เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ส.ค. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ส.ค. 2569
สหรัฐไล่ล่า ‘สินค้าสวมสิทธิ์’ ไทยติด Tier 2 จับตา 8 อุตฯ ส่งออก 1.7-3.4 แสนล้านเสี่ยงถูกตรวจเข้ม
Economic สหรัฐไล่ล่า ‘สินค้าสวมสิทธิ์’ ไทยติด Tier 2 จับตา 8 อุตฯ ส่งออก 1.7-3.4 แสนล้านเสี่ยงถูกตรวจเข้ม
เปิดโจทย์ ‘โรงเรียนผู้สูงอายุ’ หลังรัฐปลดล็อก อปท. ติดงบ-บุคลากร
News เปิดโจทย์ ‘โรงเรียนผู้สูงอายุ’ หลังรัฐปลดล็อก อปท. ติดงบ-บุคลากร
มอเตอร์เวย์ M6-M82 เปิดฟรีปลาย ส.ค. 69 เช็กวัน-เวลา ด่านขึ้นลง
News มอเตอร์เวย์ M6-M82 เปิดฟรีปลาย ส.ค. 69 เช็กวัน-เวลา ด่านขึ้นลง
นิด้าโพล เปิดผลสำรวจ พรีเมียร์ลีก-ไทยลีก 2569
Sport นิด้าโพล เปิดผลสำรวจ พรีเมียร์ลีก-ไทยลีก 2569
หุ้นลีสซิ่งกำไรพุ่งยกแผง ‘MTC-SAWAD’ โชว์ครึ่งปีโต 2 หลัก
Finance หุ้นลีสซิ่งกำไรพุ่งยกแผง ‘MTC-SAWAD’ โชว์ครึ่งปีโต 2 หลัก
‘อสังหาฯ’ ซึมรีเจ็กต์พุ่งไม่หยุด สะเทือนแบ็กล็อก 1.85 แสนล้าน
Real Estate ‘อสังหาฯ’ ซึมรีเจ็กต์พุ่งไม่หยุด สะเทือนแบ็กล็อก 1.85 แสนล้าน
สื่อสารวิสัยทัศน์ไม่ชัด พนักงานก็หลงทาง (จบ)
Columns สื่อสารวิสัยทัศน์ไม่ชัด พนักงานก็หลงทาง (จบ)
ชงแบตเตอรี่พาสปอร์ตเข้าบอร์ด ค่ายรถผลิตส่งออกยุโรปต้องมี QR Code
Automotive ชงแบตเตอรี่พาสปอร์ตเข้าบอร์ด ค่ายรถผลิตส่งออกยุโรปต้องมี QR Code
ราคาน้ำมันวันนี้ (16 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (16 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

กสศ.แก้เหลื่อมล้ำการศึกษา ดัน “ISEE” ป้อนเด็กคืนสู่โรงเรียน

24 ส.ค. 2561 | 12:28น.

การพัฒนาการศึกษาเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการผลักดันประเทศ ทุกฝ่ายจึงต้องร่วมกันหาทางออกโดยการพูดคุย ถกเถียงถึงปัญหา และหาแนวทางการแก้ไขอย่างเหมาะสม พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อมุ่งยกระดับชีวิตกลุ่มผู้ด้อยโอกาส เสริมสร้างสิ่งขาด เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา

เช่นเดียวกับการที่ “กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)” ได้จัดงานการประชุมเพื่อรับฟังความเห็นการกำหนดนโยบาย เป้าหมาย และแนวทางการดำเนินงานตามมาตรา 23 แห่ง

พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561ขึ้นเป็นครั้งแรกที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อต่อยอดขยายผลข้อเสนอแนวทางใหม่ ๆ จากทุกภาคส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทั้งระบบ รวมถึงนำทุกประเด็นและความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการบริหาร กสศ. เพื่ออกำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ ระเบียบต่าง ๆ ต่อไป อีกทั้งยังได้ร่วมกับภาคีเชียงใหม่เพื่อการปฏิรูปการศึกษา ร่วมมือกันขับเคลื่อนสร้างระบบการคัดกรองกลุ่มเยาวชนผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา

“ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล” ประธานกรรมการบริหาร กสศ. กล่าวว่า นโยบายที่เป็นตัวกำหนดกฎเกณฑ์ เพื่อเป็นกรอบในการพิจารณาการคัดกรองนักเรียนยากจนทั่วทั้งประเทศ จะใช้เกณฑ์การคัดกรองปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สนับสนุนระบบการศึกษา โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาลดความเหลื่อมล้ำตามบริบทพื้นที่ตนเอง

เช่นเดียวกับการปฏิรูปการศึกษาเชียงใหม่ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2558 จนเกิดเป็นความร่วมมือจากเครือข่ายภาครัฐ เอกชน และประชาชนอย่างเข้มแข็ง นำมาจัดตั้งสู่กองทุน 10 บาท เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษาให้เกิดความเท่าเทียม จากเงินของคนเชียงใหม่เอง

“กองทุน 10 บาท ได้กระตุ้นและให้โอกาสในการช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา โดยการดำเนินงานในปีแรกได้รับการสนับสนุนจากคนเชียงใหม่ที่บริจาคคนละ 10 บาท ซึ่งในระยะเวลา 1 เดือน ระดมทุนได้จำนวน 2.7 ล้านบาท”

ด้าน “ไพรัช ใหม่ชมภู” รองนายกองค์การบริหารส่วนกลางจังหวัดเชียงใหม่ และเลขานุการภาคีเชียงใหม่เพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวเสริมว่า จากการสำรวจข้อมูลพบว่ากลุ่มเด็กยากจนในเชียงใหม่มีอยู่ราว 62,622 คน หนึ่งในจำนวนนี้เป็นกลุ่มเด็กยากจนพิเศษ 26,098 คน และผู้ปกครองมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 1,281 บาทต่อคน หรือเฉลี่ยเพียงวันละ 42.7 บาท นักเรียนเหล่านี้ต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา

โดยกองทุน 10 บาทที่ได้รับการบริจาคจากชาวเชียงใหม่ สามารถขยายผลช่วยเหลือเด็กและเยาวชนด้อยโอกาสจำนวน 230 คน แบ่งเป็นการสนับสนุนทุนการศึกษาสายอาชีพ ทุนการศึกษาสายสามัญ ทุนสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาที่ประกอบอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ระหว่างเรียน ซึ่งการสนับสนุนมีตั้งแต่ระดับ 5,000-30,000 บาท

“การช่วยเหลือสนับสนุนเด็กและเยาวชน เราไม่ได้พิจารณาจากผลการเรียนเป็นหลัก แต่เน้นเรื่องพฤติกรรม ความอดทน รับผิดชอบ การมีความใฝ่ฝัน และมีแรงบันดาลใจไม่ย่อท้อ โดยมีกระบวนการกลั่นกรอง คัดเลือกที่รอบคอบ มีการลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบ”

การรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ยังได้มีการนำเสนอกรณีศึกษา “ระบบติดตาม สนับสนุนช่วยเหลือเด็กนักเรียนด้อยโอกาส” ของ “โรงเรียนวัดห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่” ซึ่งเป็นโรงเรียนขยายโอกาสที่มีจำนวนนักเรียนฐานะยากจนเฉลี่ย 60-70%

โดยใช้ “ระบบการเยี่ยมบ้าน” ควบคู่การใช้แอปพลิเคชั่น “ระบบคัดกรองปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน” ภายใต้ระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (ISEE) ซึ่งช่วยให้ครูเข้าใจศิษย์และนำไปสู่การติดตามช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ด้อยโอกาส และมีความเสี่ยงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา ด้วยการค้นหาความถนัดสู่การพัฒนาทักษะอาชีพ ดึงกลุ่มเสี่ยงกลับสู่สถานศึกษา


“โอภาส อินต๊ะแสน” ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดห้วยแก้ว กล่าวว่า คณะครูในโรงเรียนจะลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน ครอบคลุม 3 ตำบล 13 หมู่บ้าน เพื่อร่วมพูดคุยกับครอบครัว สอบถามถึงปัญหาและหาแนวทางแก้ไขให้กับนักเรียนในความรับผิดชอบ ซึ่งไม่ใช่แต่เฉพาะครูประจำชั้นเท่านั้น แต่ครูทุกคนในโรงเรียนต้องไปเยี่ยมบ้านนักเรียน

อย่างกรณี “น้องสดใส” นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการช่วยเหลือจากการไปเยี่ยมบ้าน ซึ่งโรงเรียนได้รู้ถึงปัญหาของครอบครัวที่มีความยากจน และมีความเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษา เนื่องจากสภาพแวดล้อมมีผลกระทบต่อความสนใจในด้านการศึกษาของเด็ก

“เมื่อข้อมูลถูกส่งต่อไปยังแอปพลิเคชั่น ทำให้ครูสามารถเข้าถึงการช่วยเหลือเด็กนักเรียนทุกคน นำไปสู่การฝึกทักษะอาชีพที่ได้รับการสนับสนุนจากกิจกรรมของ อบต. และวิทยาลัยสารพัดช่างที่เข้ามาให้ความรู้แก่ชุมชน จนเกิดการจัดตั้ง HK.THE BARBER SHOP ภายในโรงเรียน”

“ระบบคัดกรองปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนช่วยตอบสนองต่อการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ สะดวกต่อการเข้าถึงข้อมูล ทั้งยังช่วยครูแบ่งเบาภาระในการเก็บข้อมูลอย่างมีระบบระเบียบ ส่งผลดีต่อโรงเรียนในด้านการขยายโอกาสงาน เข้าถึงกลุ่มทุน หรือโครงการต่าง ๆ”

ขณะเดียวกัน “พิมพ์รดา ส่งชื่น”ครูโรงเรียนวัดห้วยแก้ว ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ระบบคัดกรองปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนทำให้ทราบว่า นักเรียนกว่าร้อยละ 90 ไม่ได้อาศัยอยู่กับผู้ปกครอง และมาจากครอบครัวหย่าร้าง อีกทั้งสภาพการเป็นอยู่ของเด็กในชุมชนจะอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ดอยและภูเขายากแก่การเดินทาง

“สภาพความเป็นอยู่ครอบครัวของกลุ่มเด็กค่อนข้างยากจน ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตที่ต่างไป เด็กต้องใช้แรงงานเพื่อรับจ้างหาเงิน ทำให้กระทบต่อการศึกษา หลังการลงพื้นที่จริงทำให้คณะครูเข้าใจ เข้าถึงปัญญาและพบช่องทาง หาแนวทางที่ช่วยส่งเสริมในด้านอื่น ๆ นอกเหนือจากการส่งเสริมทางวิชาการเพียงอย่างเดียว”

โดยได้จัดตั้งโครงการ “บริษัทสร้างความดี” ที่เน้นการเสริมสร้างทักษะอาชีพให้แก่เด็ก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กลุ่มเด็กนักเรียนในโรงเรียนผ่านการมีรุ่นพี่เป็นต้นแบบของการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และต่อยอดสู่อนาคตที่ดี

อันเป็นผลลัพธ์ที่เห็นผลได้ชัดเจนว่า การมีระบบคัดกรองปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน ทำให้โรงเรียนสามารถบริหารจัดการนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดจำนวนเด็กที่จะออกจากระบบการศึกษา และสร้างสรรค์อนาคตของเด็ก ๆ ให้มีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน