เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แสนสิริ ทุ่ม 1.1 หมื่นล้าน พลิกโฉมราชพฤกษ์ตัดใหม่ ผุดคอมมูนิตี้ 1,000 ไร่ ดีเดย์ 3 โครงการ ก.ย.นี้
Real Estate แสนสิริ ทุ่ม 1.1 หมื่นล้าน พลิกโฉมราชพฤกษ์ตัดใหม่ ผุดคอมมูนิตี้ 1,000 ไร่ ดีเดย์ 3 โครงการ ก.ย.นี้
“ศุภจี” ปลุกเครื่องยนต์อุตสาหกรรมใหม่ ดัน Made in Thailand ปลาย ส.ค. ลุยเจรจาภาษีสหรัฐ
Economic “ศุภจี” ปลุกเครื่องยนต์อุตสาหกรรมใหม่ ดัน Made in Thailand ปลาย ส.ค. ลุยเจรจาภาษีสหรัฐ
SAWAD โชว์กำไร Q2 กว่า 1,500 ล้าน โตต่อเนื่อง ปล่อยกู้จำนำทะเบียนรถหัวหอกหลัก
Finance SAWAD โชว์กำไร Q2 กว่า 1,500 ล้าน โตต่อเนื่อง ปล่อยกู้จำนำทะเบียนรถหัวหอกหลัก
AP โชว์ยอดขาย 7 เดือน ทะลุ 2.7 หมื่นล้าน ครึ่งปีหลังปรับเป้าเปิดเพิ่ม 31 โครงการ
Real Estate AP โชว์ยอดขาย 7 เดือน ทะลุ 2.7 หมื่นล้าน ครึ่งปีหลังปรับเป้าเปิดเพิ่ม 31 โครงการ
“เด็ก EF คิดเป็น เก่งการเงิน” สร้างอนาคตไทย ปูรากฐานทักษะสมองควบคู่วินัยการเงิน
Finance “เด็ก EF คิดเป็น เก่งการเงิน” สร้างอนาคตไทย ปูรากฐานทักษะสมองควบคู่วินัยการเงิน
กบง.ดึงส่วนเกินค่ากลั่น 4.47 พันล้าน อุ้มดีเซลต่อ 31 วัน ลดหน้าโรงกลั่น 2.40 บาท/ลิตร
Economic กบง.ดึงส่วนเกินค่ากลั่น 4.47 พันล้าน อุ้มดีเซลต่อ 31 วัน ลดหน้าโรงกลั่น 2.40 บาท/ลิตร
GI ไทยขยับใหญ่ กรมทรัพย์สินฯ ปั้นราชบุรี-เบตง-เกาะเกร็ด-หนองบัวลำภู เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน
Economic GI ไทยขยับใหญ่ กรมทรัพย์สินฯ ปั้นราชบุรี-เบตง-เกาะเกร็ด-หนองบัวลำภู เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน
ราคาทองวันนี้ (13 ส.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ส.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,450 บาท
ศพร.สกัดเนื้อโคเถื่อน 20 ตัน มูลค่า 2.8 ล้าน ลอบขนจากภาคใต้ส่งสมุทรสาคร
Economic ศพร.สกัดเนื้อโคเถื่อน 20 ตัน มูลค่า 2.8 ล้าน ลอบขนจากภาคใต้ส่งสมุทรสาคร
เปิดราคารถอีวีรุ่นใหม่ Lexus ES เริ่มต้น 3.29 ล้าน
Automotive เปิดราคารถอีวีรุ่นใหม่ Lexus ES เริ่มต้น 3.29 ล้าน
ดูทั้งหมด

GI ไทยขยับใหญ่ กรมทรัพย์สินฯ ปั้นราชบุรี-เบตง-เกาะเกร็ด-หนองบัวลำภู เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน

13 ส.ค. 2569 | 15:46น.

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้าใช้ “สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์” หรือ GI เป็นเครื่องมือเพิ่มมูลค่าสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น ทั้งในมิติการคุ้มครองชื่อสินค้า การควบคุมคุณภาพ การขยายช่องทางตลาด และการเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวชุมชน โดยชูทั้งสินค้าเกษตร หัตถกรรม อาหารพื้นถิ่น และเครื่องดื่มสุขภาพ ให้เป็นสินค้ามูลค่าสูงที่สร้างรายได้กลับสู่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และชุมชน

ความเคลื่อนไหวรอบนี้ครอบคลุมหลายพื้นที่ ตั้งแต่การย้ำขอบเขตคุ้มครอง GI “ชามไก่ลำปาง” หลังเกิดกรณีสินค้าลักษณะคล้ายกันในตลาด การขึ้นทะเบียน GI ใหม่ของจังหวัดราชบุรี ได้แก่ “มะนาวแป้นดำเนินสะดวก” และ “มะม่วงน้ำดอกไม้ราชบุรี” การตรวจประเมินระบบควบคุมคุณภาพ “ส้มโชกุนเบตง” และ “มังคุดในสายหมอกเบตง” ไปจนถึงการผลักดัน “ชารางแดงเกาะเกร็ด” และ “ผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภู” ให้ต่อยอดสู่เศรษฐกิจชุมชนและตลาดพรีเมียม

“อรมน” ย้ำชามไก่ลำปางมี GI คุ้มครอง ห้ามแอบอ้างชื่อ-ตรา

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าสร้างความเข้าใจเรื่อง GI “ชามไก่ลำปาง” จากกรณีที่มีการจำหน่ายสินค้าลักษณะคล้ายกันในท้องตลาด โดยย้ำว่ากฎหมาย GI คุ้มครองการใช้ “ชื่อ” และ “ตรา GI” ตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่การคุ้มครองรูปแบบผลิตภัณฑ์โดยทั่วไป

นางอรมนกล่าวว่า การผลิตชามไก่ในจังหวัดลำปางเริ่มต้นในช่วงปี 2500 หลังจากมีการพบแหล่งแร่ดินขาวคุณภาพดีในอำเภอแจ้ห่ม เหมาะกับการทำเซรามิก โดยชาวจีนได้ร่วมกันก่อตั้งโรงงานแห่งแรกในจังหวัด และถ่ายทอดวัฒนธรรมการปั้นดินเผาจนแพร่หลายมาถึงปัจจุบัน

“ชามไก่ลำปาง” ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น GI ตั้งแต่ปี 2554 เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ มีคุณลักษณะโดดเด่น มีชื่อเสียง และเชื่อมโยงกับแหล่งภูมิศาสตร์และภูมิปัญญาการผลิตในพื้นที่ โดยกระบวนการผลิตตามที่ขึ้นทะเบียน GI ครอบคลุมผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาประเภทเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร และต้องผลิตในพื้นที่จังหวัดลำปางเท่านั้น

ดินขาวลำปาง-วาดมือ “ไก่ ต้นกล้วย ดอกโบตั๋น” คือหัวใจ GI

นางอรมนระบุว่า ขั้นตอนสำคัญของการผลิตชามไก่ลำปางตามข้อกำหนด GI เริ่มจากการใช้วัตถุดิบหลักเฉพาะถิ่น ไม่ใช่ดินทั่วไป แต่ต้องเป็นดินขาวลำปางผสมกับดินดำ รวมถึงวัตถุดิบอื่น ได้แก่ หินฟันม้า และทรายแก้ว เพื่อให้ได้เนื้อดินที่มีความเหนียว แข็งแกร่ง และคงรูป

กระบวนการผลิตยังต้องอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งการขึ้นรูปด้วยเครื่องปั้น Jiggering การใช้มีดและฟองน้ำตกแต่งชิ้นงาน ก่อนนำไปผึ่งให้แห้งหรือเผาที่อุณหภูมิ 800 องศาเซลเซียส จากนั้นวาดลวดลายด้วยมือเป็นลาย “ไก่ ต้นกล้วย และดอกโบตั๋น” โดยใช้สีสำเร็จรูปที่ได้มาตรฐาน ก่อนเคลือบและนำไปเผาอีกครั้งที่อุณหภูมิ 1,200-1,250 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 6-9 ชั่วโมง ทำให้เนื้อเซรามิกมีสีขาวนวลตามธรรมชาติ ลวดลายติดทน และมีอายุการใช้งานยาวนาน

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการผลิตชามไก่ลำปางราว 10 ราย มีปริมาณการผลิตประมาณ 2,600 ชิ้นต่อปี ผู้ประกอบการที่จัดทำระบบควบคุมคุณภาพและผ่านการประเมินของคณะกรรมการตรวจสอบ จะได้รับอนุญาตให้ใช้ตรา GI ไทยบนผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์เป็นเวลา 2 ปี และสามารถยื่นตรวจประเมินรอบใหม่ได้ต่อเนื่อง เพื่อเป็นหลักประกันให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าสินค้ามีการควบคุมคุณภาพและตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งผลิตจริงได้

