เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดราคารถอีวีรุ่นใหม่ LEXUS ES เริ่มต้น 3.29 ล้าน
Automotive เปิดราคารถอีวีรุ่นใหม่ LEXUS ES เริ่มต้น 3.29 ล้าน
น้ำเหนือ-น้ำใต้เฝ้าระวัง “สุริยะ” สั่งกรมชลฯ คุม 12 จังหวัดเสี่ยง เร่งฟื้นฟูคลอง ร.1 หาดใหญ่ รับฝนใต้ พ.ย.นี้
Economic น้ำเหนือ-น้ำใต้เฝ้าระวัง “สุริยะ” สั่งกรมชลฯ คุม 12 จังหวัดเสี่ยง เร่งฟื้นฟูคลอง ร.1 หาดใหญ่ รับฝนใต้ พ.ย.นี้
เตือนสาย Cover กรมทรัพย์สินทางปัญญา ชี้ใช้ AI เจนเพลงไม่ขออนุญาต เสี่ยงละเมิดลิขสิทธิ์
Uncategorized เตือนสาย Cover กรมทรัพย์สินทางปัญญา ชี้ใช้ AI เจนเพลงไม่ขออนุญาต เสี่ยงละเมิดลิขสิทธิ์
สภาพัฒน์ โต้ ‘สร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนด’ ไม่ได้เอื้อ Data Center ทำเพื่อให้ชลประทานพอ
Politics สภาพัฒน์ โต้ ‘สร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนด’ ไม่ได้เอื้อ Data Center ทำเพื่อให้ชลประทานพอ
“ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ดันเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้น 2 เดือนติด หอการค้าชี้ Q4 เข้าโหมดขาขึ้น
Economic “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ดันเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้น 2 เดือนติด หอการค้าชี้ Q4 เข้าโหมดขาขึ้น
กกพ.ปรับค่าไฟบ้านใหม่ เริ่ม ก.ย. 69 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท ดันค่าไฟเฉลี่ยเหลือ 3.86 บาท
Economic กกพ.ปรับค่าไฟบ้านใหม่ เริ่ม ก.ย. 69 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท ดันค่าไฟเฉลี่ยเหลือ 3.86 บาท
ออมสิน X SAM ผุดโครงการใหม่ ช่วยลูกหนี้สร้างโอกาสทางการเงินอย่างยั่งยืน
Finance ออมสิน X SAM ผุดโครงการใหม่ ช่วยลูกหนี้สร้างโอกาสทางการเงินอย่างยั่งยืน
กรมธนารักษ์ เปิดประมูลเหรียญ 10 บาท หายาก ผ่าน Treasury Coin Market
Finance กรมธนารักษ์ เปิดประมูลเหรียญ 10 บาท หายาก ผ่าน Treasury Coin Market
‘ศศิน’ ชี้ EHIA พลาด จี้กรมชลฯ คำนวณความจุอ่างวังโตนดใหม่ ดันทางออกเขื่อนคู่ป่า
News ‘ศศิน’ ชี้ EHIA พลาด จี้กรมชลฯ คำนวณความจุอ่างวังโตนดใหม่ ดันทางออกเขื่อนคู่ป่า
Bravo BKK ชวนเติมรักให้“ขยับไปด้วยกัน” ในงาน “Bravo’s Love in Motion”
Biz Movement Bravo BKK ชวนเติมรักให้“ขยับไปด้วยกัน” ในงาน “Bravo’s Love in Motion”
ดูทั้งหมด

พาณิชย์ เร่งอุ้มชาวนาดูดซับข้าว 1 ล้านตัน สกัดต้นทุนพุ่ง-ไม่ดูแลพร้อมประท้วง

25 มี.ค. 2569 | 14:09น.

พาณิชย์ เร่งช่วยชาวนารับมือผลกระทบวิกฤตตะวันออกกลาง เดินหน้าโครงการดูดซับข้าวนาปรัง 1 ล้านตัน- ตลาดนัดข้าวเปลือกราคานำตลาด ลดต้นทุนปุ๋ย–ประสาน พน.จัดสรรน้ำมันดีเซลช่วยชาวนา ด้านชาวนา ชี้ถึงปัญหาที่ต้องแบกรับ วอนให้เข้ามาดูแลก่อนรวมตัวประท้วง

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการหารือกับนายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ถึงแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไทยอย่างเต็มที่ หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและต้นทุนการผลิตทั่วโลก โดยเฉพาะราคาปุ๋ยมีความผันผวน ส่งผลต่อต้นทุนการทำนาของเกษตรกร กรมการค้าภายในจึงเร่งใช้มาตรการทั้งด้านตลาดและการลดต้นทุนเพื่อบรรเทาภาระให้พี่น้องชาวนาในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง

โดยการบริหารจัดการผลผลิตข้าวนาปรังที่กำลังจะถึงนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ออก โครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปรัง ปีการผลิต 2569 แล้ว โดยตั้งเป้าหมายดูดซับข้าวนาปรังจำนวน 1 ล้านตันข้าวเปลือก ในพื้นที่แหล่งผลิตข้าวนาปรังทั่วประเทศ โดยองค์การคลังสินค้าจะดำเนินการให้โรงสีและสหกรณ์การเกษตรไปเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรในราคาสูงกว่าตลาด 300 บาทต่อตัน ซึ่งจะเริ่มดำเนินการวันที่ 1 เมษายน 2569 นี้ นำร่อง 5 จังหวัด แหล่งผลิตข้าวนาปรังสำคัญ ได้แก่ นครสวรรค์ พิษณุโลก พระนครศรีอยุธยา กำแพงเพชร และสุโขทัย โดยโครงการนี้จะช่วยรองรับผลผลิตข้าวนาปรังที่จะออกสู่ตลาด และมีแรงจูงใจให้ชาวนาขายผลผลิตในราคาที่เหมาะสม ขอให้ชาวนามั่นใจว่า ฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังนี้มีที่ขายข้าวแน่นอน

นายวิทยากร กล่าวต่อว่า “นอกจากนี้ กรมการค้าภายในยังได้จัด ตลาดนัดข้าวเปลือก ในแหล่งผลิตข้าวนาปรังเพิ่มเติม โดยนำให้ผู้ประกอบการจากนอกพื้นที่เข้ารับซื้อถึงแหล่งผลิตของเกษตรกรโดยตรง เพื่อลดภาระค่าขนส่ง เพิ่มช่องทางการจำหน่าย และแก้ไขปัญหาบางพื้นที่ที่ขาดผู้รับซื้ออย่างมีประสิทธิภาพ โดยราคารับซื้อในตลาดนัดข้าวเปลือกจะสูงกว่าตลาดทั่วไปเฉลี่ย 200–400 บาทต่อตัน ดำเนินการตั้งแต่เดือนมีนาคมต่อเนื่องไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2569

ขณะนี้มีจังหวัดที่ยืนยันการจัดงานแล้วรวม 8 ครั้ง ได้แก่ ปลายเดือนมีนาคม จำนวน 2 ครั้ง ในจังหวัดสิงห์บุรี และอ่างทอง ต้นเดือนเมษายน จำนวน 3 ครั้ง ในจังหวัดพิจิตร พระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง และปลายเดือนเมษายน จำนวน 3 ครั้ง ในจังหวัดพิษณุโลก น่าน และพระนครศรีอยุธยา

พร้อมกันนี้ กรมการค้าภายในได้กำชับสำนักงานชั่งตวงวัดในพื้นที่ โดยเฉพาะจุดรับซื้อข้าว ให้ลงพื้นที่กำกับดูแลการซื้อขายอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบความถูกต้องของการชั่งน้ำหนัก การวัดความชื้น การหักสิ่งเจือปน รวมถึงการแสดงราคารับซื้อ เพื่อให้การซื้อขายข้าวเปลือกเป็นธรรม เที่ยงตรง และโปร่งใส สร้างความมั่นใจให้แก่พี่น้องเกษตรกร

นายวิทยากร กล่าวต่อว่า “ในด้านการลดต้นทุนการผลิต กรมฯ เตรียมดำเนินโครงการ “ปุ๋ยธงเขียวพลัส” สนับสนุนส่วนลดปุ๋ยเคมีกระสอบละ 200 บาท จำนวน 5 กระสอบ รวม 1,000 บาท และเกษตรกรที่มี “บัตรดินดี” ของกรมพัฒนาที่ดิน จะได้รับสิทธิเพิ่มเติมอีก 200 บาท รวมถึงคูปองอีก 200 บาท สำหรับซื้อปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้เกษตรกรได้รับการช่วยเหลือรวมสูงสุด 1,400 บาทต่อราย ช่วยลดต้นทุนการผลิตในช่วงฤดูเพาะปลูกโดยเฉพาะข้าวนาปีที่กำลังจะมาถึง

ทั้งนี้ ในส่วนประเด็นข้อเรียกร้องในด้านการจัดสรรน้ำมันดีเซลในพื้นที่เก็บเกี่ยวข้าวนาปรังให้เพียงพอ กรมการค้าภายในจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะกระทรวงพลังงาน เพื่อเร่งดูแลรวมถึงการผลักดันแนวทางช่วยเหลือด้านพลังงานเพื่อลดภาระต้นทุนเครื่องจักรกลทางการเกษตรของชาวนาในช่วงสถานการณ์วิกฤต

แม้สถานการณ์ตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและต้นทุนการผลิตหลายด้าน แต่กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และใช้ทุกมาตรการที่มีเพื่อบรรเทาผลกระทบให้เกษตรกรไทย โดยเฉพาะพี่น้องชาวนา พร้อมยืนยันว่า กระทรวงพาณิชย์ไม่นิ่งนอนใจ และจะเดินหน้าดูแลเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรและรายได้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า ชาวนาเข้าใจถึงสถานการณ์ที่ทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบ ซึ่งเกษตรกรมีความกังวลต่อผลผลิตข้าวนาปรังที่กำลังออกสู่ตลาด ทั้งนี้ ทาสมาคมชาวนาฯ ยังได้ยื่นหนังสือถึงนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ขอให้พิจารณาสั่งการแก้ไขวิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคเกษตรกรรมเป็นการเร่งด่วน พร้อมติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร หลังได้รับร้องเรียนเรื่องราคาสินค้าเกษตรตกต่ำและต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี ผลจากการหารือ ทราบว่ากรมการค้าภายในจะมีมาตรการโครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปรัง ที่เปิดรับซื้อในราคาตลาดพร้อมเพิ่มส่วนต่างให้อีกตันละ 300 บาท รวมถึงการจัดตลาดนัดข้าวเปลือกที่เป็นกลไกสำคัญที่จะเพิ่มช่องทางการขายข้าวของพี่น้องได้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับพี่น้องชาวนา และเห็นว่ารัฐบาลให้ความใส่ใจและห่วงใยเกษตรกรอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการจัดตั้งจุดรับซื้อข้าวตามข้อเรียกร้องของสมาคมฯ โดยจะเริ่มดำเนินการผ่านโรงสีที่เข้าร่วมโครงการและสหกรณ์การเกษตร พื้นที่นำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ อยุธยา, พิจิตร, พิษณุโลก, นครสวรรค์, และกำแพงเพชร และ เตรียมขยายจุดรับซื้อไปยังสุพรรณบุรี, นครปฐม และอ่างทอง ซึ่งตั้งเป้าไว้ที่ 1 ล้านตัน

สำหรับมาตรการด้านราคา เนื่องจากปัจจุบันราคาข้าวเปลือกความชื้น 25% (ตัดสด) อยู่ที่ประมาณ 6,500 – 7,000 บาทต่อตัน ซึ่งถือว่าตกต่ำ ซึ่งทางรัฐบาลจะเตรียมมาตรการชดเชยให้เพิ่มเติมตันละ 300 บาท ผ่านจุดรับซื้อที่กำหนด โดยไม่มีการจำกัดจำนวนไร่ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ทันทีในช่วงสิ้นเดือนมีนาคมนี้

นอกจากนี้ ในส่วนของปัญหาราคาปุ๋ยที่พุ่งสูงถึงกระสอบละ 1,200 บาท กรมการค้าภายในยืนยันจะเข้มงวดการตรึงราคาไว้ตามกำหนดเดิม นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดตัวโครงการ “ปุ๋ยธงเขียว” เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร จำหน่ายปุ๋ยราคาถูกให้ครัวเรือนละ 5 กระสอบ เช่น จากราคากระสอบละ 500 บาท จะลดเหลือ 300 บาท อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมชาวนายังมีข้อเสนอขอขยายสิทธิเพิ่มเป็น 10 กระสอบต่อครัวเรือน ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณา

“หากภาครัฐไม่มีมาตรการที่ชัดเจนหรือไม่ให้ความสำคัญ เกษตรกรในหลายจังหวัดอาจจำเป็นต้องยกระดับการเคลื่อนไหวหรือมีการรวมตัวประท้วง เนื่องจากเป็นความอัดอั้นตันใจจากภาระหนี้สินและต้นทุนที่แบกรับไม่ไหว และวันนี้เราได้คำตอบที่ชัดเจนขึ้นในเรื่องราคาข้าว ซึ่งเราต้องขอบคุณกระทรวงพาณิชย์ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยประสานงาน แต่เรื่องน้ำมันยังเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องรีบจัดการก่อนที่ชาวนาจะเดือดร้อนไปมากกว่านี้”