กระแส Hyrox บุกเอเชีย ไทย-ญี่ปุ่นคึกคัก ปลุกท่องเที่ยวเชิงกีฬา
ไฮร็อกซ์ (Hyrox) ผู้จัดแข่งขันฟิตเนสเรซซิ่งในร่มระดับโลก (Indoor Fitness Race) เจาะกลุ่มผู้ชื่นชอบการออกกำลังกายที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในทวีปเอเชีย โดยยกระดับการออกกำลังกายทั่วไปให้เป็นการแข่งขัน และช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงกีฬาในภูมิภาค ซึ่งในไทยและญี่ปุ่น มีชาวต่างชาติเข้าร่วมการแข่งขันมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้เข้าแข่งทั้งหมด
ขณะที่การแข่งขัน Hyrox Bangkok เริ่มขึ้นในวันที่ 13-16 สิงหาคม 2026 ก่อนหน้านั้นหนึ่งสัปดาห์ เมื่อวันที่ 7-9 ส.ค. นักวิ่งรูปร่างเฟิร์มกว่า 12,000 คน ต่างมารวมตัวกันที่ศูนย์แสดงสินค้าและจัดคอนเสิร์ต มาคุฮาริ เมสเซ่ (Makuhari Messe) ในจังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน Hyrox Chiba
ภายในงานที่จังหวัดชิบะเต็มไปด้วยพลัง เหล่านักวิ่งที่สวมชุดเข้ากันเป็นทีม ต่างวิ่งไประหว่างสถานีออกกำลังกายต่าง ๆ เช่นเดียวกับที่จะเกิดขึ้นในกรุงเทพ โทบี้ ชายชาวอังกฤษวัย 29 ปี ที่ทำงานในญี่ปุ่นและเข้าร่วมการแข่งไฮร็อกซ์เป็นครั้งแรกกล่าวว่า ผมชอบความตื่นเต้นและพลัง จึงอยากลองแข่งไฮร็อกซ์ดูบ้าง
ไฮร็อกซ์ เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2017 ที่ประเทศเยอรมนี โดยคริสเตียน โทตซ์เก้ อดีตนักกีฬาทศกรีฑา (Decathlon) และผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดอีเวนต์กีฬา ร่วมกับมอริทซ์ ฟัวสเตอ นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งเหรียญทองโอลิมปิก หลังจากประสบความสำเร็จในยุโรปและสหรัฐอเมริกา ไฮร็อกซ์ ก็ขยายเข้ามายังภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในปี 2022
ปัจจุบัน มีการจัดการแข่งขันไฮร็อกซ์กว่า 80 เมืองทั่วโลก และเมื่อปี 2025 มีผู้เข้าร่วมรวมแล้วกว่า 550,000 คน โดยแม้ทีมผู้จัดงานจะไม่เปิดเผยผลประกอบการทางการเงิน แต่ที่แน่ชัดคือ มีการเติบโตที่รวดเร็วทั้งในด้านจำนวนกิจกรรมและจำนวนผู้เข้าร่วม
ในพาร์ทการแข่งขัน ประกอบด้วยการวิ่ง 8 กิโลเมตร สลับกับสถานีออกกำลังกาย 8 สถานี เช่น การพายเรือและการยกกระสอบทราย โดยผู้เข้าร่วมต้องทำกิจกรรมในสถานีนั้น ๆ ให้เสร็จสิ้นแข่งกับเวลา แม้จะไม่มีกำหนดเวลาก็ตาม รูปแบบการแข่งขันมีทั้งการแข่งแบบเดี่ยว คู่ และทีม โดยมีค่าสมัครราว 3,500 – 4,700 บาทต่อคน

ปักหมุด 25 เมืองใหญ่เอเชีย
แกรี่ หวัน กรรมการผู้จัดการ Hyrox Asia Pacific กล่าวว่า การแข่งขันไฮร็อกซ์ ออกแบบมุ่งเป้าเฉพาะกลุ่มไปที่ผู้ออกกำลังกายในยิม โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีผู้คนมากมายออกกำลังกายในยิมเป็นประจำทุกวัน แต่ยังไม่เคยมีการจัดการแข่งขันใด ๆ ที่จะกระตุ้นให้คนเหล่านี้ มีแรงจูงใจอยากกลับไปซ้อมที่ยิมอย่างต่อเนื่อง และเราเชื่อว่า เราเจอพื้นที่ทางการตลาดตรงนี้แล้ว
ในฤดูกาลเริ่มต้นเดือน มิ.ย. 2026 ไฮร็อกซ์จัดการแข่งขัน 27 รายการในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไม่ว่าจะเป็นที่อินโดนีเซีย จีน (เซิ่นเจิ้น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ฯลฯ) ญี่ปุ่น (ชิบะ) ไทย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และเตรียมเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ อย่างเวียดนามและฟิลิปปินส์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
“เราไม่ได้จะสร้างกิจกรรมหลายพันรายการ แต่เราต้องการมุ่งเน้นไปที่ 150 เมืองใหญ่ทั่วโลก และต้องการสร้างกิจกรรมขนาดใหญ่และยาวนานในทุกเมือง” หวันกล่าว โดยในบรรดา 150 เมืองใหญ่ทั่วโลกนี้ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกคิดเป็นประมาณ 25 เมือง
หวันระบุว่า เอเชียแปซิฟิก มีศักยภาพในการเติบโตของจำนวนประชากรมหาศาล และมีเมืองใหญ่มากมายที่มีประชากรหลายล้านคน

