เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นิด้าโพล เปิดผลสำรวจ พรีเมียร์ลีก-ไทยลีก 2569
Sport นิด้าโพล เปิดผลสำรวจ พรีเมียร์ลีก-ไทยลีก 2569
หุ้นลีสซิ่งกำไรพุ่งยกแผง ‘MTC-SAWAD’ โชว์ครึ่งปีโต 2 หลัก
Finance หุ้นลีสซิ่งกำไรพุ่งยกแผง ‘MTC-SAWAD’ โชว์ครึ่งปีโต 2 หลัก
‘อสังหาฯ’ ซึมรีเจ็กต์พุ่งไม่หยุด สะเทือนแบ็กล็อก 1.85 แสนล้าน
Real Estate ‘อสังหาฯ’ ซึมรีเจ็กต์พุ่งไม่หยุด สะเทือนแบ็กล็อก 1.85 แสนล้าน
สื่อสารวิสัยทัศน์ไม่ชัด พนักงานก็หลงทาง (จบ)
Columns สื่อสารวิสัยทัศน์ไม่ชัด พนักงานก็หลงทาง (จบ)
ชงแบตเตอรี่พาสปอร์ตเข้าบอร์ด ค่ายรถผลิตส่งออกยุโรปต้องมี QR Code
Automotive ชงแบตเตอรี่พาสปอร์ตเข้าบอร์ด ค่ายรถผลิตส่งออกยุโรปต้องมี QR Code
ราคาน้ำมันวันนี้ (16 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (16 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (16 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 0.28% อยู่ที่ 63,045 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (16 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 0.28% อยู่ที่ 63,045 เหรียญสหรัฐ
ส่องไฮไลต์ Character Fest Thailand 2026 ‘Pop Star Party’
Business ส่องไฮไลต์ Character Fest Thailand 2026 ‘Pop Star Party’
EGAT Innovation ESG ปั้นต้นแบบสังคมคาร์บอนต่ำ
SD EGAT Innovation ESG ปั้นต้นแบบสังคมคาร์บอนต่ำ
สปส. ปลดล็อกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม  ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ยันเข้าคูหา 27 ก.ย.
Politics สปส. ปลดล็อกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ยันเข้าคูหา 27 ก.ย.
ดูทั้งหมด

วิธีประเมินผลงานอาจารย์มหา’ลัยยุคใหม่ บีบขอตำแหน่งวิชาการทางลัด

09 ม.ค. 2566 | 16:03น.
อาจารย์ ผลงานวิจัย ผลงานวิชาการ

การขอตำแหน่งวิชาการ และผลงานวิจัย เมื่อสิ่งเหล่านี้กลายเป็นเครื่องชี้วัดหลักความมั่นคงและก้าวหน้าของตำแหน่ง “อาจารย์”

ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประเด็นร้อนในวงการการศึกษาถึง 2 ประเด็นใหญ่ และทั้ง 2 ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ “อาจารย์” ในมหาวิทยาลัยอย่างมาก นั่นคือ “การขอตำแหน่งทางวิชาการ” และ “การซื้องานวิจัยที่สำเร็จแล้ว เพื่อนำมาใส่ชื่อของตนเอง”

ทั้ง 2 ประเด็นที่เกิดขึ้นนี้ เป็นประเด็นที่ทำให้ผู้คนในวงการการศึกษา โดยเฉพาะอาจารย์และนักวิชาการต่างตั้งคำถามอย่างมากถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

“ตำแหน่งวิชาการ” จุดชี้เป็น-ชี้ตาย การต่อสัญญา

ผศ.ดร.อดิศร จันทรสุข คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่าน ระบุถึงการเปลี่ยนแปลงเรื่องการต่อสัญญาของอาจารย์ในมหาวิทยาลัย โดยระบุว่า “ปีนี้เป็นปีแรกที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะเอาจริงเรื่องการไม่ต่อสัญญาอาจารย์ที่ไม่สามารถขอตำแหน่งทางวิชาการตามเกณฑ์ระยะเวลาที่กำหนดได้ ในขณะที่หลายมหาวิทยาลัยดำเนินการดังกล่าวมาหลายปีแล้ว

