เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เจฟฟ์ เบโซส์’ CEO Amazon จ่อปิดดีลซื้อหุ้นส่วนน้อยสโมสรลิเวอร์พูล
Sport ‘เจฟฟ์ เบโซส์’ CEO Amazon จ่อปิดดีลซื้อหุ้นส่วนน้อยสโมสรลิเวอร์พูล
คำต่อคำ ‘นพ. สรณ’ งัดหลักฐานใหม่โต้ศาล-กรรมการสรรหาฯ ก่อนนายกฯ ทูลเกล้าปลดประธาน
Tech คำต่อคำ ‘นพ. สรณ’ งัดหลักฐานใหม่โต้ศาล-กรรมการสรรหาฯ ก่อนนายกฯ ทูลเกล้าปลดประธาน
ปลัดคลัง เชื่อ ก.ย. กระทรวงตบเท้าชงแผนใช้งบเปลี่ยนผ่านพลังงาน ก่อนคิกออฟลุยใน 1 ปี
Politics ปลัดคลัง เชื่อ ก.ย. กระทรวงตบเท้าชงแผนใช้งบเปลี่ยนผ่านพลังงาน ก่อนคิกออฟลุยใน 1 ปี
ราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
15 ปี BC4C บ้านปูเปิด 3 บทเรียนธุรกิจไทยร่วมแก้ปัญหาสังคม
SD 15 ปี BC4C บ้านปูเปิด 3 บทเรียนธุรกิจไทยร่วมแก้ปัญหาสังคม
Thailand Content Market 2026 เปิดเกมคอนเทนต์ไทยสู่โลก ปิดดีล 9.79 พันล้าน ‘จีน’ นำซื้อสูงสุด
Economic Thailand Content Market 2026 เปิดเกมคอนเทนต์ไทยสู่โลก ปิดดีล 9.79 พันล้าน ‘จีน’ นำซื้อสูงสุด
AXCR 2026 แรลลี่ที่ท้าทาย ชัยชนะทาง ‘วิศวกรรม’
Automotive AXCR 2026 แรลลี่ที่ท้าทาย ชัยชนะทาง ‘วิศวกรรม’
อนุทิน ให้งบฯสำรอง รองนายกฯ คนละ 100 ล้าน รับมือสถานการณ์น้ำฉุกเฉิน
Politics อนุทิน ให้งบฯสำรอง รองนายกฯ คนละ 100 ล้าน รับมือสถานการณ์น้ำฉุกเฉิน
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ ‘นพ.สรณ’ พ้นประธาน กสทช. แล้ว
Politics นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ ‘นพ.สรณ’ พ้นประธาน กสทช. แล้ว
เกรียง กัลป์ตินันท์ อดีต รมช.มหาดไทย แม่ทัพอีสานเพื่อไทย เสียชีวิต อายุ 73 ปี
Politics เกรียง กัลป์ตินันท์ อดีต รมช.มหาดไทย แม่ทัพอีสานเพื่อไทย เสียชีวิต อายุ 73 ปี
ดูทั้งหมด

ญี่ปุ่น ประเทศอนุรักษนิยม อาจมี “ผู้นำหญิง” ก่อนสหรัฐ

21 ก.ย. 2567 | 10:50น.
ซานาเอะ ทาคาอิจิ

ขณะที่สหรัฐอเมริกาอยู่ในช่วงนับถอยหลังสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2024 อีกฟากฝั่งของมหาสมุทรแปซิฟิก ที่ประเทศญี่ปุ่น พรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party : LDP) กำลังจะเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ในวันที่ 27 กันยายนนี้ ซึ่งนัยสำคัญคือผู้ที่ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคจะเป็น “นายกรัฐมนตรี” คนต่อไปของญี่ปุ่น

ผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค LDP จำนวน 2 คนจากทั้งหมด 9 คนเป็น “เพศหญิง” และ 1 ใน 2 คนนั้นเป็น “ตัวเต็ง” นั่นนำมาสู่การวิเคราะห์ว่า มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความอนุรักษนิยมทางสังคมและไม่มีความหลากหลายทางเพศในเวทีการเมืองและตำแหน่งบริหารระดับสูง อาจพลิกกลายเป็นประเทศที่มี “ผู้นำหญิง” ก่อนสหรัฐอเมริกา ที่เป็นประเทศแห่งเสรีภาพและความหลากหลาย

ผู้สมัครหญิงหนึ่งเดียวใน 3 “ตัวเต็ง” คือ “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” (Sanae Takaichi) หรือหากเขียนแบบญี่ปุ่นที่ขึ้นต้นด้วยนามสกุล คือ “ทาคาอิจิ ซานาเอะ” (Takaichi Sanae) ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

ทาคาอิจิได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายขวาของพรรค LDP และเธอถือเป็นผู้สืบทอดอุดมการณ์ของอดีตนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ (Shinzo Abe) ซึ่งหมายความว่า เธอสนับสนุนการยกระดับการป้องกันประเทศและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันเธอก็สนับสนุนอย่างแข็งขันต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายของภาครัฐ และการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างช้า ๆ

