พระต้องเสียภาษีหรือไม่ ? เปิดข้อกฎหมาย-เงินทำบุญได้รับยกเว้น
แม้พระภิกษุยังถือเป็นบุคคลธรรมดาตามกฎหมาย หากมีรายได้ย่อมต้องเสียภาษีเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป แต่เงินที่ได้รับจากการทำบุญและกิจกรรมทางศาสนาถูกยกเว้นภาษี
พระภิกษุต้องเสียภาษีหรือไม่ ?
คำถามนี้เกิดขึ้นบ่อยในสังคมไทย เนื่องจากพระภิกษุเป็นนักบวชในพระพุทธศาสนา มีบทบาทด้านจิตใจและศาสนกิจ แต่เมื่อพูดถึง “หน้าที่ทางภาษี” ตามกฎหมาย พระยังถูกมองว่าเป็นบุคคลธรรมดา จึงอาจมีหน้าที่เสียภาษี หากมีรายได้ที่ต้องนำมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
พระเป็นผู้เสียภาษีได้หรือไม่ ?
ตามกฎหมาย พระภิกษุมีสถานะเป็นบุคคลธรรมดา หากมีรายได้เกินเกณฑ์ที่กำหนด ก็มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป แต่หากไม่มีรายได้ ก็ไม่อยู่ในฐานะผู้เสียภาษี
รายได้ของพระภิกษุที่อาจต้องเสียภาษี
แม้โดยทั่วไป รายได้หลักของพระมาจากการทำบุญและศรัทธาของญาติโยม แต่ก็มีกรณีที่พระอาจมีรายได้จากกิจกรรมอื่น เช่น
- รายได้จากการบรรยายหรือสอนหนังสือ
- ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร
- การรับค่าตอบแทนจากกิจกรรมที่ไม่ใช่การทำบุญโดยตรง
รายได้เหล่านี้เข้าข่ายเงินได้พึงประเมิน และต้องนำมาคำนวณภาษี ตามมาตรา 56 วรรคแรก แห่งประมวลรัษฎากร
เงินทำบุญ ได้รับการยกเว้นภาษี
ประเด็นสำคัญคือ เงินที่พระได้รับจากการบิณฑบาต กิจนิมนต์ หรือการทำบุญเพื่อใช้ในกิจการศาสนา ถือเป็นเงินที่ ได้รับการยกเว้นภาษี ตาม ประมวลรัษฎากร มาตรา 42 (29) ดังนั้น หากพระมีรายได้เพียงจากการทำบุญ ก็ไม่ต้องเสียภาษี
ทั้งนี้ การที่พระภิกษุส่วนใหญ่ไม่ต้องเสียภาษี ไม่ใช่เพราะมีสถานะเป็นพระ แต่เป็นเพราะรายได้หลักที่ได้รับถูกยกเว้นภาษีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม หากพระมีรายได้จากกิจกรรมนอกเหนือจากการทำบุญ เช่น การบรรยาย หรือผลตอบแทนทางการเงิน พระก็อาจมีหน้าที่เสียภาษีเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป
(อ้างอิงข้อมูลจาก iTAX)