เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘นายกฯ’ นำ 9 บ.เอกชนไทย ร่วมวงถก ‘ผู้นำออสซี่’ ก่อนลงนาม 2 ข้อตกลง ร่วมมือเศรษฐกิจ
Politics ‘นายกฯ’ นำ 9 บ.เอกชนไทย ร่วมวงถก ‘ผู้นำออสซี่’ ก่อนลงนาม 2 ข้อตกลง ร่วมมือเศรษฐกิจ
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 0.35% อยู่ที่ 64,575 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 0.35% อยู่ที่ 64,575 เหรียญสหรัฐ
ชงจัดระเบียบ ‘ครีเอเตอร์’ ยกมาตรฐาน ‘วิชาชีพ’ สกัดอินฟลูเอนเซอร์สีเทา
Tech ชงจัดระเบียบ ‘ครีเอเตอร์’ ยกมาตรฐาน ‘วิชาชีพ’ สกัดอินฟลูเอนเซอร์สีเทา
พยากรณ์อากาศ (19 ส.ค.) เตือนฝนหนักถึงหนักมาก เหนือ-อีสาน-ตะวันออก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
News พยากรณ์อากาศ (19 ส.ค.) เตือนฝนหนักถึงหนักมาก เหนือ-อีสาน-ตะวันออก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
ASAP เท 6,000 ล. รับเทรนด์อีวีพุ่ง ปั้น MAXUS รุกโลจิสติกส์-ผุดสถานีชาร์จ
Automotive ASAP เท 6,000 ล. รับเทรนด์อีวีพุ่ง ปั้น MAXUS รุกโลจิสติกส์-ผุดสถานีชาร์จ
Agoda เปิดเทรนด์ Long Stay “ดานัง” ครองแชมป์ คนไทยค้นหาที่พัก
Biz Movement Agoda เปิดเทรนด์ Long Stay “ดานัง” ครองแชมป์ คนไทยค้นหาที่พัก
นิสสัน รีคอล 10 รุ่น แจ้งลูกค้านำรถตรวจสอบ-เปลี่ยนถุงลม ‘ทาคาตะ’ ฟรี
Automotive นิสสัน รีคอล 10 รุ่น แจ้งลูกค้านำรถตรวจสอบ-เปลี่ยนถุงลม ‘ทาคาตะ’ ฟรี
ผุดนิคมกำจัดซากแบตเตอรี่ ดึงค่ายรถช่วยเก็บ-เจ้าของรถร่วมจ่าย
Economic ผุดนิคมกำจัดซากแบตเตอรี่ ดึงค่ายรถช่วยเก็บ-เจ้าของรถร่วมจ่าย
เอกนิติไม่ล้มรถเก่าแลกรถใหม่ ลดเงินดาวน์ ‘แท็กซี่-มอไซค์’ อีวี
Economic เอกนิติไม่ล้มรถเก่าแลกรถใหม่ ลดเงินดาวน์ ‘แท็กซี่-มอไซค์’ อีวี
ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

ลุ้นวินิจฉัย “ฟ้องแพลตฟอร์มต่างชาติ” ศาลรับเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ นัดครั้งหน้า 9 และ 23 พ.ย.

18 ส.ค. 2569 | 18:18น.

สภาผู้บริโภคชี้ คดีฟ้องเฟซบุ๊กเดินหน้าต่อ ศาลแพ่งกรุงเทพใต้นัดพิจารณาอีก 2 คดี นัดพร้อมอีกครั้ง 9 และ 23 พ.ย. รอผลวินิจฉัยรับเป็น “คดีผู้บริโภค” สภาผู้บริโภคย้ำเป้าหมายสร้างบรรทัดฐานให้ “แพลตฟอร์ม – สถาบันการเงิน” ร่วมรับผิดชอบความเสียหาย ผลักดันผู้บริโภคไทยได้รับความคุ้มครอง

