เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แสนสิริ ทุ่ม 1.1 หมื่นล้าน พลิกโฉมราชพฤกษ์ตัดใหม่ ผุดคอมมูนิตี้ 1,000 ไร่ ดีเดย์ 3 โครงการ ก.ย.นี้
Real Estate แสนสิริ ทุ่ม 1.1 หมื่นล้าน พลิกโฉมราชพฤกษ์ตัดใหม่ ผุดคอมมูนิตี้ 1,000 ไร่ ดีเดย์ 3 โครงการ ก.ย.นี้
“ศุภจี” ปลุกเครื่องยนต์อุตสาหกรรมใหม่ ดัน Made in Thailand ปลาย ส.ค. ลุยเจรจาภาษีสหรัฐ
Economic “ศุภจี” ปลุกเครื่องยนต์อุตสาหกรรมใหม่ ดัน Made in Thailand ปลาย ส.ค. ลุยเจรจาภาษีสหรัฐ
SAWAD โชว์กำไร Q2 กว่า 1,500 ล้าน โตต่อเนื่อง ปล่อยกู้จำนำทะเบียนรถหัวหอกหลัก
Finance SAWAD โชว์กำไร Q2 กว่า 1,500 ล้าน โตต่อเนื่อง ปล่อยกู้จำนำทะเบียนรถหัวหอกหลัก
AP โชว์ยอดขาย 7 เดือน ทะลุ 2.7 หมื่นล้าน ครึ่งปีหลังปรับเป้าเปิดเพิ่ม 31 โครงการ
Real Estate AP โชว์ยอดขาย 7 เดือน ทะลุ 2.7 หมื่นล้าน ครึ่งปีหลังปรับเป้าเปิดเพิ่ม 31 โครงการ
“เด็ก EF คิดเป็น เก่งการเงิน” สร้างอนาคตไทย ปูรากฐานทักษะสมองควบคู่วินัยการเงิน
Finance “เด็ก EF คิดเป็น เก่งการเงิน” สร้างอนาคตไทย ปูรากฐานทักษะสมองควบคู่วินัยการเงิน
กบง.ดึงส่วนเกินค่ากลั่น 4.47 พันล้าน อุ้มดีเซลต่อ 31 วัน ลดหน้าโรงกลั่น 2.40 บาท/ลิตร
Economic กบง.ดึงส่วนเกินค่ากลั่น 4.47 พันล้าน อุ้มดีเซลต่อ 31 วัน ลดหน้าโรงกลั่น 2.40 บาท/ลิตร
GI ไทยขยับใหญ่ กรมทรัพย์สินฯ ปั้นราชบุรี-เบตง-เกาะเกร็ด-หนองบัวลำภู เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน
Economic GI ไทยขยับใหญ่ กรมทรัพย์สินฯ ปั้นราชบุรี-เบตง-เกาะเกร็ด-หนองบัวลำภู เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน
ราคาทองวันนี้ (13 ส.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ส.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,450 บาท
ศพร.สกัดเนื้อโคเถื่อน 20 ตัน มูลค่า 2.8 ล้าน ลอบขนจากภาคใต้ส่งสมุทรสาคร
Economic ศพร.สกัดเนื้อโคเถื่อน 20 ตัน มูลค่า 2.8 ล้าน ลอบขนจากภาคใต้ส่งสมุทรสาคร
เปิดราคารถอีวีรุ่นใหม่ Lexus ES เริ่มต้น 3.29 ล้าน
Automotive เปิดราคารถอีวีรุ่นใหม่ Lexus ES เริ่มต้น 3.29 ล้าน
ดูทั้งหมด

SET เดือน ม.ค.ผันผวน เน้นกลยุทธ์เชิงรับ

10 ม.ค. 2568 | 05:58น.
SET เดือน ม.ค.ผันผวน เน้นกลยุทธ์เชิงรับ
คอลัมน์ : เติมความคิดพิชิตการลงทุน
ผู้เขียน : เอกภาวิน สุนทราภิชาติ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์

สวัสดีครับท่านนักลงทุน SET ในเดือน ธ.ค. 2567 ปรับลงแทบทั้งเดือนส่งท้ายปี แม้ว่าดัชนีจะฟื้นตัวขึ้นในช่วงสัปดาห์แรกของเดือน หนุนจากแรงซื้อของกองทุนในประเทศ รวมทั้งปัจจัยบวกจากนโยบายรัฐ แต่หลังจากนั้นในช่วงที่เหลือของเดือน SET ปรับลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยแวดล้อมเชิงลบกดดัน ทั้งจากในประเทศที่มาจากหุ้นขนาดใหญ่ถูกเทขายหลังเผชิญปัญหาด้านธรรมาภิบาล ฉุดรั้งให้หุ้นขนาดใหญ่อื่น ๆ ถูกขายตามไปด้วย

รวมทั้งจากต่างประเทศ หลังคณะกรรมการ FOMC ส่งสัญญาณชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2568 สร้าง Sentiment ลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกรวมทั้งตลาดหุ้นไทย ส่งผลให้ดัชนีร่วงหลุดต่ำกว่า 1,400 จุดอีกครั้งก่อนฟื้นขึ้นช่วงปลายเดือน ทั้งนี้ ในเดือน ธ.ค. ต่างชาติขายสุทธิเป็นเดือนที่ 3 ที่ 1.0 หมื่นล้านบาท จากเดือนก่อนหน้าที่ขายสุทธิ 1.4 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ภาพรวมกระแส Fund Flow เดือนดังกล่าวไหลออกจากตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกราว 1.7 พันล้านเหรียญ โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ราว 1.7, 0.7, 0.3, 0.3, 0.1 และ 0.1 พันล้านเหรียญ ตามลำดับ มีเพียงตลาดหุ้นไต้หวันเพียงแห่งเดียวที่เป็นซื้อสุทธิราว 1.5 พันล้านเหรียญ

ด้านแนวโน้ม SET ในเดือน ม.ค. 2568 คาดมีความผันผวนในกรอบ 1,330-1,450 จุด จากทั้งปัจจัยด้านบวก และลบ โดยด้านบวกลุ้น January Effect หนุนดัชนี และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน ขณะที่ปัจจัยลบ ได้แก่ ความกังวลด้านนโยบายทางการค้าของทรัมป์ ซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 20 ม.ค.

รวมถึงการประชุมเฟดในเดือนนี้ที่ตลาดคาดว่าจะเป็นการคงดอกเบี้ย ทั้งนี้ แนวโน้มราคา SET มีกรอบล่างบริเวณแนวรับ 1,360 และ 1,330 จุด ตามลำดับ ส่วนกรอบบนมีแนวต้านอยู่ที่ 1,420 และ 1,450 จุด ตามลำดับ

ด้านกลยุทธ์ให้เน้นตั้งรับ จากตลาดที่มีความผันผวน อย่างไรก็ตาม มองเป็นโอกาสซื้อตามแนวรับที่กำหนด เนื่องจากในเชิง Valuation โดยหากอิงประมาณการกำไรตลาด ปี 2568 ที่ราว 97 บาท/หุ้น และดัชนีที่ระดับบริเวณ 1,400 จุด คิดเป็น Forward P/E ไม่ถึง 14.5 เท่า อีกทั้ง Earning Yield Gap ก็อยู่ในระดับที่น่าสนใจกว่า 4.6%

ทั้งนี้ หุ้นที่น่าสนใจแนะนำใน 3 ธีมหลักที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้ 1) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจากรัฐออกมาตรการกระตุ้นการบริโภค โดยนำค่าซื้อสินค้ามาลดหย่อนภาษี (Easy E-Receipt) ในช่วง 16 ม.ค.-28 ก.พ. 68 และแจกเงินหมื่นเฟส 2 ในช่วงเทศกาลตรุษจีน แนะนำ กลุ่มพาณิชย์ (CRC HMPRO CPALL TNP) กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (CBG OSP) และกลุ่มท่องเที่ยว (MINT)

2) นักลงทุนที่ต้องการหุ้นปันผลสูงซึ่งคาดจะมีเงินปันผลจ่ายที่เหลือจากกำไรปี 2567 คิดเป็น Div. Yield เกิน 3% เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่พอร์ตลงทุนภายใต้ภาวะตลาดหุ้นไทยที่ยังรอคอยปัจจัยชี้นำใหม่ ๆ และยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง อีกทั้งปี 2568 คาดกำไรยังเติบโตได้ แนะนำ AP, KTB, BBL, PTT

และ 3) หุ้น Earning Play ซึ่งมองราคาหุ้นยังไม่ได้ปรับขึ้นสะท้อนโมเมนตัมกำไร 4Q67 ที่คาดจะเติบโตดี YOY และ QOQ อีกทั้งยังมีศักยภาพการจ่ายปันผลได้สม่ำเสมอ เลือก GULF, OSP, AMATA, AU, TIDLOR, BCP

…แล้วพบกันใหม่ ในคอลัมน์ฉบับหน้า ด้วยรัก และหวังดี