เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เด็ก EF คิดเป็น เก่งการเงิน” สร้างอนาคตไทย ปูรากฐานทักษะสมองควบคู่วินัยการเงิน
Finance “เด็ก EF คิดเป็น เก่งการเงิน” สร้างอนาคตไทย ปูรากฐานทักษะสมองควบคู่วินัยการเงิน
กบง.ดึงส่วนเกินค่ากลั่น 4.47 พันล้าน อุ้มดีเซลต่อ 31 วัน ลดหน้าโรงกลั่น 2.40 บาท/ลิตร
Economic กบง.ดึงส่วนเกินค่ากลั่น 4.47 พันล้าน อุ้มดีเซลต่อ 31 วัน ลดหน้าโรงกลั่น 2.40 บาท/ลิตร
GI ไทยขยับใหญ่ กรมทรัพย์สินฯ ปั้นราชบุรี-เบตง-เกาะเกร็ด-หนองบัวลำภู เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน
Economic GI ไทยขยับใหญ่ กรมทรัพย์สินฯ ปั้นราชบุรี-เบตง-เกาะเกร็ด-หนองบัวลำภู เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน
ราคาทองวันนี้ (13 ส.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ส.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,450 บาท
ศพร.สกัดเนื้อโคเถื่อน 20 ตัน มูลค่า 2.8 ล้าน ลอบขนจากภาคใต้ส่งสมุทรสาคร
Economic ศพร.สกัดเนื้อโคเถื่อน 20 ตัน มูลค่า 2.8 ล้าน ลอบขนจากภาคใต้ส่งสมุทรสาคร
เปิดราคารถอีวีรุ่นใหม่ Lexus ES เริ่มต้น 3.29 ล้าน
Automotive เปิดราคารถอีวีรุ่นใหม่ Lexus ES เริ่มต้น 3.29 ล้าน
น้ำเหนือ-น้ำใต้เฝ้าระวัง “สุริยะ” สั่งกรมชลฯ คุม 12 จังหวัดเสี่ยง เร่งฟื้นฟูคลอง ร.1 หาดใหญ่ รับฝนใต้ พ.ย.นี้
Economic น้ำเหนือ-น้ำใต้เฝ้าระวัง “สุริยะ” สั่งกรมชลฯ คุม 12 จังหวัดเสี่ยง เร่งฟื้นฟูคลอง ร.1 หาดใหญ่ รับฝนใต้ พ.ย.นี้
เตือนสาย Cover กรมทรัพย์สินทางปัญญา ชี้ใช้ AI เจนเพลงไม่ขออนุญาต เสี่ยงละเมิดลิขสิทธิ์
Uncategorized เตือนสาย Cover กรมทรัพย์สินทางปัญญา ชี้ใช้ AI เจนเพลงไม่ขออนุญาต เสี่ยงละเมิดลิขสิทธิ์
สภาพัฒน์ โต้ ‘สร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนด’ ไม่ได้เอื้อ Data Center ทำเพื่อให้ชลประทานพอ
Politics สภาพัฒน์ โต้ ‘สร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนด’ ไม่ได้เอื้อ Data Center ทำเพื่อให้ชลประทานพอ
“ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ดันเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้น 2 เดือนติด หอการค้าชี้ Q4 เข้าโหมดขาขึ้น
Economic “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ดันเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้น 2 เดือนติด หอการค้าชี้ Q4 เข้าโหมดขาขึ้น
ดูทั้งหมด

‘ฟิทช์-มูดีส์’ จ้องหั่นเครดิต โจทย์หิน…ขุนคลัง-รัฐบาล ‘อนุทิน’

27 ก.ย. 2568 | 14:55น.
เงินบาท : Using both hands together to count number of the 1000 Baht of Thailand banknotes

หลังรัฐบาลชุดใหม่แถลงนโยบายของรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว คงต้องเร่งเดินหน้าทำงาน ทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง ยิ่งนายกรัฐมนตรีประกาศทำตามพันธสัญญาที่จะ “ยุบสภา” เมื่อครบ 4 เดือน หรือในเดือน ม.ค. 2569 การทำงานทุกอย่างก็ต้องเร่งมือเต็มที่ ซึ่งในส่วนการแก้โจทย์ด้านเศรษฐกิจรัฐบาลได้ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” ลูกหม้อกระทรวงการคลัง เข้ามาเป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ดังนั้น จึงรู้โจทย์ต่าง ๆ เป็นอย่างดี

โดยโจทย์ที่ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในตอนนี้ เพียงแต่การแก้ต้องอาศัยเวลา แต่ก็ต้องเริ่มทันที ก็คือ “ความเสี่ยงการถูกปรับลดเครดิต” ของประเทศไทย ซึ่งล่าสุด “ฟิทช์ เรทติ้งส์” ได้ปรับลดมุมมองเครดิตไทยลงเป็น “เชิงลบ” จากเดิม “มีเสถียรภาพ” โดยอ้างถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในส่วนฐานะการเงินภาครัฐ ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยืดเยื้อและแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง แต่ยังคงอันดับเครดิตที่ “BBB+”

ท่าทีของ “ฟิทช์” เป็นเสียงเตือนที่ “ดังมากขึ้น” เกี่ยวกับฐานะการคลังของประเทศ เพราะย้อนไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัท มูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส (Moody’s) อีกสถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำของโลก ก็ได้นำร่องปรับลดแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทยลงสู่มุมมอง “เชิงลบ” (Negative) จากเดิมที่มีเสถียรภาพ (Stable) ไปก่อนแล้ว

“ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) ระบุว่า เป็นการส่งสัญญาณว่าไทยมีโอกาสถูก Downgrade (ปรับลดเครดิต) มากกว่า Upgrade (เพิ่มเครดิต) ในอนาคต ซึ่งการปรับมุมมองครั้งนี้ไม่ได้สร้างความประหลาดใจ

“จริง ๆ แล้วข่าวนี้ไม่น่าสร้างความประหลาดใจมากนัก เพราะก่อนหน้านี้ Moody’s ก็เพิ่งปรับมุมมองของไทยเป็น “ลบ” ไปแล้วก่อนหน้านี้ (และคาดได้ว่าเดี๋ยว S&P ก็จะตามมาในเร็ว ๆ นี้) แต่มันสะท้อนภาพความเสี่ยงทางการคลังที่ก่อตัวชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ”

โดยสิ่งที่ทั้ง Fitch และ Moody’s ชี้ชัดว่าปัญหาการเมืองบวกกับความท้าทายเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย กำลังทำให้ความเสี่ยงด้านการคลังสูงขึ้น หากไม่มีแผนการลดหนี้และสร้างความยั่งยืนทางการคลัง (Fiscal Consolidation) อย่างจริงจัง

ดังนั้น ทางออกจึงอาจจะไม่ใช่การอัดฉีดแบบเดิม ๆ แต่รัฐบาลจำเป็นต้องมีแผนฟื้นฟูความน่าเชื่อถือการคลัง ในขณะที่เพิ่มศักยภาพของเศรษฐกิจในระยะยาว โดย “ฝั่งรายได้” ต้องหาทางเพิ่มรายได้โดยไม่บั่นทอนการเติบโต เช่น การดึงคนและธุรกิจเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น ทบทวนสิทธิประโยชน์ทางภาษี และการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บให้มี Tax Buoyancy ที่สูงขึ้น

ส่วน “ฝั่งรายจ่าย” ต้องกล้าลดขนาดของรัฐ ลดการรั่วไหล และคอร์รัปชั่น พร้อมกับเลือกลงทุนในสิ่งที่มีผลคูณต่อเศรษฐกิจสูง ลงทุนที่ทำให้ Productivity ของประเทศเติบโตมากกว่าการใช้จ่ายแบบที่สิ้นเปลืองไปโดยไม่เหลืออะไร และต้องมีการควบคุมวินัยทางการคลังอย่างจริงจัง ไม่ใช่หาที่ซ่อนภาระทางการคลังไว้ที่ต่าง ๆ รวมถึงการปฏิรูปประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจด้วย

โดย “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวว่า ตระหนักดีว่าคำเตือนของฟิทช์เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ทั้งวินัยการคลัง ฐานะการคลัง รวมถึงนโยบายเศรษฐกิจ ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายในระยะสั้น 4 เดือน ซึ่งจะพยายามตอบโจทย์ความกังวล

ขณะที่ “วรภัค ธันยาวงษ์” รมช.คลัง ระบุว่า รัฐบาลนี้แม้อายุเพียง 4 เดือน ก็ไม่ได้เพิกเฉย โดยได้เริ่มวางแนวทาง Fiscal Consolidation เพื่อปรับฐานะการคลังให้กลับมาอยู่ในเส้นทางที่ยั่งยืน

และในเดือน พ.ย.นี้จะเห็นการจัดทำแผนการคลังระยะปานกลาง หรือ Medium-Term Fiscal Framework (MTFF) ฉบับใหม่

“จะเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลจะวาง “Roadmap” ชัดเจนต่อสาธารณะ ว่าจะปรับขาดดุลลงอย่างไร เพื่อไม่ให้หนี้หลุดพ้นจาก Trajectory ที่ควบคุมได้

แนวคิดหลักคือ สร้างความน่าเชื่อมั่น ว่าการขาดดุลจะทยอยลดลงหลังปีงบประมาณ 2569 และหนี้ต่อ GDP จะ Stabilise ในระดับที่ไม่เกิน 65% พร้อมทั้งเพิ่มรายได้ภาครัฐและจัดลำดับรายจ่ายอย่างมีวินัย

“วรภัค” ชี้ว่า ดังนั้น มุมมอง Negative ของ Fitch ครั้งนี้ ไม่ได้หมายถึง “วิกฤตใกล้ตัว” แต่เป็นสัญญาณเตือนว่า หากไทยไม่แสดงแผนการคลังที่ชัดเจน ความเชื่อมั่นก็จะสั่นคลอน

“นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลเราต้องทำให้ได้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า-เพื่อให้ตลาดและนักลงทุนเห็นว่าประเทศไทยยังรักษาวินัยการคลังและความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจได้”

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ชี้ว่า จากสถิติในอดีตบริษัทจัดอันดับเครดิตมักรอ 1-2 ปี เพื่อประเมิน และหากปัจจัยเสี่ยงผ่อนคลายก็จะคงอันดับ หรือปรับอันดับเครดิตเป็นบวกลบต่อไป ขณะที่หุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารและพลังงานมักจะถูกกดดันด้าน Sentiment ระยะสั้น แต่ไม่กระทบพื้นฐานทันที ส่วนค่าเงินบาทมักอ่อนค่าชั่วคราว