เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
น้ำมันโลกเดือด ดีเซลทะลุ 160 เหรียญ กบน.แบกวันละ 343 ล้าน ขึ้นราคาปั๊ม 85 สต.
Economic น้ำมันโลกเดือด ดีเซลทะลุ 160 เหรียญ กบน.แบกวันละ 343 ล้าน ขึ้นราคาปั๊ม 85 สต.
ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) ดีดขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) ดีดขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,750 บาท
ตลาดสัตว์เลี้ยงโลกเปิดช่องไทย ไต้หวันนำเข้าอันดับ 1 สหรัฐแตะ 1.58 แสนล้านดอลลาร์
Economic ตลาดสัตว์เลี้ยงโลกเปิดช่องไทย ไต้หวันนำเข้าอันดับ 1 สหรัฐแตะ 1.58 แสนล้านดอลลาร์
แสนสิริ เปิดตัวเดอะมูฟทำเลใหม่ “ลาดพร้าว 35” เริ่ม 2.29 ล้าน เจาะตลาดเช่ายีลด์ 6%
Real Estate แสนสิริ เปิดตัวเดอะมูฟทำเลใหม่ “ลาดพร้าว 35” เริ่ม 2.29 ล้าน เจาะตลาดเช่ายีลด์ 6%
กยท.สกัด “สารขาว” ปนยางก้อนถ้วย ห่วงฉุดคุณภาพยางไทย เร่งคุมตั้งแต่จุดรับซื้อ
Economic กยท.สกัด “สารขาว” ปนยางก้อนถ้วย ห่วงฉุดคุณภาพยางไทย เร่งคุมตั้งแต่จุดรับซื้อ
ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ส่ง “สติงค์” ลุยตลาดเครื่องดื่ม ดึง F1 ชูกลยุทธ์ประสบการณ์
Biz Movement ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ส่ง “สติงค์” ลุยตลาดเครื่องดื่ม ดึง F1 ชูกลยุทธ์ประสบการณ์
Thai SELECT บุกตลาดจีน “DITP” ใช้เกมทำอาหาร-อินฟลูเอนเซอร์ ดันอาหารไทยสู่โอกาสการค้า
Economic Thai SELECT บุกตลาดจีน “DITP” ใช้เกมทำอาหาร-อินฟลูเอนเซอร์ ดันอาหารไทยสู่โอกาสการค้า
ลอรีอัล กวาดรายได้ครึ่งปีแรก 2.37 หมื่นล้านยูโร คว้าลิขสิทธิ์ “Gucci” 50 ปี-ขน 4 แบรนด์ลุยไทย
Biz Movement ลอรีอัล กวาดรายได้ครึ่งปีแรก 2.37 หมื่นล้านยูโร คว้าลิขสิทธิ์ “Gucci” 50 ปี-ขน 4 แบรนด์ลุยไทย
ดีน่า ปรับโฉมใหญ่รอบหลายสิบปี ส่งแคมเปญใหม่เจาะ Gen Z-Millennials
Biz Movement ดีน่า ปรับโฉมใหญ่รอบหลายสิบปี ส่งแคมเปญใหม่เจาะ Gen Z-Millennials
Zadi & Jo เปิดเกมออฟไลน์ ปักหมุด EVEANDBOY สยามสแควร์ รุกตลาด Teen Beauty
Biz Movement Zadi & Jo เปิดเกมออฟไลน์ ปักหมุด EVEANDBOY สยามสแควร์ รุกตลาด Teen Beauty
ดูทั้งหมด

‘อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์’ ปิดดีลทุนมาเลย์ Mr.D.I.Y. 158 ไร่

17 ก.ค. 2568 | 16:07น.
อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์

ใครใคร่ค้า…ค้า ไม่หวั่นแม้ภาษีทรัมป์เปิดหน้าไพ่เก็บภาษีตอบโต้การนำเข้าสินค้าจากไทยที่อัตรา 36%

เพราะชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป

ข่าวล่ามาเร็วต้องบอกว่าเป็นข่าวดี อย่างน้อยก็ปลุกความเชื่อมั่นด้านการลงทุนในไทยได้ระดับหนึ่ง โดยนิคมอุตสาหกรรมน้องใหม่ แต่เจ้าของเป็นยักษ์ธุรกิจของตระกูลสิริวัฒนภักดี “โครงการอารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์” ประกาศความสำเร็จลงนามซื้อขายที่ดินแปลงใหญ่ 158 ไร่ กับธุรกิจรีเทลวัสดุและของใช้ในบ้าน “มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย.-MR.D.I.Y.” จากมาเลเซีย

MR.D.I.Y. ซื้อแปลงใหญ่ 158 ไร่

โดยเป็นการลงนามสัญญาซื้อขายที่ดินในนามของ “อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์” ฝ่ายหนึ่ง กับ “มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย)” อีกฝ่ายหนึ่ง งานนี้ถือว่าวิน-วินเกม เพราะผู้ขายได้โชว์ศักยภาพที่แข็งแกร่งของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ขณะที่ผู้ซื้อได้ปักหมุดพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าครบวงจร

