เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปักธง “ท่าอวกาศยานไทย” เอกชนร่วมทดสอบเทคโนโลยีจรวดครั้งแรก
Tech ปักธง “ท่าอวกาศยานไทย” เอกชนร่วมทดสอบเทคโนโลยีจรวดครั้งแรก
SCAP ครึ่งปีแรกกำไรโต 146% ลุ้นทำสถิตินิวไฮต่อเนื่องทั้งปี 2569
Uncategorized SCAP ครึ่งปีแรกกำไรโต 146% ลุ้นทำสถิตินิวไฮต่อเนื่องทั้งปี 2569
ศาล รธน. นัดไต่สวน 5 ปาก ‘คดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง’ 26 ส.ค.
Politics ศาล รธน. นัดไต่สวน 5 ปาก ‘คดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง’ 26 ส.ค.
เอกนิติ เปิด 4 ปมท้าทายใหม่ กดดันเศรษฐกิจไทยต้องเปลี่ยนผ่าน
Finance เอกนิติ เปิด 4 ปมท้าทายใหม่ กดดันเศรษฐกิจไทยต้องเปลี่ยนผ่าน
ราคาทองวันนี้ (13 ส.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 69,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ส.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 69,550 บาท
สหรัฐขายพันธบัตรอายุ 10 ปี ในอัตราผลตอบแทนสูงสุดตั้งแต่วิกฤตการเงินโลก ปี 2007
World สหรัฐขายพันธบัตรอายุ 10 ปี ในอัตราผลตอบแทนสูงสุดตั้งแต่วิกฤตการเงินโลก ปี 2007
ภัยไซเบอร์อุบัติใหม่ ถอดรหัส Agent AI ถึง บัญชีม้า
Economic ภัยไซเบอร์อุบัติใหม่ ถอดรหัส Agent AI ถึง บัญชีม้า
จีนแปรรูป ‘ถ่านหินเป็นเคมีภัณฑ์’ ครึ่งแรก 2026 กำไรสูงเป็นประวัติการณ์
World จีนแปรรูป ‘ถ่านหินเป็นเคมีภัณฑ์’ ครึ่งแรก 2026 กำไรสูงเป็นประวัติการณ์
TEAMG โชว์ผลงาน 6 เดือนแรก กำไรพุ่ง 111 ล้าน รับงานรถไฟสายสีแดงอ่อน ดัน Backlog แตะ 6 พันล้าน
Economic TEAMG โชว์ผลงาน 6 เดือนแรก กำไรพุ่ง 111 ล้าน รับงานรถไฟสายสีแดงอ่อน ดัน Backlog แตะ 6 พันล้าน
เอกชนรายใหญ่เร่งปรับโรงงานสู่ Smart & Green บีโอไอเผยลงทุนทะลุ 1.4 แสนล้าน
Economic เอกชนรายใหญ่เร่งปรับโรงงานสู่ Smart & Green บีโอไอเผยลงทุนทะลุ 1.4 แสนล้าน
ดูทั้งหมด

ปักธง “ท่าอวกาศยานไทย” เอกชนร่วมทดสอบเทคโนโลยีจรวดครั้งแรก

13 ส.ค. 2569 | 13:21น.

ไทยทดสอบยิงจรวดเอกชนครั้งแรก ยอมรับเจอปัญหาทางเทคนิค้พียบ แต่ได้บทเรียนต่อยอด เพื่อวางรากฐาน Spaceport

รายงานจาก สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จับมือร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.), กองทัพบก และบริษัท Equatorial Space (Thailand) จำกัด ร่วมกันทดสอบเทคโนโลยีจรวด “Technical Feasibility Test & Regulatory Framework Study for Thailand Spaceport” ณ กองพันทหารปืนใหญ่ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จังหวัดลพบุรี.

การทดสอบในครั้งนี้นับเป็น “ครั้งแรกของประเทศไทย” ที่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมทดสอบการปล่อยจรวดจริงในพื้นที่ของประเทศ ภายใต้กลไก Spaceport Regulatory Sandbox ซึ่งเป็นการบูรณาการทำงานอย่างเป็นระบบร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานด้านความมั่นคง สะท้อนให้เห็นถึงก้าวสำคัญในการข้ามขีดความสามารถจากการศึกษาบนกระดาษ สู่การปฏิบัติจริงในสภาพแวดล้อมจริง

ดร.ณัฐวัฒน์ หงส์กาญจนกุล โฆษก GISTDA และผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเศรษฐกิจอวกาศ เปิดเผยว่า จรวดที่นำมาใช้เป็นกรณีศึกษาในครั้งนี้ พัฒนาโดยบริษัท Equatorial Space (Thailand) จำกัด เป็นจรวดขับดันแบบเชื้อเพลิงผสม (Hybrid Propulsion) ความยาว 3.96 เมตร น้ำหนักไม่รวมเชื้อเพลิง 32.3 กิโลกรัม และเป็นระบบที่ไม่มีการนำวิถี กำหนดความสูงการทดสอบไว้ที่ 4 กม.

โดยวัตถุประสงค์หลักของการทดสอบ ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่วิศวกรรมตัวจรวดว่าจะพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าได้ไกลแค่ไหน แต่เป็นการทดสอบความพร้อมของ “ระบบนิเวศอวกาศ” ทั้งระบบ ตั้งแต่การเตรียมความพร้อม การประสานงานระหว่างหน่วยงาน การควบคุมพื้นที่ ความปลอดภัย การบริหารจัดการน่านฟ้า ตลอดจนกระบวนการอนุญาตและกำกับดูแล

.แม้ว่าในการทดสอบจริงจะยังไม่สามารถปล่อยจรวดขึ้นสู่ท้องฟ้าได้สำเร็จเนื่องจากพบปัญหาทางเทคนิคบางประการ แต่ทีมงานมองว่านี่คือ “ห้องเรียนจริง”

โดยทีมวิศวกรและทีมเทคนิคสามารถแก้ไขปัญหาระหว่างการทดสอบการยิงได้ แต่ต้องนำไปพัฒนาในครั้งถัดไป ได้แก่ การควบคุมอุณหภูมิก๊าซไนตรัสออกไซด์ ให้มีอุณหภูมิที่นิ่งพอสำหรับการบรรจุและทำการยิง และ สายสัญญาณสื่อสาร เกิดปัญหาการขาดหายของสัญญาณระหว่างจรวดและระบบซอฟต์แวร์ควบคุมการจุดระเบิด (ซึ่งทีมงานแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการเปลี่ยนสายสัญญาณได้ทันท่วงที)

อย่างไรก็ตามเหตุผลหลักที่ต้องยุติการยิงทดสอบเนื่องมาจากความปลอดภัย โดยทีมงานพิจารณาแล้วว่า กำลังมอเตอร์ในการติดตั้งฐานยิง  ซึ่งมอเตอร์สำหรับยกฐานยิงมีกำลังยกไม่เพียงพอ และ ความแข็งแรงของโครงสร้างฐานยิง ที่จำเป็นต้องตรวจสอบการออกแบบอีกครั้ง เพื่อไม้ให้เกิดอันตรายรุนแรงขณะทำการยิงได้

“โครงการอวกาศเป็นเรื่องที่ยากมาก และการเรียนรู้ระหว่างทางและความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญ” ดร.ณัฐวัฒน์ กล่าวเน้นย้ำ

พร้อมชี้ให้เห็นว่า เหตุการณ์ในวันนี้ไม่ได้เป็นประโยชน์แค่กับบริษัทเอกชนรายเดียว แต่เป็นการ “ยกระดับทั้งอุตสาหกรรม” เพราะกิจกรรมเพียงครั้งเดียวสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) ให้เติบโตได้ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการขนส่งสมัยใหม่ การประกันภัย ตลอดจนอุตสาหกรรมการผลิต (Manufacturing) ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนา

สำหรับก้าวต่อไป GISTDA และ สทป. (DTI) จะร่วมกันทบทวนผลการทดสอบอย่างละเอียด พร้อมประเมินความพร้อมของบริษัทเอกชนอีกครั้ง หากมีความคืบหน้าและความพร้อมเต็มร้อย จะมีการกำหนดวันทดสอบปล่อยจรวดอีกครั้งอย่างแน่นอนแม้จรวดจะยังไม่ได้ทะยานขึ้นสู่ขอบฟ้าในวันนี้ แต่การกล้าที่จะทดลองและเรียนรู้จากความผิดพลาด นับเป็นบทพิสูจน์ชัดเจนว่า ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมอวกาศอย่างจริงจัง และพร้อมแล้วที่จะเนรมิตความฝันเรื่อง “ท่าอวกาศยานไทย” (Thailand Spaceport) ให้เกิดขึ้นจริงในเร็ววัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

GISTDA