แอบอ้างชื่อ “ชามไก่ลำปาง” ปรับสูงสุด 2 แสน ใช้ตรา GI ปลอมโทษหนัก

นางอรมนกล่าวย้ำว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ. 2546 มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนสับสนหรือหลงผิดในแหล่งกำเนิดสินค้า โดยคุ้มครองการใช้ “ชื่อ GI” ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ขณะที่การใช้ “ตราสัญลักษณ์ GI ไทย” อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534

กรณีนำชื่อ “ชามไก่ลำปาง” หรือ “Lampang Chicken Bowl” ไปใช้กับสินค้าที่ไม่ได้ผลิตในแหล่งที่กำหนด หรือไม่มีกระบวนการผลิตตามมาตรฐานที่ขึ้นทะเบียน GI ไว้ เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ. 2546 มีโทษปรับสูงสุด 200,000 บาท

ส่วนกรณีแอบอ้างใช้ “ตราสัญลักษณ์ GI ไทย” โดยไม่ได้รับอนุญาต เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มีโทษจำคุกสูงสุด 4 ปี ปรับสูงสุด 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม หากมีการใช้ลวดลายหรือรูปแบบที่คล้ายสินค้า GI ในพื้นที่ แต่ไม่ได้ใช้ชื่อ GI ไม่ใช้ตราสัญลักษณ์ GI หรือไม่ได้แสดงข้อความแอบอ้างแหล่งกำเนิด แม้มีลักษณะใกล้เคียงกับสินค้า GI ของแท้ ก็อาจไม่เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เพราะกฎหมาย GI คุ้มครอง “ชื่อ” และ “การแสดงแหล่งกำเนิด” ไม่ได้คุ้มครองรูปแบบผลิตภัณฑ์โดยทั่วไป

ผู้บริโภคต้องดูชื่อ GI-ตรา GI ให้ชัด

นางอรมนกล่าวว่า การสร้างความตระหนักแก่ผู้บริโภคมีความสำคัญไม่แพ้การบังคับใช้กฎหมาย โดยกรมฯ ขอเชิญชวนประชาชนเลือกซื้อชามไก่ลำปางที่แสดงชื่อสินค้า GI และตราสัญลักษณ์ GI อย่างถูกต้อง หากไม่พบตราสัญลักษณ์ GI หรือไม่มีการระบุแหล่งกำเนิดอย่างชัดเจน ควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อ

หากพบเห็นหรือสงสัยว่าสินค้าที่ใช้ชื่อสินค้า GI อาจไม่ได้มาจากแหล่งผลิตที่กำหนด หรือไม่ได้มาตรฐานตามที่ขึ้นทะเบียนไว้ สามารถติดต่อสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัด หรือสายด่วนกรมทรัพย์สินทางปัญญา 1368 เพื่อให้กรมฯ ตรวจสอบและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคต่อไป

กรมทรัพย์สินทางปัญญายังเดินหน้าส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ GI ชามไก่ลำปางอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขยายโอกาสทางการตลาด การสร้างมูลค่าเพิ่ม การส่งเสริมการใช้ประโยชน์สินค้า GI ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ตลอดจนติดตามสถานการณ์วัตถุดิบดินที่ใช้ในการผลิต และหารือกับจังหวัดลำปางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมแนวทางรองรับและทบทวนข้อกำหนดในทะเบียน GI ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในอนาคต

ราชบุรีได้ GI ใหม่ 2 รายการ “มะนาวแป้นดำเนินสะดวก-มะม่วงน้ำดอกไม้ราชบุรี”

นางอรมนยังเปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย สร้างโอกาสทางการค้า สร้างรายได้ให้เกษตรกร และเสริมความเข้มแข็งเศรษฐกิจชุมชน

ล่าสุด กรมฯ ขึ้นทะเบียนสินค้า GI รายการใหม่ของจังหวัดราชบุรี 2 รายการ ได้แก่ “มะนาวแป้นดำเนินสะดวก” หรือ “มะนาวแป้นดำเนิน” และ “มะม่วงน้ำดอกไม้ราชบุรี” ตอกย้ำคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตรท้องถิ่น โดยการเป็น GI จะช่วยคุ้มครองสิทธิชุมชนผู้ผลิต ยกระดับมูลค่าสินค้า เปิดโอกาสต่อยอดรายได้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

การขึ้นทะเบียนสินค้า GI 2 รายการล่าสุด ทำให้จังหวัดราชบุรีมีสินค้า GI รวม 8 รายการ ได้แก่ โอ่งมังกรราชบุรี พริกบางช้าง ไชโป้วโพธาราม กุ้งก้ามกรามบางแพ สับปะรดบ้านคา มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี มะนาวแป้นดำเนินสะดวก และมะม่วงน้ำดอกไม้ราชบุรี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดรวมกว่า 8,539 ล้านบาทในปี 2568

มะนาวแป้นดำเนินสะดวกมูลค่า 716 ล้าน มะม่วงน้ำดอกไม้ราชบุรี 166 ล้าน

สำหรับ “มะนาวแป้นดำเนินสะดวก” เป็นมะนาวพันธุ์แป้นที่มีชื่อเสียงยาวนาน เอกลักษณ์คือผลทรงกลมแป้น เปลือกบาง ผิวเรียบมัน เมื่อคลึงหรือบีบจะมีกลิ่นหอมติดมือ เนื้อสีขาวใส เมล็ดลีบและมีจำนวนน้อย ให้น้ำมาก รสชาติเปรี้ยวแต่ไม่ขม และมีกลิ่นหอมมาก

คุณลักษณะดังกล่าวเกิดจากสภาพพื้นที่เพาะปลูกของจังหวัดราชบุรีที่มีดินร่วนอุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำได้ดี มีแหล่งน้ำหลักจากลุ่มน้ำแม่กลอง และมีสภาพอากาศเหมาะสม ประกอบกับภูมิปัญญาและประสบการณ์ของเกษตรกรที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้มะนาวแป้นดำเนินสะดวกสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 716 ล้านบาทต่อปี

ส่วน “มะม่วงน้ำดอกไม้ราชบุรี” เป็นมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทองและพันธุ์น้ำดอกไม้เบอร์ 4 มีลักษณะเด่นคือผลรียาว ด้านขั้วผลอ้วนกลม ปลายผลรีเรียว เปลือกเหนียวบาง เรียบเนียน ผลสุกสีเหลืองสวย เนื้อแน่น เนียนละเอียด ไม่มีเสี้ยน รสหวาน กลิ่นหอม และเมล็ดลีบแบน

มะม่วงน้ำดอกไม้ราชบุรีมีคุณภาพสม่ำเสมอ ให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี และมีศักยภาพส่งออกไปหลายประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ตะวันออกกลาง และสหภาพยุโรป สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 166 ล้านบาทต่อปี

กรมฯ ลุยตรวจระบบคุณภาพ “ส้มโชกุนเบตง-มังคุดในสายหมอกเบตง”

ในพื้นที่ภาคใต้ กรมทรัพย์สินทางปัญญานำคณะกรรมการตรวจสอบคุณภาพสินค้า GI ของจังหวัดยะลา ลงพื้นที่อำเภอเบตง เพื่อตรวจประเมินการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน GI หรือ Internal Control ของสินค้า “ส้มโชกุนเบตง” และ “มังคุดในสายหมอกเบตง” โดยมีพาณิชย์จังหวัดยะลา เกษตรจังหวัดยะลา เกษตรอำเภอเบตง และคณะที่ปรึกษาโครงการจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ร่วมลงพื้นที่

นางอรมนกล่าวว่า การพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพถือเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตสินค้า GI เพราะช่วยให้สินค้ายังคงอัตลักษณ์และคุณภาพตามข้อกำหนดที่ขึ้นทะเบียนไว้ อีกทั้งยังเป็นกลไกสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างยั่งยืน

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเกษตรกรทั้ง 2 สินค้าเข้าร่วมรับการตรวจประเมินระบบควบคุมคุณภาพ เพื่อสมัครขอใช้ตราสัญลักษณ์ GI ไทย รวมกว่า 40 ราย โดยผู้ผ่านการตรวจประเมินจะได้รับอนุญาตให้ใช้ตรา GI ไทยบนผลผลิตหรือบรรจุภัณฑ์ที่จำหน่ายเป็นเวลา 2 ปี และสามารถขอตรวจประเมินรอบใหม่ได้ต่อเนื่อง

แม็คโคร-โลตัสร่วมดูแหล่งผลิต เปิดทาง GI เข้าโมเดิร์นเทรด

การตรวจประเมินครั้งนี้ยังมีผู้แทนห้างแม็คโครและโลตัส ภายใต้บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ร่วมลงพื้นที่ติดตามการตรวจประเมินระบบควบคุมคุณภาพและเยี่ยมชมแหล่งผลิต เพื่อประเมินศักยภาพของสินค้า ทั้งด้านคุณภาพ ปริมาณผลผลิต และความพร้อมในการส่งมอบสินค้าเข้าสู่ห้างค้าปลีกสมัยใหม่

กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่า ที่ผ่านมากรมฯ ได้ร่วมมือกับซีพี แอ็กซ์ตร้า ในการส่งเสริมและขยายช่องทางจำหน่ายสินค้า GI จากเกษตรกรโดยตรง เพื่อวางจำหน่ายผ่านแม็คโครและโลตัสทั่วประเทศ เป็นกลไกเพิ่มโอกาสทางการตลาด สร้างรายได้ให้เกษตรกร และทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้า GI ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และตรวจสอบแหล่งที่มาได้อย่างมั่นใจ

นางอรมนกล่าวว่า “ส้มโชกุนเบตง” เป็นส้มเขียวหวานที่มีผลกลมแป้นขนาดใหญ่ เนื้อสีส้มเข้ม นุ่ม รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย ปอกเปลือกง่าย และมีกลิ่นหอม ส่วน “มังคุดในสายหมอกเบตง” เป็นมังคุดพันธุ์พื้นเมืองที่ปลูกบนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางตั้งแต่ 200 เมตรขึ้นไป มีผลกลมโต เปลือกค่อนข้างหนา ผิวมัน เนื้อสีขาวนวลปุยฝ้าย ไม่เป็นเนื้อแก้ว ไม่มียางไหล และมีรสหวานนำเปรี้ยวอันเป็นเอกลักษณ์

“ชารางแดงเกาะเกร็ด” GI ลำดับที่ 5 นนทบุรี

นางอรมนเปิดเผยอีกว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้ายกระดับสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่ตลาดมูลค่าสูง พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคสัมผัสเอกลักษณ์ “ชารางแดงเกาะเกร็ด” สินค้า GI รายการล่าสุดของจังหวัดนนทบุรี ที่สะท้อนภูมิปัญญาการทำชาโบราณของชาวไทยเชื้อสายมอญ และเชื่อมโยงกับทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัด

“ชารางแดงเกาะเกร็ด” ผลิตจากใบของต้นรางแดง พืชประจำถิ่นที่เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ผ่านกรรมวิธีแปรรูปและคั่วชาตามภูมิปัญญาชาวไทยเชื้อสายมอญในเกาะเกร็ดที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน มีการคัดเลือกวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน ทำให้ได้ชาที่มีเอกลักษณ์ทั้งสี กลิ่น และรสชาติ

ความโดดเด่นของชารางแดงเกาะเกร็ดเกิดจากพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา มีชั้นดินเหนียวเนื้อละเอียดและดินร่วนซุย อุดมด้วยแร่ธาตุจากตะกอนน้ำพัดพา สภาพอากาศร้อนชื้นและฝนตกตลอดปี เมื่อนำใบมาผ่านการผึ่งอบไล่ความชื้นและคั่วในอุณหภูมิเหมาะสม ชงกับน้ำร้อนจะได้ชาสีเหลืองทองถึงสีเหลืองอำพันใส มีกลิ่นหอม รสกลมกล่อม หอมหวานอ่อน ๆ ติดปลายลิ้น ไม่ฝาด ไม่ขม

ชารางแดงเกาะเกร็ดเป็นสินค้า GI รายการที่ 5 ของจังหวัดนนทบุรี ต่อจากเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด กระท้อนห่อบางกร่าง ทุเรียนนนท์ และมะม่วงยายกล่ำนนทบุรี ปัจจุบันมีผู้ประกอบการชารางแดงเกาะเกร็ด 22 ราย กำลังการผลิตประมาณ 8,000 กิโลกรัมต่อปี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ชุมชนกว่า 8 ล้านบาทต่อปี และทำให้สินค้า GI ทั้ง 5 รายการของนนทบุรีสร้างมูลค่ารวมกว่า 64 ล้านบาทต่อปี

“ผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภู” ผสานสองเทคนิคทอผ้า สู่ตลาดพรีเมียม

นางอรมนกล่าวถึงสินค้า GI “ผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภู” ว่า เป็นผ้าทอพื้นเมืองที่สะท้อนภูมิปัญญาการทอผ้าอันประณีตของชาวหนองบัวลำภู ผ่านการผสมผสานเทคนิคการทอผ้าขิดและผ้ามัดหมี่ไว้ในผืนเดียว โดยกรมฯ พร้อมผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดมูลค่าสูงผ่านทรัพย์สินทางปัญญา

ผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภูใช้กี่ทอมือแบบพื้นบ้าน มีจุดเด่นจากการทอแบบลายขิด คือการสะกิดเส้นด้ายยืนและเพิ่มเส้นพุ่งตามแนวลวดลายให้นูนเด่น ผสมกับการทอมัดหมี่ ซึ่งเป็นการมัดย้อมลวดลายบนเส้นพุ่งก่อนนำมาทอ โดยจัดวางลายขิดสลับกับลายมัดหมี่ตลอดทั้งผืน จนเกิดมิติของลวดลายที่สวยงาม แปลกตา และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น ลายดอกบัวหลวง ลายไหกุดกวางสร้อย ลายหงส์ และลายพญานาค

ก้าวสำคัญของผ้าขิดสลับหมี่จังหวัดหนองบัวลำภูเกิดขึ้นในปี 2525 ภายหลังสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรที่วัดถ้ำกลองเพล และมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศิลปาชีพพิเศษบ้านถ้ำกลองเพล เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาทักษะการทอผ้า ก่อนขยายองค์ความรู้สู่ชุมชนทั่วจังหวัด

ความโดดเด่นของผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภูยังเชื่อมโยงกับปัจจัยทางภูมิศาสตร์ จังหวัดหนองบัวลำภูมีลักษณะเป็นแอ่งที่ราบล้อมรอบด้วยเทือกเขาภูพาน มีแหล่งน้ำธรรมชาติและสภาพดินเหมาะต่อการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และปลูกฝ้ายคุณภาพดี อีกทั้งมีพืชพรรณธรรมชาติที่ใช้เป็นสีย้อมผ้า เช่น ต้นเพกา ต้นขนุน ต้นประดู่ บัวหลวง และต้นทองกวาว ทำให้ได้เฉดสีที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น

ผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภูเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 2 ของจังหวัด ต่อจากเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน ครอบคลุมทั้งผ้าผืน ผ้าถุงหรือผ้าซิ่น ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าสไบ หรือผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่ผลิตจากผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภู ปัจจุบันสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้จังหวัดกว่า 41.50 ล้านบาท

GI ไม่ใช่แค่ตรารับรอง แต่เป็นเครื่องมือเพิ่มมูลค่าชุมชน

ภาพรวมการขับเคลื่อนสินค้า GI ของกรมทรัพย์สินทางปัญญาครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ GI ที่มากกว่าการขึ้นทะเบียนชื่อสินค้า เพราะ GI กลายเป็นเครื่องมือเชื่อมโยง “กฎหมาย-คุณภาพ-ตลาด-ภูมิปัญญา-ท่องเที่ยว” เข้าไว้ด้วยกัน

กรณีชามไก่ลำปางสะท้อนมิติการคุ้มครองชื่อและตราสัญลักษณ์ GI เพื่อป้องกันการแอบอ้างและลดความสับสนของผู้บริโภค ขณะที่กรณีราชบุรีสะท้อนการใช้ GI เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ ทั้งมะนาวและมะม่วง ส่วนเบตงชี้ให้เห็นความสำคัญของระบบควบคุมคุณภาพและการเชื่อมตลาดค้าปลีกสมัยใหม่

ขณะเดียวกัน ชารางแดงเกาะเกร็ดและผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภู แสดงให้เห็นว่า GI สามารถต่อยอดได้ทั้งสินค้าเครื่องดื่มสุขภาพ หัตถกรรมผ้า ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และธุรกิจสร้างสรรค์

โจทย์ต่อไปของสินค้า GI ไทยจึงไม่ใช่เพียงการมีชื่อขึ้นทะเบียน แต่ต้องรักษามาตรฐานสินค้าให้ต่อเนื่อง ขยายฐานผู้ผลิตที่พร้อมเข้าสู่ระบบ GI สร้างช่องทางตลาดที่มั่นคง และทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่า “ตรา GI” คือหลักประกันของแหล่งกำเนิด คุณภาพ และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ควรได้รับการสนับสนุน

หากเดินหน้าได้ต่อเนื่อง GI จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ในการเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย สร้างรายได้ให้ชุมชน และยกระดับสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้แข่งขันได้ทั้งในประเทศและตลาดโลก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

GI กรมทรัพย์สินทางปัญญา