น่าเสียดายที่ทุกวันนี้คุณค่าและความมั่นคงของวิชาชีพอาจารย์ถูกผูกติดอยู่กับสถานะที่มาจากการถูกประเมินด้วยคนเพียงไม่กี่คน

การกระเสือกกระสนเอาตัวรอด ทำให้หลายคนเสาะแสวงหาหนทางลัด ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงินเพื่อจ้างเขียนบทความ/หนังสือ การจ่ายใต้โต๊ะเพื่อให้ได้ตีพิมพ์ผลงานเร็วขึ้น หรือแม้กระทั่งการช่วยเหลือพวกพ้องให้ได้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการในสังกัดของตนเอง

เมื่อวิธีการที่ไม่ปกติถูกทำให้เป็นเรื่องปกติ เพราะระเบียบกฎเกณฑ์บังคับให้คนต้องหนีตายเช่นนั้น สุดท้ายเราคงต้องหันกลับมาตั้งคำถามว่า เรายังสามารถภาคภูมิใจในวิชาชีพของเราท่ามกลางความเน่าเฟะของระบบแบบที่เป็นอยู่ได้จริงหรือ”

โดยโพสต์ดังกล่าวมีอาจารย์เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมากถึงประเด็นดังกล่าว หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือ การที่ตำแหน่งทางวิชาการ ถูกผูกกับการตีพิมพ์และประเมินผลงานวิจัย ผลงานวิชาการ มากกว่าการสอนในชั้นเรียน

ขณะเดียวกัน ศาสตราจารย์ ดร.โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายกสมาคมปรัชญาและศาสนาแห่งประเทศไทย ได้รวบรวมของเหล่าอาจารย์ที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ไว้ด้วย

นอกจากนี้ มีข้อมูลที่น่าสนใจว่า ระบบการประเมินอาจารย์มหาวิทยาลัยเพื่อต่อสัญญาจ้างนั้น ในประเทศไทยมีการประเมินลักษณะดังกล่าวมานานแล้ว และในบางประเทศ มีการประเมินอาจารย์เพื่อต่อสัญญาจ้างด้วยเช่นกัน

แต่ระบบการประเมินเพื่อต่อสัญญาจ้างในต่างประเทศ ไม่ได้มีลักษณะแบบเดียวกับประเทศไทย อาทิ ฝรั่งเศส ที่กำหนดให้ต้องมีการตีพิมพ์ผลงานวิชาการอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ได้กำหนดรูปแบบว่าต้องทำงานวิจัยเพียงอย่างเดียว สามารถตีพิมพ์บทความวิชาการ หนังสือ หรือตำราก็ได้

ขณะที่บางประเทศเอง ไม่มีการใช้ตำแหน่งทางวิชาการ ในการประเมินต่อสัญญาจ้างอาจารย์แต่อย่างใด

ภาพที่จะเกิดขึ้นกับอาจารย์ในมหาวิทยาลัยประเทศไทย อาจเป็นภาพที่เราเห็นไม่ค่อยบ่อย แต่ถ้ามองภาพกว้างในวงการการศึกษาของประเทศไทย ภาพเหล่านี้มีความคล้ายคลึงกับเหล่าครูและอาจารย์ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ต้องทุ่มเวลาส่วนใหญ่ใน 1 วันของการทำงาน ไปกับการที่ครูต้องทำผลงานเพื่อเลื่อนวิทยฐานะและการทำงานอื่น ๆ มากกว่าการเตรียมและพัฒนาการสอน

และสุดท้าย เมื่อต้องทุ่มเวลาไปกับการทำผลงานต่าง ๆ เพื่อความก้าวหน้าและเงื่อนไขที่แต่ละสถานศึกษากำหนด ก็ย่อมกระทบต่อคุณภาพการสอน จนอาจทำให้คุณภาพลดลง ทั้งการเรียนรู้ของเด็กและคุณภาพของสถานศึกษา