ผสานเครือข่ายยิม
เพื่อขยายตลาดการแข่งขัน ไฮร็อกซ์กำลังมุ่งสร้างระบบนิเวศของตนเองในฐานะการตลาดหลัก โดยก่อนการจัดการแข่งที่อินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 27-28 มิ.ย. ที่ผ่านมา ทีมงานได้สร้างเครือข่ายโครงการพันธมิตรยิม (Gym Affiliation Program) ทั่วประเทศแล้วราว 160 แห่ง
ในโครงการพันธมิตร ยิมที่เข้าร่วมจะจ่ายเงิน 130 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,500 บาท) ต่อเดือน เพื่อเข้าถึงฐานข้อมูลออนไลน์สำหรับการสร้างโปรแกรมฝึกซ้อมไฮร็อกซ์ โดยยิมพันธมิตรแต่ละแห่งสามารถช่วยดึงดูดผู้เข้าร่วมการแข่งขันจริงเฉลี่ย 50-100 คน ตามข้อมูลของบริษัท
ส่วนผู้ประกอบการยิมที่เข้าเป็นพันธมิตร จะช่วยรักษาฐานสมาชิกเดิมพร้อมทั้งดึงดูดลูกค้าใหม่ได้ โดยหวันกล่าวว่า เมื่อสมาชิกยิมเริ่มฝึกซ้อมเพื่อแข่งไฮร็อกซ์ สัปดาห์ละ 3-4 ครั้งเป็นเวลาหลายเดือน พวกเขาจะสร้างมิตรภาพ ชุมชน และเริ่มนำเพื่อนและครอบครัวมาที่ยิม
จากข้อมูลของบริษัทจัดจำหน่ายรายงานวิจัยตลาดในญี่ปุ่น Global Information คาดว่า ตลาดสโมสรสุขภาพและฟิตเนสทั่วโลกจะมีมูลค่า 1.93 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.39 ล้านล้านบาท) ภายในสิ้นทศวรรษนี้ โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้นที่ 10.5% ตั้งแต่ปี 2024-2030 แสดงให้เห็นถึงความตระหนักด้านสุขภาพที่เพิ่มมากขึ้น

ดันเทรนด์ท่องเที่ยวเชิงกีฬา
“ไฮร็อกซ์กลายเป็นผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่สำคัญ” หวันกล่าว พร้อมระบุว่า ในทุก ๆ รายการแข่งขัน ผู้เข้าร่วมกว่า 30% เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ และในประเทศอย่างไทยและญี่ปุ่น ผู้เข้าร่วมชาวต่างชาติคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้เข้าร่วมทั้งหมด โดยทางไฮร็อกซ์จัดทำป้ายรางวัลระบุชื่อเมืองที่จัดการแข่ง มอบให้กับผู้เข้าเส้นชัย ต่อมากลายเป็นสะสมยอดนิยมในหมู่นักแข่ง
“เมื่อเรารู้ว่าการท่องเที่ยวกลายเป็นเรื่องใหญ่ เราจึงพยายามทำงานร่วมกับพันธมิตรของเรา” หวันกล่าว โดยอ้างอิงถึงการสนับสนุนจากบริษัทด้านการท่องเที่ยวใหญ่ ๆ รวมถึงสายการบินแอร์เอเชีย (AirAsia) และ เครือบริษัทโรงแรมและรีสอร์ทไฮแอท โฮเทลส์ (Hyatt Hotels) ซึ่งมอบส่วนลดหรือบริการพิเศษให้กับนักแข่ง
ไฮดี้ หญิงวัย 39 ปีจากฮ่องกง เข้าร่วมการแข่งขันมาแล้ว 6 ครั้ง รวมถึงการแข่งขันในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น เธอระบุว่า การแข่งขันแต่ละครั้งแตกต่างกันเสมอ โดยเธอกลับมาแข่งที่ญี่ปุ่นบ่อย ๆ เพราะบรรยากาศการเชียร์กีฬา ขณะที่การแข่งในเกาหลีใต้ดุเดือดกว่ามาก แต่ท้ายที่สุด ไฮร็อกซ์ทำให้เธอมีเหตุผลในการท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