เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘นายกฯ’ นำ 14 บิ๊กเอกชนไทย ไปขยายการค้า-ลงทุนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์
Politics ‘นายกฯ’ นำ 14 บิ๊กเอกชนไทย ไปขยายการค้า-ลงทุนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์
ผ่านการทดสอบแล้ว M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว “ทางหลวง” ยันปลอดภัย พร้อมเปิด 28 ส.ค.นี้
Real Estate ผ่านการทดสอบแล้ว M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว “ทางหลวง” ยันปลอดภัย พร้อมเปิด 28 ส.ค.นี้
แผ่นดินไหว ‘อินโดนีเซีย’ 7.7 แมกนิจูด อพยพ 5,000 คน ดับแล้วอย่างน้อย 53 ราย
World แผ่นดินไหว ‘อินโดนีเซีย’ 7.7 แมกนิจูด อพยพ 5,000 คน ดับแล้วอย่างน้อย 53 ราย
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯเปิด อาคารทศมบพิตร ทอดพระเนตร “นาวีเวชบริรักษ์“
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯเปิด อาคารทศมบพิตร ทอดพระเนตร “นาวีเวชบริรักษ์“
คุยกับเศรษฐา : สู้กับน้ำ หรือ อยู่กับน้ำ
คุยกับเศรษฐา คุยกับเศรษฐา : สู้กับน้ำ หรือ อยู่กับน้ำ
ดอลลาร์พัก บาทฟื้น แต่ความเสี่ยงยังรออยู่ปลายไตรมาส 3
Finance ดอลลาร์พัก บาทฟื้น แต่ความเสี่ยงยังรออยู่ปลายไตรมาส 3
คมนาคม ชง ครม.สัญจร สงขลา สร้างรถไฟทางคู่สายใต้ “แสนล้าน” เชื่อมถึงปาดังเบซาร์
Economic คมนาคม ชง ครม.สัญจร สงขลา สร้างรถไฟทางคู่สายใต้ “แสนล้าน” เชื่อมถึงปาดังเบซาร์
คลื่นสินค้าจีนลูกใหม่โถมอาเซียน กระเป๋าถือ-นาฬิกา-อัญมนีนำขบวน
Business คลื่นสินค้าจีนลูกใหม่โถมอาเซียน กระเป๋าถือ-นาฬิกา-อัญมนีนำขบวน
‘อนุทิน’ เตรียมดีลตัวต่อตัว ดึงนักธุรกิจออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ช่วงเยือน 17-22 ส.ค.
Economic ‘อนุทิน’ เตรียมดีลตัวต่อตัว ดึงนักธุรกิจออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ช่วงเยือน 17-22 ส.ค.
เมื่อความสุขสำคัญพอ ๆ กับอายุที่ยืนยาว
Columns เมื่อความสุขสำคัญพอ ๆ กับอายุที่ยืนยาว
ดูทั้งหมด

สารพัด FTA ของอินเดีย เดิมพันครั้งใหญ่ของ “โมดี”

28 มี.ค. 2567 | 10:06น.
INDIA
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศเคยตั้งข้อสังเกตเอาไว้ถึงความเคลื่อนไหวทางการค้าที่น่าสนใจที่สุดในระยะหลัง ๆ มานี้ คือ การทำความตกลงเพื่อจัดทำเขตการค้าเสรีระหว่างอินเดีย กับสารพัดประเทศและเขตเศรษฐกิจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ข้อเท็จจริงก็คือ นับตั้งแต่ปี 2021 เรื่อยมาจนถึงขณะนี้ รัฐบาลอินเดียภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี “นเรนทรา โมดี” ลงนามในความตกลงจัดตั้งเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไปแล้วอย่างรวดเร็วมากถึง 4 ความตกลง หลังจากที่ 9 ปีก่อนหน้านั้น ไม่มีการทำความตกลงการค้าเสรีใด ๆ มาเลย

ความตกลงเอฟทีเอของอินเดีย ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นล่าสุดเมื่อ 10 มีนาคมที่ผ่านมา ก็คือ การทำความตกลงเอฟทีเอ ทั้งทางด้านการค้าและการลงทุน กับ 4 ชาติในยุโรป ที่เรียกตัวเองว่า สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (European Free Trade Association หรือ EFTA) ที่ประกอบด้วยประเทศอย่าง ไอซ์แลนด์, ลิกเตนสไตน์ และชาติสำคัญในยุโรปอย่าง สวิตเซอร์แลนด์ กับนอร์เวย์

ข้อสังเกตที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ การทำความตกลงการค้าเสรีดังกล่าวเหล่านี้ เกิดขึ้นในยามที่ “อินเดีย” กลายเป็นประเทศที่มีแรงดึงดูดใจด้านการค้าและการลงทุนสูงสุด ไม่เพียงในฐานะที่เป็นประเทศใหญ่มีประชากรมากกว่า 1,400 ล้านคนเท่านั้น ยังเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่และขยายตัวเร็วที่สุดในโลกด้วยอีกต่างหาก

