เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ส.ค. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ส.ค. 2569
สหรัฐไล่ล่า ‘สินค้าสวมสิทธิ์’ ไทยติด Tier 2 จับตา 8 อุตฯ ส่งออก 1.7-3.4 แสนล้านเสี่ยงถูกตรวจเข้ม
Economic สหรัฐไล่ล่า ‘สินค้าสวมสิทธิ์’ ไทยติด Tier 2 จับตา 8 อุตฯ ส่งออก 1.7-3.4 แสนล้านเสี่ยงถูกตรวจเข้ม
เปิดโจทย์ ‘โรงเรียนผู้สูงอายุ’ หลังรัฐปลดล็อก อปท. ติดงบ-บุคลากร
News เปิดโจทย์ ‘โรงเรียนผู้สูงอายุ’ หลังรัฐปลดล็อก อปท. ติดงบ-บุคลากร
มอเตอร์เวย์ M6-M82 เปิดฟรีปลาย ส.ค. 69 เช็กวัน-เวลา ด่านขึ้นลง
News มอเตอร์เวย์ M6-M82 เปิดฟรีปลาย ส.ค. 69 เช็กวัน-เวลา ด่านขึ้นลง
นิด้าโพล เปิดผลสำรวจ พรีเมียร์ลีก-ไทยลีก 2569
Sport นิด้าโพล เปิดผลสำรวจ พรีเมียร์ลีก-ไทยลีก 2569
หุ้นลีสซิ่งกำไรพุ่งยกแผง ‘MTC-SAWAD’ โชว์ครึ่งปีโต 2 หลัก
Finance หุ้นลีสซิ่งกำไรพุ่งยกแผง ‘MTC-SAWAD’ โชว์ครึ่งปีโต 2 หลัก
‘อสังหาฯ’ ซึมรีเจ็กต์พุ่งไม่หยุด สะเทือนแบ็กล็อก 1.85 แสนล้าน
Real Estate ‘อสังหาฯ’ ซึมรีเจ็กต์พุ่งไม่หยุด สะเทือนแบ็กล็อก 1.85 แสนล้าน
สื่อสารวิสัยทัศน์ไม่ชัด พนักงานก็หลงทาง (จบ)
Columns สื่อสารวิสัยทัศน์ไม่ชัด พนักงานก็หลงทาง (จบ)
ชงแบตเตอรี่พาสปอร์ตเข้าบอร์ด ค่ายรถผลิตส่งออกยุโรปต้องมี QR Code
Automotive ชงแบตเตอรี่พาสปอร์ตเข้าบอร์ด ค่ายรถผลิตส่งออกยุโรปต้องมี QR Code
ราคาน้ำมันวันนี้ (16 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (16 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

กีฬาโอลิมปิก เจ้าภาพเจ็บเกือบทุกราย ทำไมถึงอยากจัด

26 ก.ค. 2567 | 19:19น.

จาก “สนามรบจำลอง” สู่ “กีฬาพาณิชย์” ชวนส่องต้นทุนเจ้าภาพโอลิมปิก  มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ลงทุนหลายหมื่นล้านดอลลาร์ นอกจากกองหนี้ยาว 30 ปี เขาได้อะไรกลับมา

“NewsPulse” พาย้อนไปดูจุดเปลี่ยนของ มหกรรมกีฬาโอลิมปิก ที่เปลี่ยนจาก “สนามรบจำลอง” ของชาติมหาอำนาจ สู่ การกีฬาเชิงพาณิชย์ ที่โกยรายได้มหาศาลจากการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์ รวมถึงชวนตั้งคำถามการทุ่มทุนมหาศาลของประเทศเจ้าภาพเพื่อหวังผลประโยชน์กลับคืนมาทั้งในแง่ของเม็ดเงิน และการแสดงออกในเวทีโลก แต่ผลประโยชน์ได้มาคุ้มหรือไม่

ประเทศเจ้าภาพโอลิมปิก ลงทุนไปเท่าไหร่ มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

รายได้เจ้าภาพโอลิมปิก คุ้มไหม

The Council on Foreign Relations (CFR) เผยแพร่บทความที่น่าสนใจในชื่อ “เศรษฐศาสตร์ของการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก” ระบุว่า การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนปี 2008 ของปักกิ่งสร้างรายได้ 3.6 พันล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายมากกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์

ล่าสุด โตเกียวเกมส์ 2020 สร้างรายได้ 5.8 พันล้านดอลลาร์และค่าใช้จ่าย  1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ยิ่งไปกว่านั้นรายได้ส่วนใหญ่ไม่ได้ตกเป็นของเจ้าภาพ

แต่ IOC เก็บรายได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง หรือ 60% ของรายได้จากลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ทั้งหมด

โดยทั่วไปแล้วเป็นเงินก้อนเดียวที่ใหญ่ที่สุดที่เกิดจากโอลิมปิก!

