เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รฟม. จับมือ ขสมก. เตรียม Shuttle Bus รับส่งผู้โดยสารเมื่อรถไฟฟ้าขัดข้อง
News รฟม. จับมือ ขสมก. เตรียม Shuttle Bus รับส่งผู้โดยสารเมื่อรถไฟฟ้าขัดข้อง
DITTO โชว์ผลงาน Q2 กำไรแตะ 190 ล้านบาท บริษัทเนื้อหอมยักษ์ต่างชาติรุมจีบ
Finance DITTO โชว์ผลงาน Q2 กำไรแตะ 190 ล้านบาท บริษัทเนื้อหอมยักษ์ต่างชาติรุมจีบ
ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) ปรับลง 50 บาท รูปพรรณขายออก 69,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) ปรับลง 50 บาท รูปพรรณขายออก 69,500 บาท
นิวซีแลนด์ศูนย์กลาง ‘เกม และ VFX โลก’ ส่งออกไร้น้ำหนัก ดันเศรษฐกิจ 1.9 หมื่นล้าน
Tech นิวซีแลนด์ศูนย์กลาง ‘เกม และ VFX โลก’ ส่งออกไร้น้ำหนัก ดันเศรษฐกิจ 1.9 หมื่นล้าน
ต่างชาติหวนซื้อหุ้นไทย อัพ EPS 108.8 บาท จับตา MSCI-Thailand Focus แรงดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ต่างชาติหวนซื้อหุ้นไทย อัพ EPS 108.8 บาท จับตา MSCI-Thailand Focus แรงดึงดูดฟันด์โฟลว์
สถาปัตย์ จุฬาฯ เปิดหลักสูตร Wellness ปั้นอสังหาฯรับเมกะเทรนด์ Longevity
Real Estate สถาปัตย์ จุฬาฯ เปิดหลักสูตร Wellness ปั้นอสังหาฯรับเมกะเทรนด์ Longevity
OR ปักธง Café Amazon บังกลาเทศ เปิด 8 สาขาปี’69 รุกตลาดเอเชียใต้
Business OR ปักธง Café Amazon บังกลาเทศ เปิด 8 สาขาปี’69 รุกตลาดเอเชียใต้
พาณิชย์สกัดสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้า เพิ่มบัญชีเฝ้าระวัง 274 พิกัด จ่อคุย USTR ปลาย ส.ค.
Economic พาณิชย์สกัดสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้า เพิ่มบัญชีเฝ้าระวัง 274 พิกัด จ่อคุย USTR ปลาย ส.ค.
หอการค้าไทย ดัน FTA ไทย-EAEU ชงโรดแมปดันการค้าแตะ 5 พันล้านดอลลาร์ใน 5 ปี
Economic หอการค้าไทย ดัน FTA ไทย-EAEU ชงโรดแมปดันการค้าแตะ 5 พันล้านดอลลาร์ใน 5 ปี
กติกา EU เปลี่ยนเกมส่งออไทย คุมคาร์บอน-ป่าไม้-e-Commerce-บรรจุภัณฑ์
Economic กติกา EU เปลี่ยนเกมส่งออไทย คุมคาร์บอน-ป่าไม้-e-Commerce-บรรจุภัณฑ์
ดูทั้งหมด

“มังกรจีน” จับตาเขม็ง สหรัฐ “ปูพรมแดง” ต้อนรับอินเดีย

25 มิ.ย. 2566 | 06:00น.
อินเดีย-สหรัฐ
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

การไปเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของประมุขรัฐ หรือ state visit ครั้งแรกของ “นเรนทรา โมดี” นายกรัฐมนตรีอินเดีย ระหว่างวันที่ 21-24 มิถุนายน ตามคำเชิญของประธานาธิบดี “โจ ไบเดน” ถูกเรียกว่าเป็น landmark visit หรือ watershed moment ซึ่งมีความหมายว่าเป็นการพบปะที่สำคัญมาก จนอาจทำให้เกิดจุดเปลี่ยนบางอย่าง

ในสมัยของ โจ ไบเดน เขาเป็นเจ้าภาพรับรองแขกแบบ state visit เพียง 2 คนคือ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ในเดือนธันวาคม 2022 และประธานาธิบดี ยุน ซอกย็อล ของเกาหลีใต้ ในเดือนเมษายน 2023

การพบปะของผู้นำสองประเทศในดินแดนของสหรัฐ ถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะเกิดขึ้นหลังจากรัสเซียในฐานะมิตรเก่าของอินเดียได้บุกรุกรานยูเครน จนนำมาสู่การถูกชาติตะวันตกและพันธมิตรแซงก์ชั่นเพื่อลงโทษ ในขณะที่อินเดียไม่ยอมร่วมแซงก์ชั่น อีกทั้งไม่ประณามรัสเซียอีกด้วย เนื่องจากอินเดียพึ่งพาพลังงานและอาวุธจากรัสเซียค่อนข้างมาก ซึ่งสร้างความไม่พอใจลึก ๆ ให้กับสหรัฐอเมริกาและยุโรป แต่ทว่าก็ไม่ได้มีการตำหนิอินเดียอย่างโจ่งแจ้งเหมือนที่ตำหนิจีน

วาระสำคัญของการหารือพบปะครั้งนี้ ระหว่างผู้นำอินเดียและอเมริกา ก็คือการเพิ่มความสัมพันธ์ด้านกลาโหม การเป็นหุ้นส่วนด้านเทคโนโลยี ตลอดจนการเพิ่มบทบาทของอินเดียในอินโด-แปซิฟิก

