เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘อนุทิน’ คุยปลัดกลาโหมสหรัฐ ย้ำไทยไม่ใช้ความร่วมมือทหาร ต่อรอง ‘ภาษีทรัมป์’
Politics ‘อนุทิน’ คุยปลัดกลาโหมสหรัฐ ย้ำไทยไม่ใช้ความร่วมมือทหาร ต่อรอง ‘ภาษีทรัมป์’
DIP เตือนสายทำเพลง Cover ใช้ AI เจนเพลงไม่ขออนุญาต เสี่ยงละเมิดลิขสิทธิ์
News DIP เตือนสายทำเพลง Cover ใช้ AI เจนเพลงไม่ขออนุญาต เสี่ยงละเมิดลิขสิทธิ์
บาร์บีคิวพลาซ่า เปิด GON BUFFET ครึ่งปีหลัง 2569 จัด 5 ราคา เริ่ม 399 บาท
Biz Movement บาร์บีคิวพลาซ่า เปิด GON BUFFET ครึ่งปีหลัง 2569 จัด 5 ราคา เริ่ม 399 บาท
ราคาทองวันนี้ (13 ส.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ส.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,550 บาท
กระแส Hyrox บุกเอเชีย ไทย-ญี่ปุ่นคึกคัก ปลุกท่องเที่ยวเชิงกีฬา
World กระแส Hyrox บุกเอเชีย ไทย-ญี่ปุ่นคึกคัก ปลุกท่องเที่ยวเชิงกีฬา
ศาลจำคุก อภิรักษ์ โกฎธิ พร้อมพวก 49,110 ปี ชดใช้ 4,911 ล้าน คดี Forex 3D
News ศาลจำคุก อภิรักษ์ โกฎธิ พร้อมพวก 49,110 ปี ชดใช้ 4,911 ล้าน คดี Forex 3D
แสนสิริ ทุ่ม 1.1 หมื่นล้าน พลิกโฉมราชพฤกษ์ตัดใหม่ ผุดคอมมูนิตี้ 1,000 ไร่ ดีเดย์ 3 โครงการ ก.ย.นี้
Real Estate แสนสิริ ทุ่ม 1.1 หมื่นล้าน พลิกโฉมราชพฤกษ์ตัดใหม่ ผุดคอมมูนิตี้ 1,000 ไร่ ดีเดย์ 3 โครงการ ก.ย.นี้
“ศุภจี” ปลุกเครื่องยนต์อุตสาหกรรมใหม่ ดัน Made in Thailand ปลาย ส.ค. ลุยเจรจาภาษีสหรัฐ
Economic “ศุภจี” ปลุกเครื่องยนต์อุตสาหกรรมใหม่ ดัน Made in Thailand ปลาย ส.ค. ลุยเจรจาภาษีสหรัฐ
SAWAD โชว์กำไร Q2 กว่า 1,500 ล้าน โตต่อเนื่อง ปล่อยกู้จำนำทะเบียนรถหัวหอกหลัก
Finance SAWAD โชว์กำไร Q2 กว่า 1,500 ล้าน โตต่อเนื่อง ปล่อยกู้จำนำทะเบียนรถหัวหอกหลัก
AP โชว์ยอดขาย 7 เดือน ทะลุ 2.7 หมื่นล้าน ครึ่งปีหลังปรับเป้าเปิดเพิ่ม 31 โครงการ
Real Estate AP โชว์ยอดขาย 7 เดือน ทะลุ 2.7 หมื่นล้าน ครึ่งปีหลังปรับเป้าเปิดเพิ่ม 31 โครงการ
ดูทั้งหมด

ส่งออกอัญมณีไทยฟื้น จีไอทีเปิด 5 ยุทธศาสตร์ดันศูนย์กลางการค้า

13 พ.ค. 2567 | 14:06น.
jewelry

จีไอที ชี้แนวโน้มส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับเริ่มฟื้นจากเศรษฐกิจโลกดี ขณะที่มีส่งออกเดือนมีนาคม 2567 มูลค่า 691.55 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 9.77% ฟื้นตัว 7 เดือนติด พร้อมเปิด 5 ยุทธศาสตร์ ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก

วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยว่าแนวโน้มการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ คาดว่า จะยังคงฟื้นตัวดีขึ้น จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินเศรษฐกิจโลก เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2567 ว่าจะอยู่ที่ 3.2% ขณะที่การส่งออกไปยังตลาดคู่ค้าสำคัญพลิกกลับมาเป็นบวกได้ ทั้งสหรัฐ อินเดีย เยอรมนี เบลเยียม และสหราชอาณาจักร และได้แรงหนุนจากการจัดงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับหลายงานทั่วโลก

สุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย
สุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย

ส่วนทองคำ ยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจ และมีโอกาสที่ราคาจะขยับขึ้นได้อีกในช่วงที่เหลือของปีนี้ แต่ต้องจับตาประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจขยายตัวเพิ่มขึ้น อัตราเงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน และปัญหาค่าครองชีพ ที่ยังเป็นประเด็นที่กดดันเศรษฐกิจ

ส่วนการทำตลาดจากนี้ ควรใช้การตลาดเชิงสร้างสรรค์ด้วย AI มาช่วยสร้างสรรค์ผลงาน เพราะไม่เพียงช่วยให้การสร้างงานต้นแบบได้รวดเร็วมากขึ้น แต่ยังสามารถเป็นเสมือนเพื่อนร่วมคิดที่สอบถาม ให้คำแนะนำ เพื่อเติมเต็มแรงบันดาลใจให้ได้รับไอเดียใหม่ ๆ ในการสร้างรูปแบบให้ตรงตามความคาดหวังของผู้บริโภค และการสื่อสารกับผู้บริโภค ควรใช้การตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์ที่ยังเป็นเทรนด์ที่มาแรง

เพราะผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการมากกว่าแค่ตรารับรอง ต้องการความสัมพันธ์ที่จริงใจและน่าเชื่อถือจากผู้มีอิทธิพลหรือเชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ ซึ่งจะเป็นสองส่วนสำคัญ ที่ช่วยผลักดันธุรกิจให้เติบโต ไม่ว่าเป็นธุรกิจระดับขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่

ขณะที่การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ไม่รวมทองคำ เดือน มี.ค. 2567 มีมูลค่า 691.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.77% ฟื้นตัวต่อเนื่อง 7 เดือนติดต่อกัน และหากรวมทองคำ มีมูลค่า 1,083.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 50.73% ส่วนยอดรวม 3 เดือน ปี 2567 (ม.ค.-มี.ค.) การส่งออกไม่รวมทองคำ มีมูลค่า 2,513.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 13.36% หากรวมทองคำ มูลค่า 4,115.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 0.28%

“การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไม่รวมทองคำ ยังคงฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง เพราะเศรษฐกิจคู่ค้าสำคัญของไทยฟื้นตัวดีขึ้น มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ส่วนการส่งออกที่รวมทองคำลดลงกว่า 50% เนื่องจากราคาทองคำตลาดโลกมีความผันผวนในทิศทางที่สูงขึ้น ทำให้คาดเดาได้ยาก จึงส่งผลให้มีการส่งออกทองคำไปเก็งกำไรลดลง

โดยการส่งออกทองคำรวม 3 เดือน มีมูลค่า 1,601.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 16.11% แยกเป็น ม.ค. มูลค่า 469.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 194.17% ก.พ. มูลค่า 740.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 309.51% และ มี.ค. มูลค่า 391.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 75.02%”

สำหรับตลาดส่งออกสำคัญ พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกือบทุกตลาด โดยสหรัฐเพิ่ม 10.81% ฮ่องกง เพิ่ม 34.29% เยอรมนี เพิ่ม 18.62% อินเดีย เพิ่ม 81.44% เบลเยียม เพิ่ม 70.08% สหราชอาณาจักร เพิ่ม 5.75% กาตาร์ เพิ่ม 22.83% ญี่ปุ่น เพิ่ม 14.12% อิตาลี เพิ่ม 4.01% แต่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ลด 21.19%