สิ่งที่รัฐบาล หรือ เจ้าภาพ มองก่อนการแข่งขัน ว่าการจัดงานจะช่วยยกระดับเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โดยการสร้างงาน ดึงดูดนักท่องเที่ยว และเพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจโดยรวม

อย่างไรก็ตาม การวิจัยหลังโอลิมปิกจบลงมักไม่สอดคล้องกับความเชื่อของรัฐ และเจ้าภาพ “เจ็บทุกราย”

ในด้านการสร้างงาน  Robert Baumann และ Bryan Engelhardt นักเศรษฐศาสตร์ ได้ศึกษาการแข่งขันกีฬาซอลต์เลกซิตี้ปี 2002 พบว่า มีการเพิ่มงานระยะสั้น 7พันตำแหน่ง แต่ระยะยาวไม่มีเพิ่ม

และจากการศึกษาของธนาคารเพื่อการฟื้นฟูและการพัฒนาแห่งยุโรป ระบุว่า งานที่สร้างขึ้นจากการก่อสร้างโครงสร้างของโอลิมปิกมักเป็นเพียงชั่วคราว เว้นแต่เจ้าภาพจะประสบปัญหาการว่างงานสูง และงานส่วนใหญ่มักตกเป็นของคนงานที่มีงานทําอยู่แล้ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง

ในด้านการท่องเที่ยว นักเศรษฐศาสตร์ยังพบว่าผลกระทบต่อการท่องเที่ยวนั้นผสมผสานกัน เนื่องจากความปลอดภัย ความแออัด และราคาที่สูงขึ้นที่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ทําให้นักท่องเที่ยวจํานวนมากไม่พอใจ

รัฐบาลสเปน โปรโมท ว่า โอลิมปิก บาร์เซโลนาซึ่ง ในปี 1992 ทำให้เมืองกลายเป็นปลายทางยอดนิยมอันดับ 6 ในยุโรป จากเดิมอยู่อันดับ 11 หลังจากการแข่งขันกีฬาฤดูร้อน เช่นเดียวกับ ซิดนีย์และแวนคูเวอร์ต่างก็มีการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพ

ตรงข้ามกับ ปักกิ่ง  ลอนดอน และซอลต์เลกซิตี้ล้วนมีการท่องเที่ยวลดลงในช่วงหลายปีหลังเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน นักเศรษฐศาสตร์พบว่าผลกระทบของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกต่อการท่องเที่ยวนั้นระบได้ยาก เพราะผสมผสานกัน เนื่องจากความมั่นคง ความแออัด และค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น

โอลิมปิก 2016 ที่ริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล เป็นตัวอย่างที่ดีของการลงทุนกระตุ้นให้เกิดการจ้างงาน และพัฒนาเมืองไปพร้อมกัน แต่ก็ประสบปัญห่ามากมาย โดยเฉพาะกับประชาชนที่ส่วนใหญ่ยากจนและเป็นชุมชนแออัด  บราซิลตั้งค่าใช้จ่าย 2 หมื่นล้านดอลลาร์ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่หลากหลาย ทั้งที่พัก โรงแรมใหม่ 4 หมื่นห้อง สาธารณูปโภคด้านความปลอดภัย และอื่นๆ ซึ่ง พวกเขามีเจตนาเพื่อฟื้นฟูชุมชนแออัดภายในเมือง

