แผ่นดินไหว ‘อินโดนีเซีย’ 7.7 แมกนิจูด อพยพ 5,000 คน ดับแล้วอย่างน้อย 53 ราย
เหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 ในจังหวัดนูซาเต็งการาตะวันออกของประเทศอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2026 คร่าชีวิตผู้คนแล้วอย่างน้อย 53 รายและบาดเจ็บกว่า 130 คนทางการส่งทหาร–ตำรวจกว่า 3,500 นายเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพังดินถล่มและอาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่องเผยรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022
รอยเตอร์ (Reuters) รายงานอ้างอิงข้อมูลจากทางการอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2026 ระบุว่า เหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 แมกนิจูด ในจังหวัดนูซาเต็งการาตะวันออก เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 53 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 130 คน โดยส่วนใหญ่กระดูกหัก ขณะที่ประชาชนราว 5,000 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่
แผ่นดินไหวครั้งนี้นับเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่คร่าชีวิตผู้คนในอินโดนีเซียมากที่สุดนับตั้งแต่เหตุการณ์แผ่นดินไหวในจังหวัดชวาตะวันตกเมื่อ 2022
สำนักงานบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติอินโดนีเซีย (BNPB) เปิดเผยว่า ตรวจพบอาฟเตอร์ช็อกตามมาเกือบพันครั้ง ขณะที่ประชาชนกว่า 3,300 คนในอำเภอซิกกา (Sikka) ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ประสบภัยหนักที่สุด ต้องเร่งอพยพไปอาศัยในพื้นที่ปลอดภัยและสนามกีฬา
ผู้ประสบภัยบางส่วนยังต้องปักหลักยู่นอกบ้านที่พังถล่ม โดยอาศัยเพียงเต็นท์ผ้าใบชั่วคราวประทังชีวิต ขณะที่อีกหลายรายต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลภายในเต็นท์ที่กางอยู่ด้านนอกโรงพยาบาลท้องถิ่น
อินโดนีเซียมีประชากรรวมราว 290 ล้านคน ตั้งอยู่บนแนว “วงแหวนแห่งไฟแปซิฟิก” (Pacific Ring of Fire) ซึ่งเป็นจุดบรรจบของแผ่นเปลือกโลก จึงเผชิญภัยพิบัติแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดอยู่บ่อยครั้ง ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาและธรณีฟิสิกส์อินโดนีเซียระบุว่า พื้นที่เกิดเหตุเคยเผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.5 เมื่อ 1992 ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างมาแล้ว
มาร์กาเรธา โมวัลเดส ดา มากา บาปา หัวหน้าสำนักงานบรรเทาภัยพิบัติประจำภูมิภาค กล่าวว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้ทำให้ความทรงจำเก่า ๆ หวนกลับมา
“แม้เราจะคุ้นเคยกับแผ่นดินไหว แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ได้ปลุกความทรงจำอันเจ็บปวดจากเหตุการณ์ปี 1992 ให้กลับมาอีกครั้ง” เธอกล่าว พร้อมระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งลำเลียงสิ่งของช่วยเหลือและเต็นท์พักแรมเข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ด้าน ซูรียามาน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ระบุว่า ภารกิจเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้คือการเร่งเคลียร์ซากปรักหักพังในพื้นที่ประสบภัยหนัก ได้แก่ มังการาอี (Manggarai), มังการาอีตะวันออก (East Manggarai) และนาเกเกโอ (Nagekeo) เพื่อค้นหาผู้ที่อาจติดอยู่ใต้ซากอาคาร แม้ยังไม่มีรายงานผู้สูญหายอย่างเป็นทางการ แต่เหตุการณ์ดินถล่มและอาฟเตอร์ช็อกที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการทำงาน
เทดดี้ อินดรา วิจายา เลขาธิการคณะรัฐมนตรี แถลงว่า ทางการได้ส่งกำลังทหารและตำรวจรวมกว่า 3,500 นาย เข้าสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือในพื้นที่แล้ว
รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าอินโดนีเซีย (PLN) ระบุว่า ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าเกือบทั้งหมดกลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งซ่อมแซมโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหายอย่างเร่งด่วน