สภาผู้บริโภคระบุว่า วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้นัดพิจารณาคดีที่สภาผู้บริโภค เป็นตัวแทนผู้บริโภคยื่นฟ้องผู้ประกอบธุรกิจจำนวน 4 กลุ่ม กลุ่มบริษัทเมตา เจ้าของเฟซบุ๊ก บริษัทไลน์ รวมถึงผู้ให้บริการแอปพลิเคชันต่าง ๆ ทั้ง แอปสโตร์ กูเกิลเพลย์สโตร์ และธนาคารที่เกี่ยวข้อง ที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก ทั้งกลุ่มแพลตฟอร์มและสถาบันการเงิน จำนวน 2 คดี โดยประเด็นสำคัญในชั้นนี้อยู่ระหว่างกระบวนการเพื่อให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีดังกล่าวจะอยู่ภายใต้การพิจารณาในฐานะ “คดีผู้บริโภค” หรือไม่ และนัดพร้อมอีกครั้งในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2569

โดยคดีฟ้องเฟซบุ๊ก และแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องนี้ สภาผู้บริโภคยื่นฟ้องแทนผู้บริโภคที่ถูกละเมิดสิทธิจากการให้บริการของแพลตฟอร์มออนไลน์และสถาบันการเงิน ในการขาดระบบความปลอดภัยที่เพียงพอ จนทำให้มิจฉาชีพใช้เป็นเครื่องมือสร้างความเสียหายต่อผู้บริโภครวม 10 ราย ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายกว่า 230 ล้านบาท ซึ่งเป็นการดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องตลอดเส้นทางของความเสียหาย ตั้งแต่แพลตฟอร์มที่เป็นช่องทางเผยแพร่โฆษณาหลอกลวง ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน ไปจนถึงสถาบันการเงินที่เป็นช่องทางรับและโอนเงิน เพื่อผลักดันหลักการสำคัญว่า ผู้ให้บริการที่อยู่ในระบบนิเวศดิจิทัลควรมีหน้าที่ป้องกันและร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ศาลแพ่งรัชดาได้นัดพร้อมคดีชุดแรกจำนวน 3 คดี และวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้นัดพร้อมอีก 4 คดี โดยศาลกำหนดนัดครั้งถัดไปของคดีในกลุ่มดังกล่าววันที่ 9 และ 23 พฤศจิกายน 2569 ตามลำดับ ขณะที่คดีที่เหลือทยอยเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลในเดือนสิงหาคมนี้

ฟ้องเพื่อเปลี่ยนระบบ ไม่ใช่แค่เรียกเงินคืน

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า การที่สภาผู้บริโภคเข้ามาเป็นตัวแทนผู้บริโภคในการดำเนินคดีทั้ง 10 คดี มีเป้าหมายสำคัญมากกว่าการเรียกค่าเสียหายคืนให้กับผู้บริโภคแต่ละราย แต่ต้องการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้ผู้ประกอบธุรกิจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเส้นทางการหลอกลวง ตั้งแต่แพลตฟอร์มออนไลน์ไปจนถึงสถาบันการเงิน ต้องยกระดับมาตรการป้องกันในอนาคตเพื่อไม่ให้ผู้บริโภคที่ใช้บริการแพลตฟอร์มและธนาคารต่าง ๆ ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพและมีส่วนรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

ตัวเลขการหลอกลวงออนไลน์จากข้อมูลของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ได้รับเรื่องร้องเรียน เป็นหลักฐานอันดีแล้วว่า ปัญหาดังกล่าวมีขนาดใหญ่กว่าผู้เสียหายในคดีทั้ง 10 รายอย่างมาก และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน 2569 พบว่า คนไทยถูกหลอกออนไลน์กว่า 170,000 คดี มูลค่าความเสียหายรวมเกือบ 9,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยกว่า 52,000 บาทต่อคดี ที่น่ากังวลคือ กว่า 61% ของคดีทั้งหมดเกิดผ่าน “เฟซบุ๊ก” ขณะที่ไลน์แม้มีจำนวนเคสน้อยกว่า แต่สร้างความเสียหายรวมเกือบเทียบเท่าเฟซบุ๊ก

