เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศพร.สกัดเนื้อโคเถื่อน 20 ตัน มูลค่า 2.8 ล้าน ลอบขนจากภาคใต้ส่งสมุทรสาคร
Economic ศพร.สกัดเนื้อโคเถื่อน 20 ตัน มูลค่า 2.8 ล้าน ลอบขนจากภาคใต้ส่งสมุทรสาคร
เปิดราคารถอีวีรุ่นใหม่ Lexus ES เริ่มต้น 3.29 ล้าน
Automotive เปิดราคารถอีวีรุ่นใหม่ Lexus ES เริ่มต้น 3.29 ล้าน
น้ำเหนือ-น้ำใต้เฝ้าระวัง “สุริยะ” สั่งกรมชลฯ คุม 12 จังหวัดเสี่ยง เร่งฟื้นฟูคลอง ร.1 หาดใหญ่ รับฝนใต้ พ.ย.นี้
Economic น้ำเหนือ-น้ำใต้เฝ้าระวัง “สุริยะ” สั่งกรมชลฯ คุม 12 จังหวัดเสี่ยง เร่งฟื้นฟูคลอง ร.1 หาดใหญ่ รับฝนใต้ พ.ย.นี้
เตือนสาย Cover กรมทรัพย์สินทางปัญญา ชี้ใช้ AI เจนเพลงไม่ขออนุญาต เสี่ยงละเมิดลิขสิทธิ์
Uncategorized เตือนสาย Cover กรมทรัพย์สินทางปัญญา ชี้ใช้ AI เจนเพลงไม่ขออนุญาต เสี่ยงละเมิดลิขสิทธิ์
สภาพัฒน์ โต้ ‘สร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนด’ ไม่ได้เอื้อ Data Center ทำเพื่อให้ชลประทานพอ
Politics สภาพัฒน์ โต้ ‘สร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนด’ ไม่ได้เอื้อ Data Center ทำเพื่อให้ชลประทานพอ
“ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ดันเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้น 2 เดือนติด หอการค้าชี้ Q4 เข้าโหมดขาขึ้น
Economic “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ดันเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้น 2 เดือนติด หอการค้าชี้ Q4 เข้าโหมดขาขึ้น
กกพ.ปรับค่าไฟบ้านใหม่ เริ่ม ก.ย. 69 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท ดันค่าไฟเฉลี่ยเหลือ 3.86 บาท
Economic กกพ.ปรับค่าไฟบ้านใหม่ เริ่ม ก.ย. 69 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท ดันค่าไฟเฉลี่ยเหลือ 3.86 บาท
ออมสิน X SAM ผุดโครงการใหม่ ช่วยลูกหนี้สร้างโอกาสทางการเงินอย่างยั่งยืน
Finance ออมสิน X SAM ผุดโครงการใหม่ ช่วยลูกหนี้สร้างโอกาสทางการเงินอย่างยั่งยืน
กรมธนารักษ์ เปิดประมูลเหรียญ 10 บาท หายาก ผ่าน Treasury Coin Market
Finance กรมธนารักษ์ เปิดประมูลเหรียญ 10 บาท หายาก ผ่าน Treasury Coin Market
‘ศศิน’ ชี้ EHIA พลาด จี้กรมชลฯ คำนวณความจุอ่างวังโตนดใหม่ ดันทางออกเขื่อนคู่ป่า
News ‘ศศิน’ ชี้ EHIA พลาด จี้กรมชลฯ คำนวณความจุอ่างวังโตนดใหม่ ดันทางออกเขื่อนคู่ป่า
ดูทั้งหมด

ยักษ์รับเหมาวิกฤตเงินขาดมือ สะเทือนตึกใหม่มหาดไทยล่าช้า

25 ก.ค. 2569 | 07:35น.

รับเหมาวิกฤตหนัก ขาดสภาพคล่อง แบงก์ปิดประตูปล่อยกู้เพิ่ม งานรวน ปรับแผน จับตาสะเทือนบิ๊กโปรเจ็กต์ศูนย์ราชการมหาดไทยแห่งใหม่ ย่านเจริญนคร มูลค่ากว่า 5.5 พันล้าน กรรมาธิการงบประมาณจี้ถาม เหตุช้าผิดปกติ ปลัดมหาดไทยยอมรับปัญหา ผู้รับเหมาหลักมีปัญหาเรื่องเงิน “เพาเวอร์ไลน์ฯ” ดิ้นขอสินเชื่อใหม่

