เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ศศินทร์’ ปั้น Future Talent รับความท้าทาย
Real Estate ‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ศศินทร์’ ปั้น Future Talent รับความท้าทาย
‘แสนดี’ หอบดอกไม้ช่อใหญ่ แด่ ‘คุณแม่‘ ผู้ให้กำเนิด
Biz Movement ‘แสนดี’ หอบดอกไม้ช่อใหญ่ แด่ ‘คุณแม่‘ ผู้ให้กำเนิด
จุดเปลี่ยน ตลาดจตุจักร-อ.ต.ก.
สามัญสำนึก จุดเปลี่ยน ตลาดจตุจักร-อ.ต.ก.
เตือนพิษแรนซัมแวร์เจาะ “สถาบันการศึกษา” เสียหาย 130 ล้าน Synology ชี้ทางรอดชู Data Governance
Tech เตือนพิษแรนซัมแวร์เจาะ “สถาบันการศึกษา” เสียหาย 130 ล้าน Synology ชี้ทางรอดชู Data Governance
ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
เริ่ม 28 ส.ค. เปิดวิ่งฟรี 2 ปี มอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว แก้รถติดพระราม 2
Economic เริ่ม 28 ส.ค. เปิดวิ่งฟรี 2 ปี มอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว แก้รถติดพระราม 2
Temasek เล็งเข้าลงทุน Samsung – SK Hynix ดันหุ้นชิปเกาหลีพุ่งแรง รับกระแส AI
World Temasek เล็งเข้าลงทุน Samsung – SK Hynix ดันหุ้นชิปเกาหลีพุ่งแรง รับกระแส AI
“ชามา” จัดเต็มเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ทำเลเด่นทั่วกรุง เจาะตลาดเทรนด์คนทำงานยุคใหม่
Real Estate “ชามา” จัดเต็มเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ทำเลเด่นทั่วกรุง เจาะตลาดเทรนด์คนทำงานยุคใหม่
ททท.ตราด ผุดแคมเปญ “ฟีลวิถีเล เสน่ห์คลองใหญ่” ชวนสัมผัสวิถีประมงพื้นบ้าน ส.ค.-ก.ย.นี้
เศรษฐกิจภูมิภาค ททท.ตราด ผุดแคมเปญ “ฟีลวิถีเล เสน่ห์คลองใหญ่” ชวนสัมผัสวิถีประมงพื้นบ้าน ส.ค.-ก.ย.นี้
ทองคำดีดกลับขาขึ้นแรง-เร็ว พักฐานจบ-ฟื้นมั่นคง-ลุ้น 75,000 บาทปีนี้
Finance ทองคำดีดกลับขาขึ้นแรง-เร็ว พักฐานจบ-ฟื้นมั่นคง-ลุ้น 75,000 บาทปีนี้
ดูทั้งหมด

เปิดไทม์ไลน์ “สารหนู” มหันตภัยแม่น้ำกก-แม่น้ำสาย หวั่นเศรษฐกิจพัง

22 พ.ค. 2568 | 14:45น.

เปิดไทม์ไลน์ “สารหนูแม่น้ำกก แม่น้ำสาย” สายน้ำประวัติศาสตร์แห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง กำลังตกอยู่ในสภาวะวิกฤต เมื่อเจอสารพิษปนเปื้อน ที่คาดว่ามาจากการปล่อยน้ำการทำเหมืองแร่ทองคำที่ไร้การควบคุม ประเทศเมียนมา ซ้ำร้าย ลำน้ำยังถูกกัดเซาะอย่างรุนแรงที่ริมฝั่งน้ำในช่วงฤดูฝน ก่อให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้นทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม

ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 เริ่มมีกระแสข่าวเกี่ยวกับการเปิดหน้าดินเพื่อทำเหมืองทองคำบริเวณต้นแม่น้ำกกในเขตรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ส่งผลให้แม่น้ำกกมีตะกอนขุ่นและก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพน้ำและผลกระทบต่อชุมชนที่ใช้น้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภค

ทั้งนี้แม่น้ำกก ถือเป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับการผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาค สาขาเชียงราย ทำให้กปภ.สาขาเชียงราย ได้ลงพื้นที่ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย กรมควมคุมมลพิษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเก็บตัวอย่างน้ำบริเวณกลางแม่น้ำกกและสะพานมิตรภาพแม่ยาว-ดอยฮา มาตรวจสอบ พบว่าเกินเกณฑ์มาตรฐานการผลิตน้ำประปา