แถมเป็นการรุกทางด้านการค้าในช่วงเวลาที่ “เศรษฐกิจจีน” มีปัญหาสารพัด การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว ความตึงเครียดในเชิงภูมิรัฐศาสตร์พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบนับสิบปี

ผู้สันทัดกรณีเชื่อว่า วัตถุประสงค์หนึ่งของอินเดียก็คือการแสดงให้เห็นว่า ประเทศอย่างอินเดียสามารถเป็น “ตัวเลือก” ที่มีประสิทธิภาพแทนที่ของ “จีน” ได้ในระบบห่วงโซ่การผลิตของโลก ควบคู่ไปกับความคาดหวังที่ว่า ภายใต้เอฟทีเอที่จัดทำขึ้นนี้ จะช่วยให้ภาคการผลิตในอินเดียขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ดูดซับแรงงานหนุ่มสาวนับสิบ ๆ ล้านคนที่กำลังตบเท้าเข้าสู่ตลาดแรงงานในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ซึ่งถึงที่สุดแล้วจะเป็น “ตัวช่วย” สำคัญในแง่ของการเมืองภายในประเทศสำหรับ โมดี อีกด้วย

การทำเอฟทีเอกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป ก็ดี หรือแม้แต่กระทั่งความตกลงการค้าเสรีกับสหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในราวเดือนเมษายนและพฤษภาคม นอกจากนั้นแล้วการเจรจาเอฟทีเอ ด้านการค้าและการลงทุนกับ โอมาน ก็บรรลุ
ถึงบทสรุปไปเรียบร้อยแล้ว และอาจมีการลงนามเพื่อทำให้เป็นความตกลงอย่างเป็นทางการกันภายในเดือนมีนาคมนี้ ล้วนอยู่ในแนวทางที่จะเอื้อให้เกิดประโยชน์ในแนวทางดังกล่าวทั้งสิ้น

อินเดีย คาดหวังว่า เอฟทีเอ เหล่านี้จะอำนวยประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอของตนเอง ที่รวมแล้วคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงกว่า 14% ของการส่งออกทั้งหมดของประเทศ เป็นภาคอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดการจ้างงานโดยตรงมากกว่า 45 ล้านคน และก่อให้เกิดรายได้คิดเป็นสัดส่วนแล้วสูงกว่า 4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ทั้งหมด

นอกจากนั้นยังเชื่อว่า จะยังผลให้เกิดประโยชน์กับภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ อาทิ ผลผลิตทางทะเล, ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์, อุตสาหกรรมเคมี, หนัง, รองเท้าและอัญมณี อีกด้วย

แต่การได้ทำความตกลงเป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนการปฏิบัติตามพันธสัญญาในข้อตกลงให้ได้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และอาจกลายเป็นปัญหาสำหรับอินเดีย

ในทางหนึ่ง บรรดาเอฟทีเอเหล่านี้เป็นการส่งสัญญาณแสดงให้เห็นถึงความเต็มใจของทางการอินเดีย ในการจัดการกับปัญหาแรงงาน, ปัญหาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน กับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเพศ ซึ่งเป็นสารพัดปัญหาที่อินเดียพยายามหลีกเลี่ยง ไม่แตะต้องมาก่อนในอดีตที่ผ่านมา

ในอีกทางหนึ่ง อินเดียจำเป็นต้องปรับปรุง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของตนเอง เพื่ออุดช่องโหว่ในการดำเนินกิจกรรมธุรกิจ นอกจากนั้นยังจำเป็นต้องสะสางกฎระเบียบ, การจัดเก็บภาษี และความเฉื่อยเนือย ล้าหลังของระบบราชการ ที่นักวิชาการ นักสังเกตการณ์ระบุว่า เป็นเรื่องยากไม่น้อย แต่อินเดียรู้ดีว่า จำเป็นต้องทำ จำเป็นต้องแก้ไข

เดโบราห์ เอล์มส์ นักวิจัยด้านนโยบายการค้าของ ไฮน์ริช ฟาวเดชั่น ในสิงคโปร์ ระบุว่าที่ผ่านมา จำนวนบริษัทเอกชนที่ร้องเรียนหรือต่อว่า เรื่องการไม่ทำตามพันธสัญญาการลงทุน จนทำให้รู้สึกได้ว่าการทำธุรกิจในอินเดียยังคงเป็นเรื่องยากมีมากขึ้นเรื่อย ๆ

เธอสำทับว่า ในหลาย ๆ กรณีช่องว่างระหว่าง คำพูดและการกระทำ ก่อให้เกิดปัญหาสำคัญขึ้นมากมาย และจะกลายเป็นอุปสรรคสำหรับความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจที่นั่นได้ในที่สุด