวเลขคาดการณ์ที่น้อย แต่มองว่าอาจมี upside ได้

“ตัวเลขคาดการณ์ที่น้อยมาจาก 2 เหตุผล คือ 1.อีก 2 สัปดาห์จะประกาศจีดีพีไตรมาส 2 ซึ่งธนาคารอยากเห็นตัวเลขนั้นก่อนว่าได้รับผลกระทบขนาดไหน ซึ่งตัวเลขคาดการณ์ของจีดีพีอาจปรับขึ้นได้ หรืออาจจะมี upside ไปถึงประมาณ 2% และไม่ได้แย่อย่างที่คิด และ 2.ในไตรมาส 4 ยังมีหลายเรื่องที่ธนาคารไม่มั่นใจ ทั้งงบประมาณปี 2570 จะผ่านทัน 1 ต.ค. หรือไม่ เหลือเวลาอีกราว 1 เดือนนิดๆ ถ้าทันจะเป็นผลบวกกับไตรมาสที่ 4 แต่ถ้าดีเลย์อาจกระทบต่อไตรมาสที่ 4 เช่นกัน” นายทิม กล่าวและว่า หากงบประมาณไม่ดีเลย์ นักท่องเที่ยวเริ่มกลับมา และมีการต่อมาตรการบรรเทาค่าครองชีพ อาจทำให้จีดีพีโตเกิน 2% ได้

นายทิม กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 จะฟื้นตัวดีกว่าไตรมาส 2 แต่ในไตรมาสที่ 4 ปีนี้ อาจไม่มีตัวช่วยจากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ และฐานตัวเลขปีที่แล้วสูง จากมาตรการคนละครึ่งเมื่อปีที่แล้ว อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามทั้งเรื่องงบประมาณ และมาตรการช่วยเหลือว่าจะดำเนินต่อไปหรือไม่

นอกจากนี้ ธนาคารมองว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.00% ทั้งในปีนี้และปีหน้า รวมถึงไม่เห็นความกังวลเรื่องค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ซึ่งจะช่วยเรื่องการส่งออกและท่องเที่ยว สอดคล้องกับที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะเร่งขึ้นดอกเบี้ย เศรษฐกิจในระดับนี้น่าจะต้องการดอกเบี้ยต่ำไว้ก่อน “คงไม่ง่ายที่จะลดดอกเบี้ยจาก 1.00% ดีสุดคือคงดอกเบี้ยไว้ ท่ามกลางนโยบายการเงินโลกที่มีแรงกดดันให้ขึ้นดอกเบี้ย”

ขณะที่คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อปีนี้ยังไม่เกินกรอบที่ 3.00% โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อปีนี้อยู่ที่ 1.9% และปีหน้าอยู่ที่ 1.5% ซึ่งอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบ จึงไม่จำเป็นต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ย เช่นเดียวที่ธปท.มองว่าเงินเฟ้อที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยชั่วคราว

“ธนาคารมองว่าไทยจะได้รับแรงกดดัน หากระบบเศรษฐกิจประเทศอื่นเริ่มขึ้นดอกเบี้ย เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และยุโรป แต่แรงกดดันนี้เริ่มลดลง จากที่ทางยุโรปเริ่มพักการขึ้นดอกเบี้ย สหรัฐฯ ก็ไม่ได้รีบขึ้นดอกเบี้ย ดังนั้นการคงดอกเบี้ยของไทยยังน่าจะเป็นไปได้” นายทิม กล่าว

นายทิม กล่าวว่า ประเทศไทยยังขาดดุล เนื่องจากรายจ่ายกับรายได้ยังใกล้เคียงกัน และเศรษฐกิจยังไม่ได้โตเต็มที่ รัฐบาลยังเก็บรายได้ได้ไม่สูงเท่ารายจ่าย ซึ่งส่งผลให้หนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น แต่รัฐบาลก็ไม่มีแนวโน้มขยายเพดานหนี้สาธารณะ และยังมีวินัยการคลัง อาจส่งผลให้ฟิตช์เรตติ้งปรับมุมมองจาก Negative เป็น Stable

สำหรับครึ่งปีแรก การส่งออกโตประมาณ 18% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่กระจุกตัวในสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในการผลิตจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบ (raw materials) ในสัดส่วนที่สูงจากต่างประเทศ ดังนั้นจึงส่งผลต่อการขาดดุลการค้า ราว 5-6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ การลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เริ่มกลับเข้ามาและสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้การลงทุนในประเทศก็เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับแนวคิดปีแห่งการลงทุนที่กระทรวงการคลังตั้งเป้าหมายไว้ อย่างไรก็ตาม ไทยยังต้องอาศัยการนำเข้าวัตถุดิบค่อนข้างเยอะเช่นกัน

ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวยังไม่กลับมามีจำนวนเท่ากับก่อนช่วงโควิด-19 ซึ่งจะส่งผลต่อดุลบัญชีเดินสะพัดให้ยังไม่กลับไปเท่าก่อนช่วงโควิด-19 เช่นกัน “ดุลบัญชีเดินสะพัดดีขึ้น แต่ยังไม่กลับไปเท่ากับก่อนช่วงโควิด-19 เนื่องจากขาดดุลการค้า ยังต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศอยู่ และนักท่องเที่ยวยังไม่กลับเข้ามาเท่ากับช่วงก่อนโควิด-19”

นายทิม กล่าวว่า ในช่วงที่เหลือของปี มีเรื่องที่น่ากังวลจากปัจจัยภายนอก ได้แก่ 1.สงคราม 2.ดอกเบี้ยสหรัฐฯ จะขึ้นหรือเปล่า ซึ่งจะกระทบกับผู้ประกอบการธุรกิจ และอาจกดดันให้ประเทศอื่นขึ้นดอกเบี้ยตามได้ และ 3.เอลนีโญ ซึ่งอาจรุนแรงและกระทบราคาอาหารให้สูงขึ้นไปพร้อมๆ กับราคาพลังงาน

สำหรับปัจจัยภายในนั้น เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ไม่น่ากังวลเพราะได้แรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ แต่ไตรมาส 4 ยังต้องรอดูงบประมาณปี 2570 ที่อาจล่าช้า รวมทั้งต้องรอดูว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐต่ออีกหรือไม่ และนักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาเที่ยวไทยหรือเปล่า