ต่อมาวันที่ 5 เมษายน 2568 สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกมาเปิดเผยกรณีแม่น้ำกกมีสีขุ่นผิดปกติบริเวณพื้นที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทางสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) ได้รายงานผลตรวจพบว่า มีตะกั่วและสารหนู ที่มีค่าเกินมาตรฐาน

วันที่ 9 เมษายน 2568 ประมงเชียงราย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำกก พบสารหนู (Arsenic) ปนเปื้อนในระดับ 0.013 มิลลิกรัม/ลิตร แม้จะอยู่ในระดับไม่สูง สัตว์น้ำในพื้นที่ยังคงมีพฤติกรรมเป็นปกติ ลูกปลาขนาดเล็กว่ายน้ำได้ตามธรรมชาติ ไม่แสดงอาการอ่อนแรงหรือผิดปกติแต่อย่างใด แต่ก็สามารถสะสมในร่างกายสัตว์น้ำได้ จึงได้แนะนำให้ประชาชนระมัดระวังในการบริโภคสัตว์น้ำจากแม่น้ำกกในช่วงนั้นไปก่อน

ขณะเดียวกันนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้เพิ่มความถี่ในการเก็บตัวอย่างน้ำตั้งแต่รอยต่อกับ จ.เชียงใหม่ ไปจนถึงปลายน้ำที่ อ.เชียงแสน ก่อนแม่น้ำกกจะไหลลงสู่แม่น้ำโขง รวมถึงมีคำสั่งให้สำนักงานสาธารณสุข การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมสำรวจแหล่งใช้น้ำทั้งอุปโภคบริโภค เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยได้ประกาศให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการดื่มหรือสัมผัสน้ำจากแม่น้ำกกโดยตรง

นักวิชาการชี้ชัด สาเหตุจากเหมืองทอง

จนกระทั่ง ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงวิกฤตการณ์สารหนูในแม่น้ำกกว่า ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา มีการขุดทองในวงกว้างเกิดขึ้นริมแม่น้ำกกในเมืองยอน ตอนใต้ของอำเภอเมืองสาด รัฐฉาน ซึ่งเป็นพื้นที่ใต้การควบคุมของกองทัพสหรัฐว้า (UWSA) มีบริษัทจีนหลัก 4 แห่ง ที่ดำเนินการขุดเหมือง

พร้อมกับรายงานข้อมูลของมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ ที่ได้มีการเปิดเผยรายชื่อบริษัทเหมืองแร่ที่ได้สัมปทานทำเหมืองแร่แมงกานีสไดออกไซด์ ในเมืองโก ท่าขี้เหล็ก รัฐฉานตะวันออก มีจำนวน 9 บริษัท และบริษัทที่ได้รับประทานบัตรทำเหมืองทองคำ ในเมืองเลน จังหวัดท่าขี้เหล็ก มีจำนวน 20 บริษัท ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทเหล่านี้เป็นทุนจีนหรือไม่ ซึ่งบางบริษัทชื่อคล้ายจีน ขณะที่บางบริษัทชื่อคล้ายเมียนมา อาจเป็นไปได้ว่าเป็นการร่วมทุนระหว่างจีนกับเมียนมาหรือไม่

ดร.สืบสกุลได้กล่าวเพิ่มเติมว่า เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าทั้งรัฐบาลเมียนมาและรัฐบาลจีนมีส่วนเกี่ยวข้องกับแหล่งกำเนิดมลพิษในต้นน้ำกกและน้ำสาย โดยประเทศเมียนมาเป็นเจ้าของดินแดนทั้งหมด ถึงแม้ว่าพื้นที่บางส่วนอยู่ในการดูแล ควบคุมของกองกำลังชาติพันธุ์ก็ตามที ในขณะที่รัฐบาลจีนมีบริษัทเอกชนเข้าไปทำสัมปทานเหมืองแร่ และเป็นผู้รับซื้อแร่ทั้งหลายในเมียนมา รวมถึงรัฐบาลจีนมีความใกล้ชิดกับกองทัพสหรัฐว้า หนึ่งในกองกำลังที่ดูแลพื้นที่เหมืองหลายแห่งด้วย

ทั้งนี้ยังได้เสนอให้มีการตรวจแม่น้ำโขงตลอดทั้งลำน้ำ ซึ่งหากสารพิษในแม่น้ำกก-แม่น้ำสาย ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม แน่นอนว่าระยะยาวจะส่งผลกระทบต่ออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดร.สืบสกุล กิจนุกร
ดร.สืบสกุล กิจนุกร