“ช็อปงานวิจัย” อีกหนึ่งปัญหาใหญ่วงการอาจารย์

อีกหนึ่งประเด็นที่ผู้คนให้ความสนใจคือ ประเด็นที่อาจารย์มหาวิทยาลัย ซื้องานวิจัยเพื่อให้มีชื่อของตนเองอยู่ในงานวิจัย

เริ่มต้นจาก ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ไบโอเทค สวทช. โพสต์ผ่าน ระบุว่า มีนักวิจัยที่ซื้องานวิจัยที่ไม่ได้ทำขึ้นเอง เพื่อให้มีชื่อในผลงานนั้น และนำไปขอตำแหน่งทางวิชาการ ขอทุนวิจัยได้

จากนั้น ศาสตราจารย์ นพ.มานพ พิทักษ์ภากร หัวหน้าศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการแพทย์แม่นยำ ศูนย์จีโนมิกส์ศิริราช เปิดเผยผ่านเช่นกันว่า ผู้คนในวงการวิจัยและมหาวิทยาลัย ขุดพบการมีชื่ออ้างอิง และค่า H-index ซึ่งเป็นค่าดัชนีที่พยายามวัดทั้งผลิตภาพ (productivity) และผลกระทบ (impact) ของผลงานของนักวิจัย ในระดับที่สูง จากการไปซื้อสิทธิ์การเป็นเจ้าของผลงานวิจัย

นอกจากนี้ รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะเลขาธิการ ศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ โพสต์ผ่าน ระบุว่า

“มีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่คนหนึ่งไปตีพิมพ์ในเรื่องของวัสดุนาโนเป็นชื่อที่หนึ่ง โดยจ่ายค่าตีพิมพ์ไป 30,000 บาท โดยที่สายงานอยู่เทคนิคการแพทย์ ไม่ใช่วัสดุศาสตร์ แล้วนำบทความที่ตีพิมพ์นั้นมาเบิกกับมหาวิทยาลัยจำนวน 120,000 บาท

เรื่องนี้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ต้องสืบสวนสอบสวนครับ เพราะตอนนี้มีเว็บไซต์ที่ขายการเอาชื่อไปแปะในวารสารวิชาการ กำลังเป็นประเด็นอยู่”

หากสรุปประเด็นที่เกิดขึ้นจากสเตตัสของนักวิชาการ 3 ท่านข้างต้น ไม่ใช่แค่การจ่ายเงินซื้อสิทธิ์ในการมีชื่อในงานวิจัยเท่านั้น แต่ยังพบว่างานวิจัยที่มีชื่ออยู่นั้น ส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยที่ข้ามศาสตร์ความชำนาญของอาจารย์คนดังกล่าว รวมถึงมีการนำบทความซึ่งซื้อสิทธิ์การมีชื่อในงานชิ้นดังกล่าวมาเบิกค่าใช้จ่ายกับมหาวิทยาลัยอีกด้วย

รศ.ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์ผ่าน ตั้งคำถามถึงคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย และคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัย ว่าจะจัดการกับเรื่องดังกล่าวอย่างไร?

จาก 2 ประเด็นที่เกิดขึ้น กลายเป็นคำถามของสังคมอยู่ไม่น้อย ถึงระบบการศึกษาในปัจจุบัน ที่กำหนดให้อาจารย์ต้องทำผลงานอย่างหนักหน่วง เพื่อให้ได้มาซึ่งความมั่นคงในอาชีพการงาน ความก้าวหน้า ทั้งที่หน้าที่ที่แท้จริงของการเป็นอาจารย์คือการสอน และการให้ความรู้แก่ลูกศิษย์

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นใหญ่อีกครั้งที่คนในสังคมเริ่มตั้งคำถามและร่วมกันคิด เปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาของประเทศไทยอย่างจริงจังอีกครั้ง เพื่อให้การศึกษาของประเทศเดินหน้าไปได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน