เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไมเนอร์ ทุ่ม 1,650 ล้าน ซื้อกิจการ Bonchon ทั่วโลก เว้นทวีปอเมริกา
Business ไมเนอร์ ทุ่ม 1,650 ล้าน ซื้อกิจการ Bonchon ทั่วโลก เว้นทวีปอเมริกา
จิวเวลรี่ไทยส่งออกทะลุ 8.25 พันล้านดอลลาร์ เร่งปั้น ODM ชิงตลาดโลก
Economic จิวเวลรี่ไทยส่งออกทะลุ 8.25 พันล้านดอลลาร์ เร่งปั้น ODM ชิงตลาดโลก
ราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,500 บาท
‘ประกันสังคมก้าวหน้า’ ชนะคดี จี้ สปส. ลุยเลือกตั้งบอร์ดตามนัดสกัดบอร์ดรักษาการยาว
Politics ‘ประกันสังคมก้าวหน้า’ ชนะคดี จี้ สปส. ลุยเลือกตั้งบอร์ดตามนัดสกัดบอร์ดรักษาการยาว
ภูเก็ตคึกคักรับวันแม่ ราคาดอกมะลิพุ่งกก. ละ 1,500 บาท
เศรษฐกิจภูมิภาค ภูเก็ตคึกคักรับวันแม่ ราคาดอกมะลิพุ่งกก. ละ 1,500 บาท
เอกนิติ จ่อประชุมนัดพิเศษบอร์ด ธ.ก.ส. พิจารณาข้อร้องเรียนจากสหภาพฯ
Finance เอกนิติ จ่อประชุมนัดพิเศษบอร์ด ธ.ก.ส. พิจารณาข้อร้องเรียนจากสหภาพฯ
พาณิชย์เช็กไข่ไก่โคราช ยันไม่ขาดตลาด ชี้ข่าวเร่งส่งออกทำของขาด ‘คลาดเคลื่อน’
Economic พาณิชย์เช็กไข่ไก่โคราช ยันไม่ขาดตลาด ชี้ข่าวเร่งส่งออกทำของขาด ‘คลาดเคลื่อน’
มะลิวันแม่พุ่งแตะลิตรละ 1,000 บาท พาณิชย์ลงปากคลองตลาดคุมเข้ม ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา
Economic มะลิวันแม่พุ่งแตะลิตรละ 1,000 บาท พาณิชย์ลงปากคลองตลาดคุมเข้ม ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา
รัฐบาลวางเป้า “ปฏิรูปราชการ” ลดหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาค 200 กว่าภายในปีงบ 70
Politics รัฐบาลวางเป้า “ปฏิรูปราชการ” ลดหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาค 200 กว่าภายในปีงบ 70
เอกนิติ สั่งสรรพสามิตเร่งเครื่องภาษีสร้างความเป็นธรรม ‘รถ EV-สันดาป’ ตั้งโรงงานในไทย
Finance เอกนิติ สั่งสรรพสามิตเร่งเครื่องภาษีสร้างความเป็นธรรม ‘รถ EV-สันดาป’ ตั้งโรงงานในไทย
ดูทั้งหมด

แผนกระตุ้น 17 ล้านล้าน กอบกู้ หรือทุบเศรษฐกิจญี่ปุ่น

04 ม.ค. 2567 | 09:45น.
แผนกระตุ้นศก.ญี่ปุ่น
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

“ฟูมิโอะ คิชิดะ” นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาลออกมาในยามที่คะแนนนิยมในรัฐบาลกำลังตกต่ำสุดขีด

ระดับการยอมรับในรัฐบาลคิชิดะซึ่งเคยขึ้นสูงสุดไปอยู่ที่ 59% เมื่อเดือนมิถุนายน 2022 ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเมื่อสิ้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โพลของบางสำนักระบุว่า คะแนนนิยมในรัฐบาลคิชิดะเหลือเพียงแค่ 17% ด้วยซ้ำไป

ท่ามกลางปัญหาอื้อฉาวเรื่องการใช้เงินจากการระดมทุนเพื่อการกุศลผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมายในญี่ปุ่น แผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลประกาศออกมา ดูเหมือนเป็นสิ่งจำเป็นในทางการเมือง แต่ในเวลาเดียวกัน ก็เกิดคำถามตามมาว่า แผนกระตุ้น
เศรษฐกิจที่ว่านี้เป็นสิ่งที่ระบบเศรษฐกิจของญี่ปุ่นต้องการจริงหรือไม่ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง ๆ หรือเปล่า

ตัวนายกรัฐมนตรีคิชิดะเองยืนยันว่า เป้าหมายของแผนกระตุ้นทางการคลัง รวมมูลค่าเกินกว่า 17 ล้านล้านเยน ก็เพื่อเอาชนะภาวะเงินฝืดและผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศกลับมาเข้าร่องเข้ารอยอีกครั้ง

แผนกระตุ้นดังกล่าวมีตั้งแต่การลดภาษีเป็นการชั่วคราวเป็นมูลค่า 40,000 เยนต่อคน (ราว 9,500 บาท), แจกเงิน 70,000 เยน (ราว 16,000 บาท) ให้ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยแต่ละครัวเรือน, จัดสรรงบประมาณเพื่ออุดหนุนค่าน้ำมันและค่าไฟฟ้า เพื่อดึงให้ราคาสินค้าที่พุ่งกระฉูดจากภาวะเงินเฟ้อให้ลดลง เป็นต้น