หากเธอชนะ ชัยชนะของเธอจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หรืออย่างน้อยก็เป็นหมุดหมายสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์สำหรับประเทศที่ยังไม่เคยมีนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง หรือผู้ว่าการธนาคารกลาง เป็น “ผู้หญิง” มาก่อน

ดูเหมือนว่านี่จะเป็นข่าวดีสำหรับชาวญี่ปุ่นที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคม อยากเห็นผู้หญิงมีบทบาททางการเมือง และอยากเห็นผู้หญิงเป็นผู้นำระดับสูงในองค์กรมากขึ้น แต่ในความเป็นจริง หากทาคาอิจิได้เป็นนายกฯหญิงคนแรกของญี่ปุ่นจริง ก็อาจจะยังไม่ใช่ข่าวดีอย่างที่หลายคนคาดหวัง

หากใครคาดหวังว่าเธอจะเป็นผู้นำหญิงแนว “เพื่อนหญิงพลังหญิง” ก็คงจะผิดหวัง เพราะเธออาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น อิงตามการรายงานของบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ทาคาอิจิไม่ค่อยพูดเรื่องสิทธิสตรีมากนัก เธอสนับสนุนกฎหมายที่เกี่ยวกับความเท่าเทียมทางเพศน้อยกว่าผู้สมัครหญิงอีกคน คือ โยโกะ คามิคาวะ (Yoko Kamikawa) หรือ คามิคาวะ โยโกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนปัจจุบัน ซึ่งมีนโยบายให้การสนับสนุนเพิ่มเติมสำหรับผู้หญิงที่ให้กำเนิดและเลี้ยงดูบุตร

ทาคาอิจิสนับสนุนให้มีการบังคับใช้กฎหมายบังคับให้คู่สมรสใช้นามสกุลเดียวกัน ซึ่งเป็นประเด็นที่เป็นบททดสอบว่าผู้สมัครเต็มใจที่จะสนับสนุนผู้หญิงและสิทธิสตรีแค่ไหน ขณะที่คู่แข่งชายของเธอที่เป็นตัวเต็งอีก 2 คนก็สนับสนุนกฎหมายนี้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ทาคาอิจิได้เรียกร้องให้มีการสนับสนุนด้านสุขภาพของผู้หญิงมากขึ้น และเรียกร้องการพิจารณาลดหย่อนภาษีสำหรับบริการแม่บ้าน เพื่อแบ่งเบาภาระการทำงานบ้านของผู้หญิง

ฮารูมิ ทากูจิ (Harumi Taguchi) นักเศรษฐศาสตร์ของ เอสแอนด์พี โกลบอล มาร์เก็ต อินเทลลิเจนซ์ (S&P Global Market Intelligence) แสดงความเห็นว่า หากผู้หญิงได้รับเลือก นั่นหมายถึงเพดานกระจกหนึ่งบานจะหายไป จะเป็นเหตุการณ์เชิงสัญลักษณ์ของความเท่าเทียมทางเพศ

ถึงอย่างนั้นก็ตาม ยังมีความสงสัยอยู่ว่า ทาคาอิจิซึ่งเป็นนักการเมืองอนุรักษนิยมสายแข็ง และมี มาร์กาเร็ต แทชเชอร์ (Margaret Thatcher) อดีตผู้นำหญิงสายอนุรักษนิยมของอังกฤษเป็นแรงบันดาลใจ จะพยายามส่งเสริมให้ผู้หญิงมีบทบาทในตำแหน่งผู้นำต่อไปหรือไม่

มาริ มิอุระ (Mari Miura) ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยโซเฟีย ในโตเกียว แสดงความเห็นว่า เพื่อที่จะเร่งความก้าวหน้า ญี่ปุ่นจำเป็นต้องนำระบบโควตาสำหรับเพศหญิงมาใช้ แต่พรรค LDP คงจะไม่ทำเช่นนั้น การที่พรรครัฐบาลมีผู้สมัครหัวหน้าพรรคเป็นผู้หญิง 2 คน “เป็นเพียงการแสร้งทำให้เห็นว่ามีความเท่าเทียม แต่พรรคไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงจริง ๆ”

มีการวิเคราะห์ว่า ไม่ว่าสุดท้ายแล้ว ทาคาอิจิจะชนะหรือแพ้ แต่ในภาพรวม ญี่ปุ่นก็ยังคงเป็นประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วที่ล้าหลังในแง่ความหลากหลายทางเพศในเวทีการเมือง ดังที่มีข้อมูลเปรียบเทียบอย่างเห็นภาพได้ชัด… ณ เดือนตุลาคม 2023 ญี่ปุ่นมีสัดส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพศหญิงเพียง 10.8% เท่านั้น ขณะที่รัฐสภาสหรัฐมีสมาชิกเพศหญิงสัดส่วน 29% และรัฐสภาเยอรมนีมีสมาชิกเพศหญิงสัดส่วน 35%