แต่หลังจากกีฬาโอลิมปิกจบลง สถานที่ส่วนใหญ่ก็ถูกทิ้งร้างหรือแทบไม่ได้ใช้งาน

จุดเปลี่ยน โอลิมปิก สู่การแสวงหารายได้และกำไร

โอลิมปิกสมัยใหม่ มีอายุกว่า 124 ปี จัดมาแล้ว 33 ครั้ง เป็นการรื้อฟื้นประเพณีโบราณของชาวกรีกที่จัดกีฬาถวายเทพเจ้าบนเขาโอลิมปัส จัดครั้งแรกในปี ค.ศ.1892 นำโดย ขุนนางฝรั่งเศส “ปิแอร์ เดอ ดูเบอร์แตง” ซึ่งพยายามรวมกลุ่มสมาคมกีฬาของชาติมหาอำนาจขณะนั้น คือ ประเทศอังกฤษ, สหรัฐอเมริกา และฝรั่งเศส ได้ก่อตั้ง “คณะกรรมการโอลิมปิกสากล” หรือ IOC ขึ้นเป็นครั้งแรก ในปี ค.ศ. 1892 และเปิดแข่งขันครั้งแรก ณ กรุงเอเธนส์ ใน พ.ศ. 2439 (ค.ศ. 1896) มีชาติสมาชิกเข้าร่วม 15 ประเทศ

โอลิมปิกสมัยใหม่ในช่วงแรกจึงเป็นการวัดพลังการพัฒนาศักยภาพของนักกีฬา โดยเฉพาะการมาถึงของลัทธิคลั่งเชื้อชาติ-ฟาสซิสม์ ที่เชื่อมั่นในความเหนือกว่าของเชื้อชาติ ผิวพรรณ โดยเฉพาะพรรคนาซีในช่วงก่อนสงครามโลกให้ความสนใจกับการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกอย่างมาก ทั้งพยายามอย่างมากที่จะฝึกฝนและส่งนักกีฬาเชื้อชาติ “อารยัน” เพื่อเอาชนะการแข่งขัน แสดงความภาคภูมิใจ และบางครั้งถึงขั้นกีดกันนักกีฬาผิวสีออกด้วย ทั้งนีี้ชาติใดที่ส่งนักกีฬาคว้าเหรียญทองจำนวนมาก ยังแสดงถึงความแข็งแกร่งพร้อมพรั่ง

โอลิมปิก เป็นสนาม “วัดพลัง” ของชาติมหาอำนาจเรื่อยมา การได้เป็นเจ้าภาพ หรือการเป็นเจ้าเหรียญทอง แสดงถึงความยิ่งใหญ่ ความพร้อมของเศรษฐกิจและสังคมที่สามารถพัฒนาการกีฬาและความแข็งแกร่งของประชากรตลอดช่วงต้นศตวรรษที่ 20 จนถึงยุคสงครามเย็น

ครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 นี้เองที่ “เทคโนโลยีสื่อสารมวลชน” เปลี่ยนผ่านจากการกระจายเสียง มาเป็นการแพร่ภาพ หรือ “โทรทัศน์” มีมากขึ้น ราวทศวรรษที่ 1970 เป็น Turning Point ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่ทำให้ โอลิมปิก เข้าสู่ “การพาณิชย์”

ต้นทุนเจ้าภาพโอลิมปิก เพิ่ม 3 เท่า

“Andrew Zimbalist” นักเศรษฐศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์โอลิมปิก มองว่า จํานวนผู้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากต้นศตวรรษที่ 20 และจํานวนกิจกรรมกีฬาเพิ่มขึ้น 1 ใน3 ในช่วงทศวรรษที่ 1960

ต่อมาใน โอลิมปิก ปี 1972 ที่เมืองมิวนิก เกิดเหตุสะเทือนขวัญกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์บุกสังหารนักกีฬาอิสราเอล นอกจากทําให้ภาพลักษณ์ของโอลิมปิกเสื่อมเสีย ยังนำไปสู่การเพิ่ม “ต้นทุน” ความปลอดภัย ในการแข่งขันหลังจากนั้น

การศึกษาของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดในปี 2024 ประมาณการว่าตั้งแต่ปี 1960 ต้นทุนเฉลี่ยของเจ้าภาพเพิ่มขึ้นสามเท่า

ต่อมา การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนปี 1976 ที่ มอนทรีออล ทำให้เริ่มเห็นหายนะทางการเงินจากการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิด โดยเมืองคาดการณ์ค่าใช้จ่ายไว้ที่ 124 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ต้นทุนจริงคิดเป็นหลายพันล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่เกิดจากความล่าช้าในการก่อสร้างและค่าใช้จ่ายสําหรับสนามกีฬาแห่งใหม่ ทําให้เมืองต้องเป็นหนี้ประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งใช้เวลาเกือบ 30 ปี ในการชําระหนี้

