‘เมย์แบงก์’ รุก Private Fund ลุยตลาดคนรวย ตั้งเป้า AUM 3 ปี แตะ 4 พันล้าน
บล.เมย์แบงก์ เปิด “Maybank Private Fund” เจาะลูกค้าเงินลงทุน 5 ล้านบาทขึ้นไป หลัง 2 เดือน AUM แตะ 300 ล้านบาท ตั้งเป้าสิ้นปี 1,000-2,000 ล้านบาท ก่อนพุ่ง 4,000 ล้านบาทใน 3 ปี
นายอารภัฎ สังขรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ผ่านการเปิดตัว “Maybank Private Fund” กองทุนส่วนบุคคลสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนระยะยาว โดยใช้จุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญตลาดหุ้นไทยและอาเซียน รวมถึงเครือข่ายของกลุ่มเมย์แบงก์ในภูมิภาค หลังบริษัทได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และเริ่มดำเนินธุรกิจในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา
โดยปัจจุบันมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ประมาณ 300 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายสิ้นปี 2569 เพิ่มเป็น 1,000-2,000 ล้านบาท และภายใน 3 ปีแตะระดับ 4,000 ล้านบาท
การรุกธุรกิจดังกล่าวเป็นไปตามการเติบโตของตลาดกองทุนส่วนบุคคลในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท และเติบโตเฉลี่ย 12.6% ต่อปี นับตั้งแต่ปี 2560 ถึงไตรมาส 1/2569 ขณะที่นักลงทุนรายใหญ่มีความต้องการบริการบริหารพอร์ตที่ออกแบบตามเป้าหมายมากกว่าการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ลงทุนเป็นรายตัว
สำหรับ Maybank Private Fund เบื้องต้นเน้น 2 กลยุทธ์ ได้แก่ MSTPF Thai Equity ลงทุนในหุ้นไทยที่มีศักยภาพเติบโตเหนือภาพรวมตลาด และ MSTPF ASEAN Equity ลงทุนในหุ้นทั่วอาเซียน ครอบคลุมไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ โดยสามารถปรับน้ำหนักการลงทุนในแต่ละประเทศตามภาวะเศรษฐกิจ มูลค่าหุ้น และโอกาสของแต่ละตลาด
จุดเด่นคือการบริหารแบบเชิงรุก (Active Management) ไม่จัดพอร์ตตามน้ำหนักของดัชนี แต่ผสมผสานการวิเคราะห์เศรษฐกิจ ประเทศ และอุตสาหกรรม กับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานรายบริษัท เพื่อคัดเลือกหุ้นประมาณ 15-30 บริษัทที่ทีมลงทุนมีความเชื่อมั่นสูง
กระบวนการลงทุนยังครอบคลุมการเข้าพบผู้บริหาร เยี่ยมชมกิจการ และตรวจสอบข้อมูลกับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินทั้งศักยภาพธุรกิจ คุณภาพผู้บริหาร ปัจจัยสร้างการเติบโต และความเสี่ยง ขณะที่ผู้จัดการกองทุนสามารถเพิ่ม-ลดน้ำหนักหุ้น อุตสาหกรรม และประเทศ รวมถึงถือเงินสดเพื่อรอจังหวะลงทุนได้
ไม่ทำพอร์ตเลียนแบบดัชนี
ด้านนายกันชนะพล วัน คอมเพอร์นอล์เลอ กรรมการผู้จัดการ บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การลงทุนในไทยและอาเซียนไม่สามารถลงทุนแบบเหมารวมทั้งภูมิภาคได้ เนื่องจากแต่ละประเทศ อุตสาหกรรม และบริษัทอยู่ในวัฏจักรที่แตกต่างกัน จึงต้องแยกให้ออกว่าการเติบโตใดเป็นเพียงกระแสระยะสั้น และการเติบโตใดสามารถเปลี่ยนเป็นกำไรของบริษัทได้จริง
บริษัทจึงเน้นเลือกกิจการที่มีธุรกิจคุณภาพ ผู้บริหารแข็งแกร่ง มีปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตชัดเจน และราคาหุ้นเหมาะสม พร้อมกำหนดขนาดการลงทุนตามระดับความเชื่อมั่นและความเสี่ยง
“เป้าหมายไม่ใช่การสร้างพอร์ตที่มีหน้าตาเหมือนดัชนี แต่เป็นการเลือกบริษัทจำนวนไม่มากที่ทีมลงทุนเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และสามารถปรับพอร์ตได้เมื่อข้อมูลหรือสภาวะตลาดเปลี่ยนไป”
อย่างไรก็ดี Maybank Private Fund กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำ 5 ล้านบาท ทั้งกลยุทธ์หุ้นไทยและหุ้นอาเซียน โดยลูกค้าจะได้รับรายงานผลการดำเนินงานและข้อมูลพอร์ตทุกเดือน พร้อมบทวิเคราะห์รายไตรมาส
ในระยะต่อไป บริษัทเตรียมขยายผลิตภัณฑ์ไปสู่ MSTPF Global Equity เพื่อเปิดโอกาสลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก ครอบคลุมตลาดประเทศพัฒนาแล้ว รวมถึงจีนและฮ่องกง ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญตลาดไทยและอาเซียน และเพิ่มทางเลือกในการกระจายการลงทุนให้กับลูกค้ากลุ่มบริหารความมั่งคั่ง