เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรีซเตรียมชำระหนี้ก่อนกำหนดภายในปีนี้ ส่งไม้ต่ออิตาลีหนี้มากที่สุดในยูโรโซน
World กรีซเตรียมชำระหนี้ก่อนกำหนดภายในปีนี้ ส่งไม้ต่ออิตาลีหนี้มากที่สุดในยูโรโซน
กรุงศรี ฟินโนเวต ลงทุน 3 สตาร์ตอัพตัวท็อป ระดับ Global
Finance กรุงศรี ฟินโนเวต ลงทุน 3 สตาร์ตอัพตัวท็อป ระดับ Global
หุ้นไทยวันนี้ ปิดพุ่ง 17 จุด ต่างชาติซื้อสุทธิ 2.2 พันล้าน งบ Q2-GDP ดีกว่าคาดหนุนตลาด
Finance หุ้นไทยวันนี้ ปิดพุ่ง 17 จุด ต่างชาติซื้อสุทธิ 2.2 พันล้าน งบ Q2-GDP ดีกว่าคาดหนุนตลาด
สันติธาร ชี้จีดีพีไตรมาส 2 โตแค่ 1.9% เป็นความท้าทาย แจงเป็นสิ่งที่คลังคาดไว้แล้ว
Finance สันติธาร ชี้จีดีพีไตรมาส 2 โตแค่ 1.9% เป็นความท้าทาย แจงเป็นสิ่งที่คลังคาดไว้แล้ว
สวนดุสิตโพล ชี้ 60% ห่วงปัญหาฟอกเงิน จี้รัฐจัดการตัวการใหญ่
News สวนดุสิตโพล ชี้ 60% ห่วงปัญหาฟอกเงิน จี้รัฐจัดการตัวการใหญ่
รฟม. จับมือ ขสมก. เตรียม Shuttle Bus รับส่งผู้โดยสารเมื่อรถไฟฟ้าขัดข้อง
News รฟม. จับมือ ขสมก. เตรียม Shuttle Bus รับส่งผู้โดยสารเมื่อรถไฟฟ้าขัดข้อง
DITTO โชว์ผลงาน Q2 กำไรแตะ 190 ล้านบาท บริษัทเนื้อหอมยักษ์ต่างชาติรุมจีบ
Finance DITTO โชว์ผลงาน Q2 กำไรแตะ 190 ล้านบาท บริษัทเนื้อหอมยักษ์ต่างชาติรุมจีบ
ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) ปรับลง 50 บาท รูปพรรณขายออก 69,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) ปรับลง 50 บาท รูปพรรณขายออก 69,500 บาท
นิวซีแลนด์ศูนย์กลาง ‘เกม และ VFX โลก’ ส่งออกไร้น้ำหนัก ดันเศรษฐกิจ 1.9 หมื่นล้าน
Tech นิวซีแลนด์ศูนย์กลาง ‘เกม และ VFX โลก’ ส่งออกไร้น้ำหนัก ดันเศรษฐกิจ 1.9 หมื่นล้าน
ต่างชาติหวนซื้อหุ้นไทย อัพ EPS 108.8 บาท จับตา MSCI-Thailand Focus แรงดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ต่างชาติหวนซื้อหุ้นไทย อัพ EPS 108.8 บาท จับตา MSCI-Thailand Focus แรงดึงดูดฟันด์โฟลว์
ดูทั้งหมด

กติกา EU เปลี่ยนเกมส่งออไทย คุมคาร์บอน-ป่าไม้-e-Commerce-บรรจุภัณฑ์

17 ส.ค. 2569 | 15:31น.

สนค.จับตา EU เดินหน้ายกระดับกติกาการค้า ครอบคลุมตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต นำเข้า e-Commerce ถึงบรรจุภัณฑ์ หลังตลาด EU มีความสำคัญต่อไทย ครึ่งแรกปี 2569 ส่งออกพุ่ง 20% แตะ 15,464.8 ล้านดอลลาร์ เตือนผู้ประกอบการเร่งปรับระบบข้อมูล ตรวจสอบย้อนกลับ และมาตรฐานสินค้า พร้อมจับตา Trade Diversion สินค้าราคาต่ำไหลเข้าอาเซียนเพิ่ม

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค.ติดตามพัฒนาการด้านนโยบายการค้าของสหภาพยุโรป (EU) อย่างต่อเนื่อง พบว่าการค้าโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การแข่งขันที่ไม่ได้จำกัดเพียงราคาและต้นทุน แต่ให้ความสำคัญกับมาตรฐาน ความยั่งยืน และความโปร่งใสตลอดห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น

EU ถือเป็นหนึ่งในภูมิภาคสำคัญที่กำลังปรับระบบกำกับดูแลการค้า หรือ Trade Governance ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การนำเข้าสินค้า การค้าออนไลน์ (e-Commerce) ไปจนถึงมาตรฐานบรรจุภัณฑ์และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม คุ้มครองผู้บริโภค และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว

สำหรับไทย EU ถือเป็นตลาดส่งออกที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ โดยช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 การค้าไทย-EU มีมูลค่า 25,365.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 16.1% แบ่งเป็นไทยส่งออกไป EU มูลค่า 15,464.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 20% และนำเข้าจาก EU มูลค่า 9,900.6 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 10.4% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้า 5,564.2 ล้านดอลลาร์

ปัจจุบัน EU เป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทย รองจากจีน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ทำให้การเปลี่ยนแปลงกติกาของ EU มีผลโดยตรงต่อทิศทางการส่งออกและการปรับตัวของผู้ประกอบการไทยในหลายอุตสาหกรรม

EU ล้อมกติกาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

นายนันทพงษ์กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของ EU ไม่ใช่เพียงการออกมาตรการเป็นรายด้าน แต่เป็นการปรับระบบกำกับดูแลมาตรฐานตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำที่กำหนดมาตรฐานการผลิตและการจัดหาวัตถุดิบ กลางน้ำที่ยกระดับการกำกับดูแลการนำเข้าและ e-Commerce ไปจนถึงปลายน้ำที่กำหนดมาตรฐานบรรจุภัณฑ์ การใช้ทรัพยากร และการจัดการของเสีย

ในส่วนต้นน้ำ EU ได้ทยอยกำหนดและบังคับใช้มาตรการสำคัญ เช่น กลไกการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) และกฎหมายว่าด้วยการตรวจสอบสถานะด้านความยั่งยืนของกิจการ (CSDDD) รวมถึงกฎหมายว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR)

EUDR จะเริ่มมีผลบังคับใช้กับผู้ประกอบการขนาดใหญ่และขนาดกลางตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2569 และผู้ประกอบการขนาดเล็กและรายย่อยตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2570 ครอบคลุมสินค้า 7 กลุ่ม ได้แก่ โค โกโก้ กาแฟ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ถั่วเหลือง และไม้ รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปที่เกี่ยวข้อง
ผู้ที่นำเข้าหรือส่งออกสินค้าดังกล่าวต้องดำเนินการตรวจสอบสถานะ (Due Diligence) และจัดทำ Due Diligence Statement (DDS) ผ่านระบบสารสนเทศของ EU เพื่อยืนยันว่าสินค้าไม่ได้มาจากการตัดไม้ทำลายป่า และผลิตอย่างถูกต้องตามกฎหมายของประเทศผู้ผลิต

e-Commerce เจอกติกาใหม่ เก็บอากร 3 ยูโร

ด้านกลางน้ำ EU กำลังยกระดับระบบศุลกากรและกำกับดูแลสินค้านำเข้าผ่าน e-Commerce โดยเฉพาะสินค้ามูลค่าต่ำที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ข้อมูลจากคณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า จำนวนพัสดุมูลค่าต่ำที่เข้าสู่ EU เพิ่มจากประมาณ 1.4 พันล้านชิ้นในปี 2565 เป็นเกือบ 5.9 พันล้านชิ้นในปี 2568 หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่าภายในเวลา 3 ปี
EU จึงเริ่มจัดเก็บอากรศุลกากรอัตราคงที่ 3 ยูโรต่อรายการ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 สำหรับสินค้ามูลค่าไม่เกิน 150 ยูโรที่นำเข้าจากประเทศนอก EU ซึ่งเดิมได้รับยกเว้นอากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศุลกากรและสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน

นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 สินค้านำเข้าผ่านช่องทาง e-Commerce จะต้องมีรหัสประจำตัวผลิตภัณฑ์ (Product Identifier : PID) เพื่อเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับและบริหารความเสี่ยงด้านศุลกากร

บรรจุภัณฑ์ต้องรีไซเคิลได้ คุม PFAS

ส่วนปลายน้ำ EU ขยายมาตรฐานไปถึงการออกแบบและจัดการบรรจุภัณฑ์ตลอดวงจรชีวิต ภายใต้กฎระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ (PPWR) ซึ่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2569 ครอบคลุมทั้งสินค้าที่ผลิตภายใน EU และสินค้านำเข้าจากประเทศที่สาม

ข้อกำหนดครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดให้บรรจุภัณฑ์สามารถรีไซเคิลได้ ลดการใช้บรรจุภัณฑ์เกินความจำเป็น ไปจนถึงควบคุมสารที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น การห้ามใช้สาร PFAS ในบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอาหาร

4 กลุ่มสินค้าไทยเร่งปรับตัว

สนค.ประเมินว่า กติกาใหม่ของ EU มีทั้งโอกาสและความท้าทายต่อผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์และชิ้นส่วน รวมถึงผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าผ่าน e-Commerce

ผู้ประกอบการจำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ระบบข้อมูล การตรวจสอบย้อนกลับ ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะ SMEs ควรเตรียมข้อมูล เอกสารรับรอง รวมถึงประเมินต้นทุนทั้งอากรศุลกากร ภาษี ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ
ขณะเดียวกัน ไทยอยู่ระหว่างเร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-EU ซึ่งจะเป็นอีกกลไกในการเพิ่มโอกาสเข้าถึงตลาด ลดอุปสรรคทางการค้า และเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในระยะยาว

จับตาสินค้าราคาถูกเบี่ยงเข้าอาเซียน

อย่างไรก็ตาม สนค.เตือนให้ติดตามความเสี่ยงจากการเบี่ยงเบนทางการค้า (Trade Diversion) อย่างใกล้ชิด เนื่องจากผู้ผลิตบางประเทศที่ไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานใหม่ของ EU อาจหันมาขยายตลาดในอาเซียน ส่งผลให้สินค้านำเข้าราคาต่ำเข้ามาแข่งขันในภูมิภาคมากขึ้น โดยเฉพาะผ่านช่องทาง e-Commerce ซึ่งอาจกระทบผู้ประกอบการไทย

“การเปลี่ยนแปลงกติกาการค้าของ EU สะท้อนทิศทางการแข่งขันของโลกที่มุ่งสู่มาตรฐาน ความโปร่งใส และความยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสให้ไทยเร่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ พัฒนาสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม สร้างความเชื่อมั่นแก่คู่ค้า และเพิ่มบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานโลก” นายนันทพงษ์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

EU ส่งออกไทย