ลอสแองเจลิส เมืองเดียวที่เคยได้กำไรจากการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก

“ลอสแองเจลิส” สหรัฐอเมริกา เป็นเมืองเดียวที่เสนอเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูร้อนปี 1984 โดยไร้คู่แข่ง จึง “ดีล” เงื่อนไขพิเศษกับ IOC ได้ โดยพวกเขาไม่ต้องเสนอสร้างสนามกีฬาและสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ๆ ต่อ IOC เพราะไม่เช่นนั้นก็ไม่มีใครจัด ทำให้ “ลอสแองเจลิส” สามารถใช้สนามกีฬาและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิมได้เกือบทั้งหมด ไม่ต้องสร้างใหม่

เมื่อรวมกับรายได้จากการออกอากาศทางโทรทัศน์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทําให้ลอสแองเจลิสเป็นเมืองเดียวที่ทํา “กําไร” จากการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก

ความสําเร็จของลอสแองเจลิส เย้ายวนใจให้อีกหลายเมือง อยากลองเป็นเจ้าภาพบ้าง จากผู้เสนอเป็นเจ้าภาพแค่ 2 รายในโอลิมปิก 1988 เป็น 12 รายในการจัดเกมในปี 2004 สิ่งนี้ทําให้ IOC สามารถเลือกเมืองที่มีแผนการที่ทะเยอทะยานและมีราคาแพงที่สุด

ตามที่นักวิจัย Robert Baade และ Victor Matheson ชี้ให้เห็นว่า ประเทศกําลังพัฒนาเข้าเสนอตัวเป็นเจ้าภาพเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่าหลังจากปี 1988 ประเทศต่างๆ เช่น จีน บราซิล และรัสเซียกระตือรือร้นที่จะใช้เกมนี้เพื่อแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในเวทีโลก ประเทศเหล่านี้ต้องลงทุนมหาศาลเป็นหมื่นล้านเหรียญ เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จําเป็น

ในปี 2021 เมือ บริสเบน ออสเตรเลีย จะเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ฤดูร้อนปี 2032 นับเป็นเมืองแรกที่ชนะการเสนอราคาโอลิมปิก โดยไร้คู่แข่ง นับตั้งแต่ ลอสแองเจลิส จัดในปี 1984

ค่าใช้จ่ายของเจ้าภาพมีอะไรบ้าง ทำไมสูงกว่างบประมาณทุกครั้ง

บทความ”เศรษฐศาสตร์ของการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก” ของ The Council on Foreign Relations (CFR) ได้เขียนถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดย “NewsPulse” แบ่งได้ดังนี้

1.การเสนอแผน 50-100 ล้านดอลลาร์

ค่าใช้จ่ายของเจ้าภาพ มีตั้งแต่ในการวางแผน การจ้างที่ปรึกษา การจัดกิจกรรม และการเดินทางที่จําเป็นอยู่ระหว่าง 50 – 100 ล้านดอลลาร์

โตเกียวใช้เงินมากถึง 150 ล้านดอลลาร์ ในการประมูลที่ล้มเหลวในปี 2016 และประมาณครึ่งหนึ่งสําหรับการประมูลที่ประสบความสําเร็จในปี 2020

2.เตรียมโครงสร้างพื้นฐาน 5,000 – 50,0000 ล้านดอลลาร์

เมื่อเมืองได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพ จะมีเวลาประมาณหนึ่งทศวรรษในการเตรียมพร้อมสําหรับการมาเยือนทั้งนักกีฬาและนักท่องเที่ยว การแข่งขันกีฬาฤดูร้อนมีขนาดใหญ่กว่ามาก ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายแสนคนมาชม และมีนักกีฬากว่าหมื่นคนลงแข่งขันในการแข่งขันกว่า 300 รายการ และมทีมงานประกบด้วย

ความต้องการเร่งด่วนที่สุด คือ การสร้างหมู่บ้านนักกีฬาโอลิมปิก และสถานที่ขนาดใหญ่พอที่จะจัดพิธีเปิดและปิด

โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยและการขนส่ง IOC กําหนดให้เมืองที่เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาฤดูร้อนต้องมีห้องพักในโรงแรมอย่างน้อยสี่หมื่นห้อง ซึ่งในกรณีของ เมืองริโอเดอจาเนโณ จําเป็นต้องสร้างห้องพักโรงแรมใหม่หนึ่งหมื่นห้าพันห้อง ถนน เส้นทางรถไฟ และสนามบินยังต้องได้รับการพัฒนาหรือสร้างขึ้นใหม่

สนามกีฬา “รังนก” ของปักกิ่งในปี 2008 มีค่าใช้จ่ายในการสร้าง 460 ล้านดอลลาร์

โดยรวมแล้วค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้มีตั้งแต่ 5,000 – 50,0000 ล้านดอลลาร์ หลายประเทศให้เหตุผลกับการลงทุนเหล่านี้ว่า เป็นโครงสร้างที่สามารถใช้ได้ยาวนาน หลังโอลิมปิกจบลง ไม่ว่าจะเป็นอาคารที่พัก ถนน สนามบิน สนามกีฬา และอื่นๆ

3.ค่าดำเนินการ 1-2 พันล้านดอลลาร์

ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงาน คิดเป็นส่วนที่น้อยกว่า แต่สําคัญมาก โดยค่าใช้จ่ายด้านความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่การก่อการร้าย 9/11 โอลิมปิกซิดนีย์ใช้เงิน 250 ล้านดอลลาร์ในปี 2000 ในขณะที่เอเธนส์ใช้จ่ายมากกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2004 และค่าใช้จ่ายยังคงอยู่ระหว่าง 1 – 2 พันล้านดอลลาร์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา (สูงขึ้นในช่วงการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ในปี 2022 เมื่อมีรายงานว่าโตเกียวทุ่มเงิน 2.8 พันล้านดอลลาร์เพื่อป้องกันโรคเพียงอย่างเดียว)

4.ค่าใช้จ่ายในอนาคต 10-30 ล้านดอลลาร์ ต่อ ปี

ปัญหาอีกอย่าง คือ สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่เป็นที่เชิดหน้าชูตาของเจ้าภาพ มีงบประมาณแฝงระยะยาวต่อไปอีหลายปี โดยเฉพาะค่าบำรุงรักษา หลังการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

เช่น สนามกีฬาโอลิมปิกของซิดนีย์มีค่าใช้จ่าย 30 ล้านดอลลาร์ต่อปี ส่วน สนามกีฬา “รังนก” ต้องใช้เงิน 10 ล้านดอลลาร์ต่อปีในการบํารุงรักษา และส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้งานหลังจากการแข่งขันปี 2008 จนกระทั่งเมืองใช้อีกครั้งเพื่อเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาฤดูหนาวปี 2022

สิ่งอํานวยความสะดวกเกือบทั้งหมดที่สร้างขึ้นสําหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่เอเธนส์ปี 2004 มีค่าใช้จ่ายที่นําไปสู่วิกฤตหนี้ของกรีซ ในมอนทรีออล สนามกีฬาโอลิมปิกที่รู้จักกันในชื่อ Big O ถูกเรียกว่า Big Owe เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายมหาศาล

ในปี 2024 รัฐบาลควิเบกกล่าวว่าจะใช้เงิน 870 ล้านดอลลาร์ เพื่อเปลี่ยนหลังคาสนามกีฬาที่ไม่ค่อยได้ใช้เป็นครั้งที่สาม

นักเศรษฐศาสตร์ มองว่า ต้องพิจารณาร่วมกับค่าเสียโอกาสของการใช้จ่ายภาคสาธารณะ ที่จำเป็นต้องใช้ในความสําคัญอื่น ๆ และการชําระหนี้ที่เหลือ หลังจากเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน อาจเป็นภาระงบประมาณหลายทศวรรษ เมืองมอนทรีออล ใช้เวลา 30 ปี จากการเป็นเจ้าภาพในปี 1976 จนถึงปี 2006 ในการชําระหนี้

ในขณะที่หนี้จากโอลิมปิก จำนวนหลายพันล้านดอลลาร์ของกรีซ ถึงกับทำให้ประเทศล้มละลาย

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โอลิมปิก 2024