‘มันสำปะหลัง’ เหนือ-อีสาน โรคใบด่างระบาด ฉุดผลผลิตต่อไร่
สมาคมมันสำปะหลังเปิดผลสำรวจฤดูการผลิตปี 2569/70 พบว่าพื้นที่เก็บเกี่ยวทั่วประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคอีสาน หลังราคาจูงใจเกษตรกรหันจากอ้อย-ข้าวโพดมาปลูกมันสำปะหลัง
ขณะเดียวกันผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่กลับลดลง จากวิกฤตท่อนพันธุ์ดีขาดแคลน และโรคระบาด เสี่ยงกระทบทั้งผลผลิตและเปอร์เซ็นต์แป้ง

นายบุญชัย ศรีชัยยงพานิช ประธานคณะสำรวจภาวะการผลิตและการค้ามันสำปะหลัง และอดีตนายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจภาวะการผลิตและการค้ามันสำปะหลัง ฤดูการผลิตปี 2569/70 ว่า คณะสำรวจได้ลงพื้นที่สำรวจแหล่งผลิตสำคัญหลายรอบ ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนรวบรวมข้อมูลจากผู้ประกอบการ ภาครัฐ ข้อมูลดาวเทียม และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์ผลผลิตฤดูใหม่
ทั้งนี้ คณะสำรวจใช้ผลผลิตมันสำปะหลังฤดูการผลิตปี 2568/69 ที่ประเมินใหม่ไว้ประมาณ 18.58 ล้านตัน เป็นฐานในการประเมินฤดูการผลิตปี 2569/70 หลังนำข้อมูลการส่งออก การใช้ในประเทศ การนำเข้า สต๊อก และปริมาณผลผลิตที่เหลือในระบบมาประกอบการคำนวณ โดยตัวเลขประมาณการผลผลิตปี 2568/69 อยู่ที่ 18,582,629 ตัน
แม้ราคาในช่วงที่ผ่านมาอยู่ในระดับจูงใจ จนเกษตรกรหลายพื้นที่ต้องการกลับมาปลูกเพิ่ม แต่ข้อจำกัดสำคัญคือปัญหาท่อนพันธุ์ โดยเฉพาะท่อนพันธุ์ที่แข็งแรงและปลอดโรคมีไม่เพียงพอ ประกอบกับหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภาวะแห้งแล้ง ทำให้ปลูกแล้วต้นตายและต้องปลูกซ่อมหลายครั้ง ส่งผลให้พื้นที่เก็บเกี่ยวไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้มากตามแรงจูงใจด้านราคา
ปัญหาที่น่ากังวลอีกด้านคือผลผลิตออกสู่ระบบมีจำกัด ผู้ประกอบการหลายพื้นที่ประสบปัญหาหัวมันไม่เพียงพอต่อการเดินเครื่อง ขณะที่การนำเข้ามันสำปะหลัง ทั้งหัวมันสด มันเส้น และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง มีบทบาทมากขึ้นในการเติมวัตถุดิบเข้าสู่ระบบ
สำหรับผลผลิตปี 2568/69 คณะสำรวจประเมินปริมาณหัวมันสดที่หมุนเวียนในระบบก่อนหักนำเข้าไว้ประมาณ 22.13 ล้านตัน และเมื่อหักปริมาณนำเข้าประมาณ 3.5 ล้านตัน เหลือผลผลิตที่มาจากประเทศไทยประมาณ 18.58 ล้านตัน ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นฐานสำหรับการประเมินฤดูใหม่
พื้นที่ปลูกเพิ่ม ผลผลิตต่อไร่ลด
ด้านคณะสำรวจภาวะการผลิตและการค้ามันสำปะหลัง ระบุผลสำรวจฤดูการผลิตปี 2569/70 ว่า พื้นที่เก็บเกี่ยวมันสำปะหลังทั่วประเทศคาดว่าจะเพิ่มจาก 6.615 ล้านไร่ ในปี 2568/69 เป็นประมาณ 6.766 ล้านไร่ เพิ่มขึ้น 2.29%
อย่างไรก็ตาม ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่กลับมีแนวโน้มลดลง จาก 2.8 ตัน/ไร่ เหลือประมาณ 2.77 ตัน/ไร่ หรือลดลง 1.32% ส่งผลให้ผลผลิตรวมเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย จากประมาณ 18.58 ล้านตัน เป็น 18.75 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น 0.94%
ปัจจัยที่ทำให้พื้นที่ปลูกขยายตัวมาจากราคาที่จูงใจ ประกอบกับมันสำปะหลังยังมีความต้องการจากทั้งอุตสาหกรรมแป้ง มันเส้น มันอัดเม็ด อาหาร อาหารสัตว์ และเอทานอล แต่การขยายพื้นที่ยังถูกจำกัดด้วยภาวะขาดแคลนท่อนพันธุ์ ขณะที่ท่อนพันธุ์คุณภาพดีมีอยู่ไม่มาก บางพื้นที่ต้องนำท่อนพันธุ์ที่ติดโรคกลับมาปลูกต่อ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและกลายเป็นปัจจัยกดดันผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่
โรคใบด่างลามทุกภูมิภาค
คณะสำรวจระบุว่า ปัญหาสำคัญที่สุดประการหนึ่งคือการแพร่ระบาดของโรคใบด่างและโรคพุ่มแจ้ในหลายจังหวัด โดยยังมีแนวโน้มขยายตัว ขณะที่ประสิทธิภาพในการควบคุมการระบาดยังเป็นข้อจำกัด