แหล่งข่าวจากวงการรับเหมาก่อสร้างเปิดเผย “NewsPulse” ว่า ผลพวงจากสภาพเศรษฐกิจ ต้นทุนก่อสร้างที่สูงขึ้น 10-15% จากวิกฤตตะวันออกกลาง รวมถึงตลาดอสังหาฯ และภาคก่อสร้างที่ซบเซา ไม่มีงานใหม่เปิดประมูล ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องผู้รับเหมาก่อสร้างอย่างหนักในขณะนี้ คิดเป็นกว่า 90% ทั้งรายใหญ่และรายย่อย

เนื่องจากธนาคารไม่ปล่อยสินเชื่อ หลังไม่เชื่อมั่นผู้รับเหมา ประกอบกับมีรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ที่มีปัญหาสภาพคล่อง ไม่ว่าบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) ล่าสุดบริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) ยิ่งทำให้ธนาคารไม่เชื่อมั่นในการปล่อยสินเชื่อ จึงเกิดภาพการก่อสร้างล่าช้าและนำไปสู่การบอกเลิกสัญญา 

สภาพคล่องไม่มี-แบงก์ไม่ปล่อยกู้

“เมื่อก่อนสามารถนำสัญญาประมูลงานไปขอวงเงินจากแบงก์ เพื่อนำเงินมาซื้อวัสดุเริ่มงานก่อสร้างได้ก่อน แต่ปัจจุบันแบงก์ปิดประตูหมด ยังเช็กสถานะการเงินและงบดุลอย่างเข้มงวด ถ้าบริษัทไหนขาดทุนจะไม่ปล่อยกู้ให้ ล่าสุดมีบางแบงก์ไม่ปล่อยกู้ให้ผู้รับเหมาที่รับงานของราชการบางแห่งแล้ว หลังหน่วยงานดังกล่าวมีการโยกงบฯ โครงการก่อสร้างไปใช้จ่ายโครงการอื่นแทน” 

แม้ปัจจุบันคณะรัฐมนตรีจะมีมาตรการบรรเทาผลกระทบคู่สัญญาภาครัฐจากวิกฤตตะวันออกกลาง ผ่อนผันค่า K ให้ชั่วคราว รวมถึงให้เลิกสัญญาได้โดยไม่ถือว่าเป็นผู้ทิ้งงาน หากทำงานแล้วให้หน่วยงานพิจารณาขยายสัญญาหรืองดหรือลดค่าปรับได้ ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของหน่วยงานรัฐที่เป็นคู่สัญญา ซึ่งแต่ละหน่วยงานมีดุลพินิจไม่เท่ากัน อยากให้ภาครัฐพิจารณาตามสถานการณ์จริง และขยายเวลาสัญญาให้เหมาะสมกับการก่อสร้าง

“ผู้รับเหมาเจอหลายสถานการณ์ ทั้งสภาพคล่องไม่มี แรงงานขาด วัสดุขึ้นราคา หน่วยงานรัฐที่เป็นคู่สัญญาบางแห่งไม่มีเงินจ่ายค่างาน ทำให้ปัญหาลามเป็นลูกโซ่จากรายใหญ่มาถึงรายย่อยที่เป็นรับเหมาช่วง กระทบถึงร้านค้าวัสดุก่อสร้าง และโรงงาน ซึ่งตอนนี้การซื้อขายรับแค่เงินสด”

สะเทือนโปรเจ็กต์มหาดไทยใหม่ 

ตอนนี้วงการกำลังจับตาโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ย่านเจริญนคร วงเงิน 5,574 ล้านบาท หลัง บมจ.เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง ผู้รับเหมาก่อสร้างมีปัญหาสภาพคล่อง อาจจะนำไปสู่การยกเลิกสัญญาได้ หากบริษัทไม่สามารถหาเงินจากธนาคารมาก่อสร้างต่อได้ เนื่องจากมองว่าธนาคารอาจจะไม่มีความมั่นใจต่อสถานะการเงินของบริษัท หากให้เงินเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้แล้วจะมีเงินเหลือคืนหนี้ธนาคารหรือไม่ 

“หากบริษัทไม่มีเงินมาทำต่อให้เสร็จ อาจจะซ้ำรอยเหมือนตึกใหญ่ ๆ ที่สร้างไม่เสร็จ เช่น ตึก กสทช. ถนนรัตนาธิเบศร์ ซึ่งบริษัท เพาเวอร์ไลน์ฯ เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างเช่นกัน”

ด้านนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ซึ่งเป็นการพิจารณางบประมาณของกระทรวงมหาดไทย เมื่อ 23 กรกฎาคม 2569 ถึงโครงการก่อสร้างกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ว่า โครงการก่อสร้าง 2 ระยะ ใช้งบฯ ก่อสร้างรวมเกือบ 9,000 ล้านบาท  เริ่มสร้างปี 2563 คืบหน้าแล้ว 34.10% ล่าช้าจากแผน เนื่องจากผู้รับเหมาขาดสภาพคล่อง 

ผู้รับเหมาขอเพิ่มวงเงิน 900 ล้าน

“กระทรวงมหาดไทยต้องแก้ไข โดยมีหนังสือให้ผู้ควบคุมงานกำกับผู้รับจ้างให้ปฏิบัติตามแผนงานก่อสร้าง นอกจากนี้ผู้รับจ้างขอเพิ่มวงเงินจากธนาคารกรุงไทย 900 ล้านบาท ทางมหาดไทยจะติดตามอย่างใกล้ชิด ถ้าไม่ได้ก็ต้องปรับตามสัญญาและพิจารณายกเลิกสัญญา เราไม่ได้นิ่งนอนใจ การมีศูนย์ราชการใหม่ เอากรมที่ดิน กรมการพัฒนาชุมชน ที่เช่าอยู่ในศูนย์ราชการมาอยู่ด้วยกันทั้งหมด พอการดำเนินการที่ถูกฟันราคา ผู้รับจ้างไม่มีศักยภาพพอ ก็มีปัญหา ซึ่งพยายามดูให้ดีที่สุด” 

ขณะที่นายเสวก ศรีสุชาต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) กล่าวยอมรับว่า บริษัทมีปัญหาสภาพคล่องจริง จึงส่งผลกระทบต่อโครงการก่อสร้างกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ล่าช้า ปัจจุบันงานก่อสร้างยังไม่ถึง 50% แต่งานยากคือ ส่วนใต้ดิน 3 ชั้นและอาคารโพเดียม 2 ชั้น รวม 5 ชั้น จะสร้างเสร็จสิ้นปีนี้  ส่วนงานก่อสร้างอาคารสูงอีก 6 อาคารต่อจากโพเดียมขึ้นไปจะเสร็จปลายปี 2570 ล่าสุดจากปัญหาต่าง ๆ บริษัทได้ยื่นขอสงวนสิทธิ์ขอขยายอายุสัญญาก่อสร้างออกไปอีก 

เพาเวอร์ไลน์ฯ แจงแบบไม่นิ่ง

“ปัญหาก่อสร้างล่าช้าเกิดจากมีการแก้แบบหลายครั้ง แต่งบฯ ก่อสร้างไม่ได้เพิ่มทำให้บริษัทประสบปัญหาด้านการเงิน ซึ่งเป็นสถานการณ์ของบริษัทที่เกี่ยวเนื่องมาตั้งแต่โควิด โดยมีหลายโครงการที่เราเก็บเงินไม่ได้ เงินเลยชอต ทำให้ทุกโครงการก่อสร้างล่าช้า จ่ายเงินค่าจ้างช้า แต่ที่ผ่านมาก็พยายามแก้ปัญหา มีแบงก์เข้ามาช่วยซัพพอร์ต ก็ทยอยจ่ายแต่ยังไม่ครบ ส่วนโครงการกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่นี้กำลังขอวงเงินสินเชื่อจากแบงก์”

สถานการณ์ธุรกิจรับเหมาในขณะนี้คือ งานใหม่มีน้อย วัสดุก่อสร้างขึ้นราคาจากวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง เบิกค่า K ไม่ได้ สำหรับสถานการณ์ของบริษัทมีรายได้ลดลงต่อเนื่องทุกปี จากปี 2568 มีรายได้ 8,000 ล้านบาท ในปี 2569 คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท ลดลงเกือบ 50%  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ใช้งบประมาณก่อสร้าง 5,574 ล้านบาท บนเนื้อที่ 19 ไร่ ถนนเจริญนคร ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วย 7 หน่วยงาน  รองรับ 7,607 คน มีพื้นที่ใช้สอยรวม 220,400 ตร.ม. มี 6 อาคาร หรือ 6 โซน สูงตั้งแต่ 14-21 ชั้น ตามแผนจะเสร็จในปี 2570 แต่จากปัญหาที่เกิดขึ้นคาดว่าการเปิดใช้บริการคงต้องเลื่อนออกไปอีก