รัฐบาลญี่ปุ่นบอกว่า แผนกระตุ้นใหม่นี้พุ่งเป้าให้ความช่วยเหลือต่อครัวเรือนที่มีรายได้น้อยกับพื้นที่ต่าง ๆ ที่อยู่นอกศูนย์กลางทางเศรษฐกิจเป็นหลัก แต่ในเวลาเดียวกันก็จะช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจไปด้วยในตัว โดยทางการคาดการณ์ว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวที่ระดับ 1.2% ในช่วงระหว่างปี 2023-2026

แต่ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาว่า แผนกระตุ้นของรัฐบาลในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะไม่ได้ผล เพราะไม่ได้แก้ปัญหาที่แท้จริงในเศรษฐกิจทั้งระบบเท่านั้น แต่ยังจะสร้างปัญหาใหญ่ให้เกิดตามมาอีกด้วย

นักเศรษฐศาสตร์บางคนเชื่อว่า ถ้าจะเกิดผลอยู่บ้างก็คงเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แน่นอนการลดภาษีน่าจะส่งผลกระทบในทางบวกต่อการบริโภคอยู่บ้าง แต่อัตราเงินเฟ้อที่ยังคงสูงอย่างต่อเนื่องจะกดดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นอยู่ต่อไป เพราะจะยิ่งทำให้ค่าแรงที่แท้จริงลดลงต่อเนื่อง กระทบต่อเงินในกระเป๋าของผู้บริโภคอยู่ดี

แต่ปัญหาสำคัญที่สุดอยู่ที่รัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนใด ๆ ว่าจะหาเงินมาจากไหนเพื่อรองรับแผนการใช้จ่ายเงินขนาดมหึมาเช่นนี้ ในขณะที่การลดภาษีเท่ากับเป็นการลดรายได้ของรัฐบาลโดยตรง

คาดหมายกันว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะต้องก่อหนี้เพิ่มขึ้นเพื่อนำเงินมารองรับการใช้จ่ายตามแผนครั้งนี้ อย่างน้อยถึง 2 ใน 3 ของวงเงินทั้งหมด ในขณะที่ความไม่แน่นอนในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจมหภาคในอนาคตก็ทวีเพิ่มขึ้นทุกที สุดท้ายสถานการณ์อาจส่งผลให้การบริโภคและการลงทุนในประเทศลดลงอีกครั้ง

อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น “ชินโซ อาเบะ” เคยใช้วิธีอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ ผสมผสานกับนโยบายทางการคลังได้อย่างต่อเนื่อง เหตุผลสำคัญเพราะในช่วงเวลานั้นบรรดาธนาคารกลางระดับสำคัญ ๆ ของโลกพากันคงอัตราดอกเบี้ยต่ำเอาไว้โดยตลอด

ตรงกันข้ามกับในเวลานี้ ที่ทั้งเฟดหรือธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกากับธนาคารกลางแห่งยุโรป ทยอยกันขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องกันมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022 ซึ่งสร้างปัญหาให้กับธนาคารกลางญี่ปุ่นอย่างหนัก เพราะหากปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นตาม มีหวังรัฐบาลญี่ปุ่นที่แบกหนี้อยู่มหาศาลกว่า 260% ของจีดีพี ต้องนำงบประมาณมาจ่ายดอกเบี้ยสูงขึ้นตามไปด้วย

การรักษาอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำของญี่ปุ่น ทำให้นักลงทุนญี่ปุ่นพากันขนเงินที่ระดมได้จากในประเทศไปลงทุนในต่างประเทศ อย่างเช่นการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 4.3% ในระยะ 10 ปี กลายเป็นแรงกดดันต่อค่าเงินเยนของญี่ปุ่นไปโดยปริยาย

ยิ่งเฟดส่อเค้าว่าจะรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยสูงเอาไว้ต่อเนื่อง เงินเยนยิ่งอ่อนค่าลงตามไปด้วย ผลก็คือ สินค้านำเข้าซึ่งรวมทั้งวัตถุดิบในการผลิต และราคาพลังงานกับอาหารก็จะพุ่งสูงขึ้นตามไปเช่นกัน

ปัญหาที่รัฐบาลคิชิดะเผชิญอยู่ในเวลานี้เป็นปัญหาละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบไม่น้อย เพราะเมื่อใดก็ตามที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นตัดสินใจปรับอัตราดอกเบี้ย สถานะทางการคลังของรัฐบาลก็จะเกิดปัญหาจนอาจถูกเคลือบแคลงจากตลาดเงินระหว่างประเทศ

แต่ถ้าหากยังปล่อยสถานการณ์ต่อไป โดยให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ค่าเงินเยนก็จะยิ่งอ่อนตัวมากขึ้นไปอีก และอัตราเงินเฟ้อก็จะทวีขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อประชากรญี่ปุ่นทั้งประเทศ

สุดท้ายก็จะกลายเป็นผลลบต่อรัฐบาลคิชิดะอยู่ดีนั่นเอง