กฟผ.ผุดแผนรีไซเคิลแบต EV จับมือ กนอ.ตั้งนิคม Circular ในอีอีซี
กฟผ.ผุดแผนบริหารจัดการแบต EV ใช้แล้ว สกัดอนาคตขยะอันตราย ใช้โรงไฟฟ้าวังน้อยเป็นต้นแบบรีไซเคิลแบต จับมือ กนอ.ตั้งนิคม Circular ที่อีอีซีจัดการแบบครบวงจร เผยคัดแยกก่อนรีไซเคิล หรือคืนกลับแร่สำคัญ พร้อมต่อยอดทำแบตฯ ใหม่ และพาวเวอร์แบงก์
นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะโฆษก กฟผ. เปิดเผยว่า ขณะนี้ กฟผ. และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เริ่มศึกษาและเตรียมความพร้อมจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม Circular ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อกำจัดแบตเตอรี่ใช้แล้ว ทั้งแบตเตอรี่จากรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แผงโซลาร์เซลล์ และขยะอิเล็กทรอนิกส์ หลังการขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า
ทำให้ประเทศไทยต้องเร่งเตรียมระบบรองรับแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งาน เพื่อไม่ให้กลายเป็นขยะอันตรายในอนาคต และจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ช่วงต้นปีที่ผ่านมา พบว่าจำนวนแบตเตอรี่ EV ที่จมน้ำถูกนำไปทิ้งและนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งทำให้เกิดอันตรายอย่างมาก เพราะแบตเตอรี่ใช้แล้วที่เสื่อมคุณภาพสามารถทำให้เกิดประจุไฟฟ้าและเป็นสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ได้
“หลังหมดอายุการใช้งานจากรถ EV หรือแผงโซลาร์ แบตเตอรี่ไม่ได้จบวงจรเพียงแค่การนำไปทิ้งหรือรีไซเคิล แต่ต้องผ่านกระบวนการถอดประกอบ ขนส่ง ตรวจสอบความปลอดภัย คัดแยก ประเมินสภาพ นำกลับมาใช้ใหม่ จนไปถึงการสกัดวัสดุและแร่สำคัญกลับเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมอีกครั้ง จึงนำไปสู่เป้าหมายการตั้งนิคมอุตสาหกรรม Circular ซึ่งตอนนี้ในประเทศไทยยังไม่มีโรงกำจัดแบตเตอรี่แบบครบวงจร”
สำหรับแนวทางบริหารจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้ว กฟผ.กำหนดกระบวนการตั้งแต่การถอดแบตเตอรี่ออกจากรถ EV หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ การรวบรวมโดยใช้กล่องนิรภัยเพื่อป้องกันอันตรายระหว่างการขนส่งและจัดเก็บ การตรวจสอบคุณสมบัติทางไฟฟ้าตามมาตรฐานความปลอดภัยก่อนคัดแยก สำหรับแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งานจากรถยนต์ต้องผ่านการตรวจสอบสภาพก่อน
โดยเฉพาะค่า State of Health (SOH) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดระดับความสามารถในการกักเก็บและจ่ายพลังงานของแบตเตอรี่ หากยังมีสภาพเหมาะสมสามารถนำไปใช้งานต่อในรูปแบบระบบกักเก็บพลังงาน หรือ Battery Energy Storage System (BESS) ขณะที่แบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพหรือชำรุดจะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและการคืนกลับแร่สำคัญ
จากการศึกษาร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กำหนดเกณฑ์เบื้องต้นว่าแบตเตอรี่ที่มีค่า SOH มากกว่า 70% สามารถนำกลับมาใช้ใหม่เป็นระบบ BESS ได้ โดย กฟผ.และ สวทช.ได้ร่วมกันพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานขนาด 100 kWh และ 20 kWh พร้อมพัฒนา Rack Control Unit (RCU) ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางในการควบคุมและสื่อสารกับอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงระบบ Battery Management System หรือ BMS ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมการทำงานของแบตเตอรี่
โดยมีเป้าหมายเพื่อนำแบตเตอรี่ที่ผ่านการใช้งานแล้วกลับมาใช้ประโยชน์ในระบบไฟฟ้า รวมถึงการประยุกต์ใช้กับสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า โรงไฟฟ้า และพื้นที่ต้นแบบ Smart Campus เพื่อยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดก่อนเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ขณะที่แบตเตอรี่ที่มีค่า SOH ต่ำกว่า 70% หรือมีสภาพชำรุด จะเข้าสู่กระบวนการ Battery Recycle และการคืนกลับแร่สำคัญ (Recovery)
เริ่มจากการถอดชิ้นส่วนที่ไม่ใช่เซลล์แบตเตอรี่ เช่น BMS พลาสติก อะลูมิเนียม และสายไฟออก จากนั้นนำเซลล์แบตเตอรี่เข้าสู่กระบวนการคายประจุเพื่อความปลอดภัย ก่อนนำไปบด ย่อย ร่อน และแยกด้วยระบบลม เพื่อให้ได้ Black Mass ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับนำไปสกัดโลหะและแร่ที่มีมูลค่ากลับมาใช้ประโยชน์
ดร.ณัฐภรณ์ บัวแย้ม นักวิชาการด้านนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า นอกจากการเตรียมพื้นที่แล้ว กฟผ.ยังร่วมกับ TDRI ศึกษาแนวนโยบายกฎหมาย และมาตรการเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนของแบตเตอรี่ EV และระบบกักเก็บพลังงานในประเทศไทย เนื่องจากปัจจุบันไทยยังไม่มีมาตรการควบคุมและจัดการแบตเตอรี่ตลอดทั้งกระบวนการ โดยผลการศึกษาจะนำไปจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและมาตรการที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย
หนึ่งในข้อเสนอสำคัญคือ การผลักดันระบบสืบย้อนกลับข้อมูลแบตเตอรี่ หรือ Battery Passport เพื่อให้สามารถติดตามแบตเตอรี่ตั้งแต่การผลิต การใช้งาน การนำกลับมาใช้ใหม่ ไปจนถึงการรีไซเคิลและกำจัด รวมถึงการกำหนดให้ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ามีความรับผิดชอบต่อแบตเตอรี่ตลอดวงจรชีวิตตามแนวคิด Extended Producer Responsibility หรือ EPR เพื่อให้เกิดระบบบริหารจัดการที่ชัดเจนตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
นายศุภชัย คูณเศรษฐ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ วิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ กฟผ. กล่าวว่า โรงไฟฟ้าวังน้อยถูกใช้เป็นพื้นที่พัฒนาเป็นโรงงานต้นแบบรีไซเคิลแบตเตอรี่ จุดสำคัญของโครงการไม่ได้หยุดอยู่ที่การผลิต Black Mass หรือการสกัดแร่ แต่ต้องการเดินหน้าต่อให้เกิด Circular Battery คือ การนำลิเทียมมและวัตถุดิบที่กู้คืนได้กลับมาเป็นส่วนประกอบสำหรับผลิตแบตเตอรี่ก้อนใหม่ จากนั้นนำแบตเตอรี่ใหม่ไปทดลองใช้งาน
และหนึ่งในผลิตภัณฑ์ปลายทางที่วางแผนทดลองคือ Power Bank เพื่อนำกลับไปใช้งานจริง รวมถึงมีแนวคิดนำ Power Bank ที่ผลิตได้กลับไปแจกให้กับนักเรียนและชุมชนที่เข้าร่วมโครงการรับคืนแบตเตอรี่