ส่วนสินค้าส่งออกสำคัญ ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้น โดยเครื่องประดับทอง เพิ่ม 10.58% เครื่องประดับเงิน เพิ่ม 26.59% พลอยก้อน เพิ่ม 129.40% พลอยเนื้อแข็งเจียระไน เพิ่ม 11.37% พลอยเนื้ออ่อนเจียระไน เพิ่ม 28.84% เพชรก้อน เพิ่ม 3.92% เพชรเจียระไน เพิ่ม 7.54% เครื่องประดับเทียม เพิ่ม 15.39% ของทำด้วยไข่มุกและรัตนชาติ เพิ่ม 31.24% ส่วนทองคำ ลด 16.11% เครื่องประดับแพลทินัม ลด 47.19%

นายสุเมธกล่าวอีกว่า เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก และเสริมสร้างความน่าเชื่อถือในระดับโลกนั้น จีไอทีได้กำหนดแนวทางการทำงานภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่

1.ยกระดับมาตรฐานการตรวจรับรองอัญมณีและเครื่องประดับ และโลหะมีค่าสู่สากล โดยผลักดันการใช้ และอ้างอิงมาตรฐานอัญมณีฯให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล จัดทำมาตรฐาน GIT Standard สำหรับใช้ในห้องปฏิบัติการตรวจสอบ (ห้องแล็บ) ให้มีมาตรฐานการตรวจสอบเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทย และชาวต่างชาติเชื่อมั่นในการวิเคราะห์ตรวจสอบ และใช้ใบรับรองคุณภาพสินค้าเพิ่มขึ้น

สำหรับจีไอที ซึ่งมีภารกิจในการตรวจสอบ และออกใบรับรองอัญมณีและโลหะมีค่านั้น ห้องแล็บของจีไอที มีมาตรฐาน ได้รับการยอมรับระดับจากสมาพันธ์เครื่องประดับโลก (CIBJO) และ Laboratory Manual Harmonization Committee (LMHC) อีกทั้งยังได้ดำเนินการที่เป็นมาตรฐานสากลและระบบคุณภาพมาตรฐาน นอกจากนี้ จีไอที ยังได้เป็นสมาชิก The Responsible Jewellery Council (RJC) ซึ่งเป็นองค์การที่สนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีความพร้อมในการเข้าสู่การค้าอัญมณีฯแบบมีความรับผิดชอบต่อสังคม

2.ส่งเสริมการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม ที่นำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และเชิงสังคม เช่น พัฒนานวัตกรรมในการผลิตเครื่องประดับ และต่อยอดขยายผลเชิงพาณิชย์สำหรับวิจัยที่โดดเด่น เช่น ฐานข้อมูลอัจฉริยะแหล่งอัญมณีโลก, กระบวนการพัฒนาสีพลอยทัวร์มาลีนโดยเทคโนโลยีทางนิวเคลียร์ เพื่อเพิ่มมูลค่าอัญมณีในอุตสาหกรรม เป็นต้น

3.การเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการ เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมอัญมณีฯ โดยมุ่งเน้นพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะสูง การสร้างแบรนด์ โดยสอนตั้งแต่ระดับช่างฝีมือ พนักงานขาย ไปจนถึงผู้ประกอบการ รวมทั้งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ/นักออกแบบ/Start-Up เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า เป็นต้น

4.การเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านอัญมณีฯของประเทศ โดยมุ่งสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงการเผยแพร่และแลกเปลี่ยนข้อมูลอัญมณีฯ จัดทำข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์ด้านการตลาดอัญมณีฯที่ครอบคลุมหลากหลายตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น

และ 5.พัฒนาจีไอทีไปสู่องค์กรดิจิทัล ที่มีสมรรถนะสูง และเสริมสร้างภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพขององค์กรไปสู่ระดับสากล

ทั้งนี้ ปัจจุบัน ไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกอัญมณีฯ เป็นอันดับที่ 14 ของโลก นำรายได้เข้าประเทศสูงเป็นอันดับ 3 ของสินค้าส่งออกทั้งหมดของไทย หรือราว 400,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับมูลค่าการค้าในประเทศอีกราว 600,000 ล้านบาทแล้ว ก่อให้เกิดเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจปีละเกือบ 1 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 5.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ มีการจ้างงานกว่า 800,000 คนตลอดห่วงโซ่การผลิต แบ่งเป็น 78% อยู่ในวงการค้าปลีก ค้าส่ง และ 20% เป็นนักออกแบบ ช่างมือและเจียระไน คนทำงานในเหมือง