โดย “นางสาวกมลกาญจน์ คงคาทอง” กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด ผู้พัฒนาระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจรของไทย ภายใต้ชื่อ “ARAYA-The Eastern Gateway-โครงการอารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์” ระบุว่า ไตรมาส 3/68 ความคืบหน้านิคมอุตสาหกรรม อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ ได้ร่วมกับ “ชิน กวานกุ้ย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ร่วมกันประกาศความสำเร็จในการลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) สำหรับการขายที่ดินแปลงใหญ่ พื้นที่รวม 158 ไร่ ให้แก่ บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ผู้นำธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์

โดยที่ดินแปลงดังกล่าวทาง MR.D.I.Y. มีแผนในการพัฒนาเป็นศูนย์กระจายสินค้าและคลังสินค้า (Distribution Center & Warehouses) พร้อมติดตั้งระบบจัดเก็บสินค้าอัตโนมัติแห่งใหม่ของมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ภายในนิคมอุตสาหกรรมอารยะฯ ซึ่งพื้นที่รวม 158 ไร่ เมื่อคำนวณออกมาจะเท่ากับ 252,800 ตารางเมตร

ทำเลยุทธศาสตร์โลจิสติกส์

ทั้งนี้ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ MR.D.I.Y. ตัดสินใจลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมอารยะฯ เป็นผลมาจากทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ ที่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายระบบคมนาคมได้อย่างสะดวก ครอบคลุมทั้งถนนสายหลัก ทางด่วน ท่าเรือ และสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ

ประกอบกับโครงสร้างพื้นฐานที่ครบครัน และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ธุรกิจสมัยใหม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโลจิสติกส์และการกระจายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับการขยายธุรกิจทั้งในประเทศและตลาดอาเซียน

การเข้ามาลงทุนของ MR.D.I.Y. จะช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ (Business Ecosystem) โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก (Retail Business) ที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพด้านของโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ การกระจายสินค้า และเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ

แน่นอนว่าการจัดตั้งฐานปฏิบัติการของ MR.D.I.Y. ในนิคมแห่งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานในระดับภูมิภาค และสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเข้ามาลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต

“การเซ็นสัญญากับ MR.D.I.Y. ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างการจ้างงานให้กับชุมชนท้องถิ่น และเป็นแรงผลักดันสำคัญในการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศอีกด้วย”

ทั้งนี้ โครงการนิคมอุตสาหกรรมอารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการลงทุน เพื่อยกระดับมาตรฐานภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องของอารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ ในการพัฒนาโครงการและบริการครบวงจร เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่ ควบคู่กับการดึงดูดนักลงทุนศักยภาพสูงเข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่โครงการลงทุนบนที่ดินอุตสาหกรรมผืนใหญ่ 158 ไร่ ของกลุ่ม MR.D.I.Y. ตามแผนคาดว่าจะเริ่มการพัฒนาในไตรมาส 2/69 และเปิดดำเนินการภายในปี 2570

ปักหมุดประตูสู่ EEC 4,361 ไร่

สำหรับ บริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด เจ้าของโครงการ อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ (ARAYA-The Eastern Gateway) เกิดขึ้นจากความร่วมมือของทั้ง 3 บริษัทแนวหน้าในแวดวงอุตสาหกรรมของไทย ได้แก่ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) หรือ FPT, บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย จำกัด หรือเอเชีย อินดัสเตรียล เอสเตท

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ถือหุ้นในสัดส่วน 50% ขณะที่โรจนะและเอเชีย อินดัสเตรียล เอสเตท ถือหุ้นคนละ 25% มีเนื้อที่รวม 4,631 ไร่ แต่แบ่งมาพัฒนาเฟสแรกก่อน 2,000 ไร่ มูลค่าเฟสแรกมากกว่า 20,000 ล้านบาท

โดยอารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ ทำเลตั้งอยู่บนประตูสู่ภาคตะวันออก ณ กิโลเมตรที่ 32 ของถนนบางนา-ตราด จังหวัดสมุทรปราการ ทำเลทองของอุตสาหกรรมไทยใกล้กรุงเทพฯ เชื่อมต่อจากถนนบางนา-ตราด สู่ทางพิเศษกรุงเทพฯ-ชลบุรีสายใหม่ (Motorway)

อีกทั้งเชื่อมต่อกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญ และท่าเรือแหลมฉบังในเวลาเพียง 60 นาที เหมาะกับการเป็นศูนย์กลางธุรกิจ โลจิสติกส์ อุตสาหกรรม และการค้าระหว่างประเทศ มีจุดมุ่งหมายในการสร้างระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจรรูปแบบใหม่ ผ่านการผสมผสานรูปแบบพื้นที่อุตสาหกรรมร่วมกับความเป็นเมือง เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และโครงสร้างพื้นฐานระดับเวิลด์คลาส

เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์การทำงานและการใช้ชีวิตได้อย่างไร้รอยต่อ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจของลูกค้าไปสู่ความยั่งยืน และยังเป็นการร่วมผลักดันเศรษฐกิจเมืองไทยให้เจริญก้าวหน้าอีกต่างหาก