ตัวอย่าง เช่น ภาคเหนือ มีพื้นที่เก็บเกี่ยวเพิ่มจาก 1.6 ล้านไร่ ในปี 2568/69 เป็นประมาณ 1.7 ล้านไร่ เพิ่มขึ้น 1.79% แต่ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่กลับมีลดลง จาก 2.7 ตัน/ไร่ เหลือประมาณ 2.6 ตัน/ไร่ หรือลดลง 2.54% โดยเฉพาะ จ.กำแพงเพชร แม้พื้นที่ปลูกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ลดลงมากถึง 7.15%
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่เก็บเกี่ยวเพิ่มจาก 3.6 ล้านไร่ ในปี 2568/69เป็นประมาณ 3.7 ล้านไร่ เพิ่มขึ้น 3.61% แต่ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่กลับมีลดลง จาก 2.89 ตัน/ไร่ เหลือประมาณ 2.86 ตัน/ไร่ หรือลดลง 1.04% โดยเฉพาะ จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกสำคัญ แม้พื้นที่ปลูกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ลดลงมากถึง 1.49%
ขณะที่ภาคกลาง มีพื้นที่เก็บเกี่ยวลดลงจาก 1.3 ล้านไร่ ในปี 2568/69 เป็นประมาณ 1.2 ล้านไร่ ลดลง 0.76% ส่งผลให้ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ลดลง จาก 2.7 ตัน/ไร่ เหลือประมาณ 2.6 ตัน/ไร่ หรือลดลง 0.89% โดยเฉพาะ จ.กาญจนบุรี พบปัญหาการติดโรคในพื้นที่ค่อนข้างมาก ส่งผลให้ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ลดลง 2.38%
จับตาเกษตรกรแห่ขุดมันอ่อน
นอกจากนี้ยังจับตาพฤติกรรมการเร่งเก็บเกี่ยวก่อนครบอายุ หลังราคาหัวมันอยู่ในระดับจูงใจ รวมถึงเกษตรกรบางส่วนมีภาระด้านสภาพคล่อง ทำให้ตัดสินใจขุดผลผลิตออกจำหน่ายเร็วขึ้น
จากการสำรวจพบว่า เดิมเกษตรกรจะเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังเมื่ออายุประมาณ 8-10 เดือน แต่ปัจจุบันบางพื้นที่เริ่มขุดตั้งแต่อายุประมาณ 5-7 เดือน หรือบางกรณีประมาณ 6 เดือน ส่งผลให้หัวมันยังไม่สมบูรณ์ กระทบทั้งน้ำหนักผลผลิตและเปอร์เซ็นต์แป้ง
ขณะเดียวกัน การแข่งขันรับซื้อวัตถุดิบที่สูงขึ้น ทำให้หัวมันที่มีเปอร์เซ็นต์แป้งต่ำยังสามารถเข้าสู่ตลาดได้ โดยพบกรณีหัวมันที่มีเปอร์เซ็นต์แป้งเพียงประมาณ 16-17% ถูกนำมาจำหน่าย จากอดีตที่หัวมันระดับต่ำกว่าเกณฑ์จะไม่ได้รับการรับซื้อ ซึ่งอาจกลายเป็นแรงจูงใจให้เร่งเก็บเกี่ยวมากขึ้น อาจทำให้ท่อนพันธุ์ที่ได้จากต้นมันอายุน้อยยังอาจไม่แข็งแรงเพียงพอสำหรับใช้ขยายพันธุ์ในฤดูต่อไป
ท่อนพันธุ์บางพื้นที่พุ่ง 4-5 บาท
ภาวะขาดแคลนท่อนพันธุ์สะอาดกลายเป็นอีกปัญหาสำคัญ โดยราคาท่อนพันธุ์แตกต่างกันมากในแต่ละพื้นที่ บางจังหวัดมีราคาเพียงประมาณ 1 บาท/ท่อน แต่หลายพื้นที่ที่ขาดแคลนราคาขยับขึ้นไปถึงประมาณ 4-5 บาท/ท่อน
ส่วนข้อจำกัดการเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์ยังเป็นประเด็นที่ภาคเอกชนเสนอให้ภาครัฐทบทวน เพื่อเปิดทางให้สามารถเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์สะอาดจากพื้นที่ที่มีปริมาณเพียงพอไปยังพื้นที่ขาดแคลน ภายใต้มาตรการควบคุมโรคที่เหมาะสม
พร้อมเสนอให้เร่งสนับสนุนการผลิตและกระจายพันธุ์มันสำปะหลังที่มีความต้านทานหรือทนทานต่อโรคให้เพียงพอ ส่งเสริมให้เกษตรกรคัดเลือกท่อนพันธุ์ดีและสะอาดจากแปลงของตนเอง รวมถึงใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน เช่น ระบบน้ำ การปรับปรุงดิน และการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน
อีกข้อเสนอคือให้พิจารณาแนวทางนำเข้าพันธุ์มันสำปะหลังที่มีคุณภาพจากต่างประเทศเป็นกรณีเร่งด่วน ภายใต้การกำกับดูแลและมาตรการสุขอนามัยพืชที่เหมาะสม เพื่อนำมาขยายพันธุ์และพัฒนาเป็นแหล่งพันธุ์คุณภาพในประเทศ รองรับความต้องการของเกษตรกร
รวมถึงเสนอให้ภาครัฐและเอกชนร่วมกันแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งการจัดการพันธุ์ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การควบคุมโรค และการพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อรักษาขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมมันสำปะหลังในระยะยาว