เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
SAWAD โชว์กำไร Q2 กว่า 1,500 ล้าน โตต่อเนื่อง ปล่อยกู้จำนำทะเบียนรถหัวหอกหลัก
Finance SAWAD โชว์กำไร Q2 กว่า 1,500 ล้าน โตต่อเนื่อง ปล่อยกู้จำนำทะเบียนรถหัวหอกหลัก
AP โชว์ยอดขาย 7 เดือน ทะลุ 2.7 หมื่นล้าน ครึ่งปีหลังปรับเป้าเปิดเพิ่ม 31 โครงการ
Real Estate AP โชว์ยอดขาย 7 เดือน ทะลุ 2.7 หมื่นล้าน ครึ่งปีหลังปรับเป้าเปิดเพิ่ม 31 โครงการ
“เด็ก EF คิดเป็น เก่งการเงิน” สร้างอนาคตไทย ปูรากฐานทักษะสมองควบคู่วินัยการเงิน
Finance “เด็ก EF คิดเป็น เก่งการเงิน” สร้างอนาคตไทย ปูรากฐานทักษะสมองควบคู่วินัยการเงิน
กบง.ดึงส่วนเกินค่ากลั่น 4.47 พันล้าน อุ้มดีเซลต่อ 31 วัน ลดหน้าโรงกลั่น 2.40 บาท/ลิตร
Economic กบง.ดึงส่วนเกินค่ากลั่น 4.47 พันล้าน อุ้มดีเซลต่อ 31 วัน ลดหน้าโรงกลั่น 2.40 บาท/ลิตร
GI ไทยขยับใหญ่ กรมทรัพย์สินฯ ปั้นราชบุรี-เบตง-เกาะเกร็ด-หนองบัวลำภู เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน
Economic GI ไทยขยับใหญ่ กรมทรัพย์สินฯ ปั้นราชบุรี-เบตง-เกาะเกร็ด-หนองบัวลำภู เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน
ราคาทองวันนี้ (13 ส.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ส.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,450 บาท
ศพร.สกัดเนื้อโคเถื่อน 20 ตัน มูลค่า 2.8 ล้าน ลอบขนจากภาคใต้ส่งสมุทรสาคร
Economic ศพร.สกัดเนื้อโคเถื่อน 20 ตัน มูลค่า 2.8 ล้าน ลอบขนจากภาคใต้ส่งสมุทรสาคร
เปิดราคารถอีวีรุ่นใหม่ Lexus ES เริ่มต้น 3.29 ล้าน
Automotive เปิดราคารถอีวีรุ่นใหม่ Lexus ES เริ่มต้น 3.29 ล้าน
น้ำเหนือ-น้ำใต้เฝ้าระวัง “สุริยะ” สั่งกรมชลฯ คุม 12 จังหวัดเสี่ยง เร่งฟื้นฟูคลอง ร.1 หาดใหญ่ รับฝนใต้ พ.ย.นี้
Economic น้ำเหนือ-น้ำใต้เฝ้าระวัง “สุริยะ” สั่งกรมชลฯ คุม 12 จังหวัดเสี่ยง เร่งฟื้นฟูคลอง ร.1 หาดใหญ่ รับฝนใต้ พ.ย.นี้
เตือนสาย Cover กรมทรัพย์สินทางปัญญา ชี้ใช้ AI เจนเพลงไม่ขออนุญาต เสี่ยงละเมิดลิขสิทธิ์
Uncategorized เตือนสาย Cover กรมทรัพย์สินทางปัญญา ชี้ใช้ AI เจนเพลงไม่ขออนุญาต เสี่ยงละเมิดลิขสิทธิ์
ดูทั้งหมด

เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง เปิดแผนปี’68 ตั้งเป้าโต 5-7% รับเทรนด์สังคมคาร์บอนต่ำ

17 ธ.ค. 2567 | 16:25น.

เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง เผยเล็งสัญญาณบวกที่มีผลต่อภาพรวมธุรกิจวัสดุก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ เร่งปรับตัว ผลักดันสินค้ากรีนและโซลูชั่น พร้อมปรับภาคการผลิตใช้พลังงานทดแทนและพลังงานสะอาดมากขึ้น ตั้งเป้าโต 5-7% ท่ามกลางสถานการณ์ตลาดที่เติบโตต่ำ

นายวิโรจน์ รัตนชัยสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด เปิดเผยว่า คาดการณ์ว่าภาพรวมธุรกิจวัสดุก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัว 3% ในส่วนของมูลค่าการก่อสร้างภาครัฐ จากแผนเตรียมเสนอเปิดประมูลโครงการเมกะโปรเจ็กต์ด้านคมนาคมหลายโครงการ ในขณะที่การก่อสร้างภาคเอกชน มีแนวโน้มขยายตัวเพียง 1% จากการฟื้นตัวค่อนข้างช้าของตลาดที่อยู่อาศัย ถือเป็นการเติบโตที่ค่อนข้างน้อยหากเทียบกับ 2-3 ปีก่อน ด้วยเหตุผลของ Oversupply ในขณะที่ตลาดพื้นที่ค้าปลีกและพื้นที่สำนักงานให้เช่ามีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องโดยเฉลี่ยที่ 0-2% และ 2-4% ต่อปี ตามโครงการที่ทยอยก่อสร้างเสร็จ