ขณะที่ข้อมูลเรื่องร้องเรียนของสภาผู้บริโภค ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 – 31 พฤษภาคม 2569 พบเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับแพลตฟอร์มออนไลน์รวม 11,815 เรื่อง โดยเฟซบุ๊กมีจำนวนสูงสุดถึง 6,986 เรื่อง หรือ 59.13% ของเรื่องร้องเรียนทั้งหมด และมีมูลค่าความเสียหายจากกรณีที่เกี่ยวข้องกับเฟซบุ๊กมากกว่า 397 ล้านบาท ขณะที่ตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมผู้เสียหายที่ทยอยร้องเรียนเข้ามาหลังเดือนพฤษภาคม 2569

“การดำเนินคดีครั้งนี้ต้องการทำให้เกิดความรับผิดชอบร่วมกันของผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ในระบบ เพราะการหลอกลวงออนไลน์ไม่ได้เกิดขึ้นจากมิจฉาชีพเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยทั้งช่องทางโฆษณาและการเข้าถึงผู้บริโภค รวมถึงระบบการเงินที่ใช้รับและโอนเงิน หากผู้ให้บริการแต่ละส่วนมีระบบแจ้งเตือน ตรวจสอบ ป้องกัน และหยุดความผิดปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความเสียหายของผู้บริโภคย่อมมีโอกาสลดลง เราจึงต้องการให้คดีเหล่านี้นำไปสู่บรรทัดฐานที่ทำให้ทุกฝ่ายร่วมรับผิดชอบ ไม่ใช่ให้ผู้เสียหายต้องแบกรับความสูญเสียเพียงคนเดียว” นางสาวสารี กล่าว

เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภคกล่าวด้วยว่า การดำเนินคดีในฐานะคดีผู้บริโภคมีความสำคัญต่อการเข้าถึงความยุติธรรม เนื่องจากผู้บริโภคเป็นคู่กรณีกับผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มข้ามชาติที่มีบริษัทแม่อยู่ต่างประเทศ หากกระบวนการทางกฎหมายมีความซับซ้อนหรือสร้างภาระเกินสมควร ย่อมทำให้การใช้สิทธิของผู้บริโภคในทางปฏิบัติเป็นไปได้ยาก

หนุนสิทธิผู้บริโภคฟ้องบริษัทต่างชาติ

ด้าน นายโสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและคดีผู้บริโภค สภาผู้บริโภค กล่าวว่า ประเด็นสำคัญอีกส่วนหนึ่งของการดำเนินคดี คือการดำเนินคดีกับนิติบุคคลต่างประเทศ ที่สภาผู้บริโภคมีความพยายามอย่างยิ่งที่จะให้เกิดกระบวนการผ่านตัวแทนในประเทศไทย เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานของกระบวนพิจารณาในคดีผู้บริโภคที่เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคโดยทั่วไป ไม่เกิดอุปสรรคในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมตามเจตนารมณ์ของการมีกฎหมาย พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551

“การดำเนินคดีกับแพลตฟอร์มต่างประเทศควรทำให้ผู้บริโภคทุกคนสามารถใช้สิทธิได้ง่ายและสะดวก การที่สภาผู้บริโภคพยายามดำเนินการส่งหมายผ่านนิติบุคคลตัวแทนของแพลตฟอร์มในประเทศไทย ก็เพื่อไม่ให้โครงสร้างบริษัทข้ามชาติกลายเป็นกำแพงที่ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถใช้สิทธิทางกฎหมายได้จริง หากผู้ประกอบธุรกิจเข้ามาดำเนินธุรกิจและมีรายได้จากผู้บริโภคในประเทศไทย ผู้บริโภคไทยก็ควรสามารถเข้าถึงกระบวนการเรียกร้องความรับผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน” นายโสภณ กล่าว

สำหรับคดีนี้ เป็นคดีประวัติศาสตร์และส่งผลสำคัญต่อการคุ้มครองผู้บริโภคไทยในยุคดิจิทัล สภาผู้บริโภคจึงหวังว่าสิทธิของผู้บริโภคจะได้รับความคุ้มครอง เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