“ฮาร์ช วี. แพนต์” รองประธานศึกษานโยบายต่างประเทศของออปเซิร์ฟเวอร์ รีเสิร์ช ฟาวน์เดชั่น ระบุว่า เป็นการเยือนที่สำคัญมาก เป็นเรื่องที่บ่งบอกว่าอินเดียต้องการเอื้อมมือมาหาสหรัฐมากเท่า ๆ กับที่สหรัฐต้องการเอื้อมมือไปหาอินเดีย โดยสหรัฐมองอินเดียในฐานะหุ้นส่วนที่สามารถพึ่งพาได้ แต่ความเป็นหุ้นส่วนนั้นก็จะแตกต่างออกไปจากหุ้นส่วนอื่น ๆ เพราะอินเดียไม่ใช่พันธมิตร (ally) สหรัฐไม่คุ้นเคยกับการมีหุ้นส่วนที่ไม่ใช่พันธมิตร ดังนั้น การเป็นหุ้นส่วนก็คงมีลักษณะเป็นอิสระ แต่ทว่าก็สามารถช่วยส่งเสริมเป้าหมายสำคัญของสหรัฐได้

ฟาร์วา อาเมอร์ ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสังคมเอเชียชี้ว่า การเยือนครั้งนี้เป็นสัญลักษณ์ของพันธสัญญาอันมั่นคงที่จะเพิ่มความสัมพันธ์และบ่งชี้ศักยภาพอันยิ่งใหญ่ของสองประเทศที่จะร่วมมือกันในอนาคต เพื่อความรุ่งเรืองร่วมกันท่ามกลางความท้าทายของโลก

ผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ เห็นว่า ที่ผ่านมาอินเดียผิดพลาดที่คิดว่าจะสามารถพึ่งพาอาวุธจากรัสเซียได้ต่อไปเรื่อย ๆ ตอนนี้เป็นเวลาสำคัญที่อินเดียจะขยับเข้าใกล้สหรัฐ และถอยห่างจากการพึ่งพาอาวุธรัสเซีย หลังจากจีนและรัสเซียใกล้ชิดกันมากขึ้น ขณะที่อินเดียมีปัญหาพิพาทด้านชายแดนกับจีนมานาน และต้องการอาวุธดี ๆ มาปกป้องประเทศ

นอกจากนี้ ทั้งอินเดียและสหรัฐต่างมีวัตถุประสงค์เดียวกัน นั่นคือไม่ต้องการให้เอเชียหรืออินโด-แปซิฟิก ตกอยู่ใต้การครอบงำของจีน

“ลิซ่า เคอร์ติส” ผู้อำนวยการโครงการความมั่นคงอินโด-แปซิฟิกเพื่อความมั่นคงใหม่ของอเมริกากล่าวว่า การเป็นหุ้นส่วนด้านเทคโนโลยีกับอเมริกาจะเป็นวาระสำคัญที่สุดของการพบปะกัน ตอนนี้ประเด็นเทคโนโลยีมีความสำคัญยิ่ง หลังจากจีนมีความก้าวหน้าด้านเอไอ ทำให้สองฝ่ายเห็นความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มความร่วมมือกัน

ผู้นำอินเดียยังมีกำหนดจะพบกับบรรดาผู้บริหารสูงสุดของบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งของสหรัฐ โดยที่พบไปแล้ว อย่างเช่น “อีลอน มัสก์” ซีอีโอของเทสลา ซึ่งมีการหารือเรื่องการลงทุนรถยนต์ไฟฟ้าและความเป็นไปได้ที่จะสร้างโรงงานผลิตในอินเดีย

โดย อีลอน มัสก์ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนชื่นชอบนายโมดี เพราะเป็นผู้นำที่อยากทำสิ่งที่ถูกต้องสำหรับอนาคตของอินเดีย ต้องการสนับสนุนบริษัทใหม่ ๆ และอินเดียก็เป็นประเทศที่น่าลงทุนมากกว่าประเทศขนาดใหญ่อื่น ๆ

นอกจากนั้น คาดว่านายโมดีจะพบกับซีอีโอของบริษัทยักษ์ใหญ่อื่น ๆ ทั้งแอปเปิล อิงก์, กูเกิล, ไมโครซอฟท์ เป็นต้น ซึ่งบรรดานักวิเคราะห์ชี้ว่า การเป็นหุ้นส่วนมากขึ้นจะทำให้ทั้งอินเดียและอเมริกามีช่องทางในการใช้กลยุทธ์ “ไชน่า พลัส วัน” (การกระจายลงทุนไปที่อื่น ไม่ลงทุนแค่เพียงในจีน) และสามารถผลักดันให้บริษัทเทคโนโลยีไปตั้งฐานผลิตในอินเดียมากขึ้น ความเคลื่อนไหวของความสัมพันธ์ครั้งนี้ ระหว่างอินเดียกับสหรัฐจะทำให้จีนจับตามองอย่างใกล้ชิด

ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐเริ่มหมายตาไปที่อินเดีย อาทิ แอปเปิลเปิดร้านขายปลีกสองแห่งในเมืองเดลีและมุมไบ และตั้งเป้าจะเพิ่มอีกในอนาคต บริษัทฟอกซ์คอนของไต้หวัน ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่สุดของแอปเปิล ลงทุนโรงงานผลิตไอโฟนมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์