ทั้งนี้ ทิศทางการเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลต่อธุรกิจเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง ภายใต้บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด โดยบริษัทวางแผนระยะสั้น จะยังคงเน้นเรื่องการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ตลาดและการแข่งขัน โดยออกสินค้ากลุ่ม Affordable Product เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคที่มีงบประมาณจำกัด ครบทั้งกลุ่มหลังคา บอร์ด ไม้สังเคราะห์ และผนังพื้นตกแต่งภายนอกบ้าน, ทำโครงการลดต้นทุนต่อเนื่อง

โดยยังคงประสิทธิภาพและคุณภาพของสินค้าและบริการ และเร่งสร้างการเติบโตของธุรกิจใหม่ รวมทั้งนำ AI เข้ามาช่วยพนักงานและคู่ค้าในการเข้าถึงข้อมูลสินค้า วิธีการติดตั้ง ออกแบบผลิตภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็ว ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างทันท่วงที

ในขณะเดียวกัน ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมมีผลกับธุรกิจวัสดุก่อสร้างและการก่อสร้างในปัจจุบันมากขึ้นกว่าในอดีต หากไม่มีการปรับตัวก็จะสูญเสียความสามารถในการแข่งขันอย่างเลี่ยงไม่ได้

ปัจจุบันสินค้าในธุรกิจเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง ได้การรับรองค่าคาร์บอนฟุตพรินต์จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกแห่งประเทศไทย (TGO) เป็นจำนวนกว่า 50% ของสินค้าทั้งหมด และได้รับการรับรองฉลากสิ่งแวดล้อม Environmental Product Declaration (EPD) สำหรับกลุ่มสินค้าไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ดและวัสดุตกแต่งทั้งหมด การันตีคุณสมบัติสินค้าคาร์บอนต่ำ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยมาตรฐานระดับสากล ตั้งเป้า 80% ของสินค้าวัสดุก่อสร้างในธุรกิจสมาร์ทลีฟวิ่งต้องมีค่าคาร์บอนฟุตพรินต์ภายในปี 2568 พร้อมรับนโยบายจากพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ พ.ร.บ. Climate Change ที่คาดว่าจะประกาศใช้ในปี 2568

นอกจากนี้ เอสซีจีมีแผนร่วมกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายบริษัทในการนำเศษวัสดุเหลือทิ้งจากงานก่อสร้าง มาเป็นวัสดุรีไซเคิลผสมในการผลิตสินค้า และนำสินค้าที่ผลิตได้กลับไปใช้งานที่โครงการนั้น ๆ อีกครั้ง แม้จะยังไม่ได้มีปริมาณมาก และต้องใช้ความพยายามให้ปรับกระบวนการทำงานของทั้ง 2 ฝ่าย แต่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะช่วยกันลดเศษวัสดุจากการก่อสร้างนำมาใช้ประโยชน์ และลดการปล่อยคาร์บอนร่วมกัน

ด้านการวางแผนระยะยาวยังคงมุ่งศึกษาและพัฒนาวัสดุก่อสร้างที่ผลิตมาจากวัสดุที่ยั่งยืน ลดการปล่อย Greenhouse Gas (GHGs) ตอบโจทย์ Industry Trend ผลักดัน Building Code ให้เป็น Net Zero Building ที่ใช้สินค้าคาร์บอนต่ำมากขึ้น รวมทั้งเร่งพัฒนาระบบการติดตั้งที่ง่ายและรวดเร็ว เพื่อช่วยลดต้นทุนและค่าแรงงานที่จะแพงและหายากมากขึ้น

โดยแผนการทำงานจะดำเนินการไปตามวัฒนธรรมองค์กร “Way of Work” คือทำงานแบบ Collaboration ทั้งกับหน่วยงานภายในและภายนอก มุ่งตอบความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก หรือ Customer Centric และสร้าง Entrepreneurship Mindset มองหาโอกาสใหม่ในธุรกิจเหมือนเป็นธุรกิจของตัวเอง ส่งเสริมให้พนักงานเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีการก่อสร้างที่ลดการใช้พลังงานและลดเศษวัสดุ รวมไปถึงเรียนรู้การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง

อย่างไรก็ดี ความไว้ใจที่ถูกสร้างขึ้นมายาวนาน ย่อมส่งผลบวกต่อทั้งธุรกิจและองค์กร จนทำให้สามารถครองใจ และทำให้บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด ถูกเลือกให้เป็นเบอร์ 1 ในใจผู้บริโภค การันตีด้วยรางวัล 2024-2025 Thailand’s Most Admired Company กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้างจาก BrandAge ติดต่อกันมากว่า 10 ปี ทั้งด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรม ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม และการให้บริการ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เอสซีจี แผนธุรกิจ