ผงะ พบสารหนู “เชียงราย-เชียงใหม่” เกินมาตรฐาน

สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) กรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า ผลการตรวจวัดโลหะหนักในแหล่งน้ำผิวดินแม่น้ำกก ในช่วงเดือนเมษายน 2568 จำนวนทั้งสิ้น 12 จุด โดยอยู่ในพื้นที่บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 3 จุด และจังหวัดเชียงราย จำนวน 9 จุด โดยตรวจวัดโลหะหนักทั้งหมด 9 ชนิด พบว่า พบโลหะหนักเกินมาตรฐาน

พื้นที่ จ.เชียงราย ได้แก่ บริเวณสะพานแม่ฟ้าหลวง หน้าศาลากลางจังหวัดเชียงราย ต.รอบเวียง, บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำกก, บริเวณบ้านโป่งนาคำ, บริเวณสะพานมิตรภาพแม่ยาว-ดอยฮาง และบริเวณบ้านจะเด้อ ต.ดอยฮาง อ.เมือง จ.เชียงราย

ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่ โลหะหนักเกินมาตรฐาน คือ สารหนู ทั้ง 3 จุด ได้แก่ บริเวณสะพานสองดินแดนบ้านแม่สลัก บ้านใหม่หมอกจ๋าม, บริเวณสะพานมิตรภาพแม่นาวาง-ท่าตอน และบริเวณชายแดนไทย-พม่า หย่อมบ้านแก่งตุ๋ม ม.14 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

นอกจากนี้ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามและเก็บตัวอย่างน้ำผิวดินในแม่น้ำสาขาเพิ่มเติม ได้แก่ แม่น้ำลาว แม่น้ำกรณ์ แม่น้ำสรวย รวมถึงแม่น้ำโขง และแม่น้ำสาย ระหว่างวันที่ 1-2 พฤษภาคม 2568 จำนวนทั้งสิ้น 8 จุด ได้แก่ แม่น้ำสาขา จำนวน 3 จุด ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาที่ไหลลงแม่น้ำกก ได้แก่ แม่น้ำลาว 1 จุด แม่น้ำกรณ์ 1 จุด และแม่น้ำสรวย 1 จุด

ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย แม่น้ำโขง จำนวน 2 จุด บริเวณจุดก่อนที่แม่น้ำกกไหลลงบรรจบแม่น้ำโขง ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และจุดที่แม่น้ำกกไหลลงแม่น้ำโขง ผ่านบริเวณสบกก ที่บ้านแซว ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

แม่น้ำสาย จำนวน 3 จุด บริเวณพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่จุดแรกบริเวณที่ใกล้ประเทศเมียนมามากที่สุด คือ ชายแดนไทย-พม่า บริเวณบ้านหัวฝาย ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ผ่านสะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 2 และก่อนจะบรรจบแม่น้ำรวกบริเวณบ้านป่าซางงาม ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย

ขณะเดียวกัน สคพ.1 ได้ลงพื้นที่ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย ปกครองอำเภอแม่สาย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย สาขาวิชาสารสนเทศภูมิศาสตร์ ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำผิวดินเพื่อตรวจวิเคราะห์โลหะหนักในแหล่งน้ำ แม่น้ำสาย จำนวน 3 จุด ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 โดยอยู่ระหว่างการตรวจวิเคราะห์ทางสิ่งแวดล้อม

วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 ผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำในเดือนเมษายน 2568 พบการปนเปื้อนสารหนูเฉพาะลำน้ำแม่กก ส่วนลำน้ำสาขาไม่พบการปนเปื้อน และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมควบคุมมลพิษ ได้เพิ่มความถี่ในการตรวจวัดเพื่อเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องเดือนละ 2 ครั้ง และกรมทรัพยากรน้ำเฝ้าระวังพื้นที่ที่มีการปนเปื้อน โดยมีการควบคุมการเปิดปิดประตูระบายน้ำ และเตรียมพร้อมเครื่องจักรสำหรับการป้องกันการท่วมทะลักเข้าสู่ลำน้ำสาขา

จนกระทั่งวันที่ 9 พฤษภาคม 2568 รองผู้ว่าฯเชียงราย ติดตามการแก้ไขปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำสายกับประเทศเมียนมา ซึ่งฝ่ายไทยได้สอบถามแนวทางแก้ไขปัญหาในประเด็นดังกล่าว ทางฝ่ายเมียนมาแจ้งว่าการทำอุตสาหกรรมเหมืองแร่ อยู่ในจังหวัดเมืองสาก จังหวัดท่าขี้เหล็ก ซึ่งจะหารือร่วมกับจังหวัดเมืองสากเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป

วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 นายกฯสั่งการด่วนให้ทุกส่วนราชการเร่งแก้ปัญหาแม่น้ำกก เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน ดำเนินการแก้ไขสารปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน เจรจาประเทศเพื่อนบ้าน หยุดหรือปรับปรุงวิธีทำเหมืองกันสารปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำ ลดผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตประจำวัน

ล่าสุดวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 ทางด้าน นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์การปนเปื้อนโลหะหนักในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขง พื้นที่ จ.เชียงรายว่า จากข้อมูลการตรวจวัดคุณภาพน้ำผิวดินโดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 1-2 พฤษภาคม 2568 พบว่า แม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขง บริเวณพื้นที่ จ.เชียงราย มีการปนเปื้อนสารโลหะหนัก โดยเฉพาะ “สารหนู” และ “ตะกั่ว” เกินค่ามาตรฐานในหลายจุด เช่น จุดบ้านแซว บ้านหัวฝาย สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 บ้านป่าซางงาม

สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิตได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า กรณีผลกระทบจากสารหนูเกินค่ามาตรฐานในแม่น้ำ มีสาเหตุหลักมาจากการทำเหมืองในพื้นที่ต้นแม่น้ำสาย แม่น้ำรวกและแม่น้ำกก ในเขตรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำอุปโภคบริโภค วิถีชีวิตประมง รวมถึงการเกษตร โดยรัฐบาลไทยต้องเร่งเจรจา 4 ฝ่าย แก้ไขปัญหาเหมืองปล่อยสารพิษลงแม่น้ำกก

ขณะเดียวกันยังได้ออกมาเปิดเผยภาพ พบปลาติดเชื้อ ในแม่น้ำกกและแม่น้ำโขง ในพื้นที่แม่น้ำโขงบ้านหาดไคร้, แม่น้ำโขง หน้าวัดแก้ว, หาดฮ่อน แม่น้ำโขงบ้านหัวเวียง เชียงของ, จุดปากแม่น้ำกก, บริเวณปากแม่น้ำคำ บ้านสบคำ และจุดฝายป่ายางมน บ้านเมืองงิม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน-17 พฤษภาคม 2568

สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต

เศรษฐกิจเชียงรายระส่ำ

ตัวเลขโครงสร้างเศรษฐกิจมวลรวมของจังหวัดเชียงราย มีมูลค่าประมาณ 1.6 แสนล้านบาท เป็นอันดับ 3 ของภาคเหนือรองจากเชียงใหม่และนครสวรรค์ ส่วนใหญ่รายได้หลักคือภาคการท่องเที่ยว ที่มีถึง 35% ของ GPP มีนักท่องเที่ยวมาเยือนสูงถึง 5-6 ล้านคน และมีรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 58,000 ล้านบาท ซึ่งมากเป็นอันดับที่ 2 ของภาคเหนือ เป็นรองเพียงเชียงใหม่ รองลงมาภาคการเกษตร มีมูลค่า 45,000 ล้านบาท คิดเป็น 27% และภาคอุตสาหกรรมมีมูลค่า 36,000 ล้านบาท หรือ 22%

นอกจากนั้นยังส่งผลต่อการใช้น้ำภาคการเกษตรที่มีมูลค่ารองลงมาในการนำน้ำจากแม่น้ำกก และแม่น้ำสาขามาหล่อเลี้ยงภาคการเกษตรในพื้นที่ และการประมงในแม่น้ำ ซึ่งกระทบตรงต่อการบริโภคสินค้าการเกษตรของประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว อันจะประเมินมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจตามมา ภาพรวมไม่น้อยกว่า 60% ของ GPP หรือกว่า 1 แสนล้านในภาพรวม ยังไม่รวมถึงผลกระทบเชิงสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ที่จะดูแลรักษาในระยะยาว

ดังนั้น ภาคการท่องเที่ยวจึงกลายเป็นหัวใจเศรษฐกิจของเชียงรายที่ไต่อันดับขึ้นมาเป็นจังหวัดอันดับที่ 5 ที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้แก่ประเทศไทย และมีสถิตินักท่องเที่ยวพุ่งสูงสุดในรอบ 5 ปี