เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,200 บาท รูปพรรณบาทละ 69,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,200 บาท รูปพรรณบาทละ 69,850 บาท
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
‘เลขา สมช.’ อยากเกษียณในองค์กรที่อยู่มา 35 ปี ยังไม่ได้สัญญาณเปลี่ยนตัว
Politics ‘เลขา สมช.’ อยากเกษียณในองค์กรที่อยู่มา 35 ปี ยังไม่ได้สัญญาณเปลี่ยนตัว
TCAP โชว์กำไรพุ่งแรงกว่า 20% ทั้งงวดไตรมาส 2-ครึ่งปีแรก เดินหน้าซื้อหุ้นคืนวงเงิน 7.5 พันล้าน
Finance TCAP โชว์กำไรพุ่งแรงกว่า 20% ทั้งงวดไตรมาส 2-ครึ่งปีแรก เดินหน้าซื้อหุ้นคืนวงเงิน 7.5 พันล้าน
รัฐบาลยันมีเงินรับมือ-เยียวยา ‘เอลนีโญ’ ไม่พอมีงบกลาง
Politics รัฐบาลยันมีเงินรับมือ-เยียวยา ‘เอลนีโญ’ ไม่พอมีงบกลาง
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม จากความไม่แน่นอนของการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม จากความไม่แน่นอนของการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
‘วราวุธ’ รับ ‘เอกนัฏ’ ขอดึงปลัดกระทรวงอุตฯ ไปคุมพลังงาน ชี้คนใหม่เป็นลูกหม้อ
Politics ‘วราวุธ’ รับ ‘เอกนัฏ’ ขอดึงปลัดกระทรวงอุตฯ ไปคุมพลังงาน ชี้คนใหม่เป็นลูกหม้อ
SET วันนี้ (11 ส.ค.) คาดกรอบ 1,615-1,645 จุด EPS ทุบสถิติ “นิวไฮ” ตั้งแต่ตั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ
Finance SET วันนี้ (11 ส.ค.) คาดกรอบ 1,615-1,645 จุด EPS ทุบสถิติ “นิวไฮ” ตั้งแต่ตั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ
ไทยประกันชีวิต เร่งจ่ายสินไหมผู้เสียชีวิต เหตุกราดยิง ร.ร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี 1.15 ล้านบาท
Finance ไทยประกันชีวิต เร่งจ่ายสินไหมผู้เสียชีวิต เหตุกราดยิง ร.ร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี 1.15 ล้านบาท
ถูกใจชาวดอย ! ทองพุ่งทะลุ 4,400 ดอลลาร์ สูงสุดรอบ 10 สัปดาห์
Finance ถูกใจชาวดอย ! ทองพุ่งทะลุ 4,400 ดอลลาร์ สูงสุดรอบ 10 สัปดาห์
ดูทั้งหมด

ผู้ว่าการ ธปท. จับตาตะวันออกกลางใกล้ชิด ส่อกระทบ ‘จีดีพี-เงินเฟ้อ’ เตรียมรับมือหากรุนแรง

02 มี.ค. 2569 | 15:40น.
วิทัย รัตนากร

“วิทัย” ผู้ว่าการ ธปท. เผยสถานการณ์ตะวันออกกลาง เป็นความเสี่ยงรุนแรงกว่าที่เคยประเมินไว้ เกาะติดเหตุการณ์ใกล้ชิด กระทบ “จีดีพี-เงินเฟ้อ” ชี้จบสั้นกระทบจำกัด หากลากยาว กระทบซัพพลายเชนน้ำมัน-เศรษฐกิจโลก กระทบทางอ้อม “ท่องเที่ยว-ส่งออก” เบื้องต้นคาดราคาน้ำมันขึ้นทุก 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลต่อปี กระทบจีดีพี 0.1-0.15% ย้ำหากสถานการณ์รุนแรง พร้อมดึงนโยบายการเงินมาใช้ได้ ยังมี Policy Space เหลืออีก 1.00%

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยกับ “NewsPulse” ว่าสถานการณ์ตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น เป็นความเสี่ยงที่รุนแรงกว่าที่เคยประเมินไว้ เพราะเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบ ประเด็นคือ จบสั้น หรือจบยาว และที่ว่าแรงมันจะแรงไปถึงขั้นไหน ราคาน้ำมันมีผลต่ออะไรบ้าง

แต่ต้องยอมรับว่าเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงจริงในระบบการเงินโลก เปิดตลาดมาหุ้นก็ตกเลยทันที ทั้งเอเชียประมาณ 1-2% โดยเฉลี่ย ราคาน้ำมันก็ขึ้นไปประมาณ 5% เลยทันที ก็ต้องดูว่าจะขึ้นต่อมั้ย หรือลงมั้ย หรือหยุดมั้ย ก็ต้องดูหลายปัจจัย ทองขึ้นแน่นอน เพราะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยสุด ค่าเงินบาทก็อ่อนค่า 0.2% ส่วนค่าเงินในภูมิภาคก็อ่อนค่าเฉลี่ยประมาณ 0.1-0.4% แต่มันมีความเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงรวดเร็วทันทีในตลาด

ดังนั้น สิ่งที่เราประเมินไว้ผลกระทบ (Impact) จึงต้องดูระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวต่อไปว่าสถานการณ์จะออกมาอย่างไร ตอนนี้ทุกคนประเมินสถานการณ์อยู่ และติดตามปัญหานี้อย่างใกล้ชิดในทุกหน่วยงาน รวมถึง ธปท.ด้วย หากจบสั้นผลกระทบจะจำกัด จะมีเรื่องของราคาน้ำมันที่มันขึ้นไป และขึ้นไปขนาดไหน ก็จะมีผลต่อจีดีพีบ้าง ไม่มากนัก แต่จะมีผลต่อเงินเฟ้อมากกว่า ซึ่งเงินเฟ้อของไทยต่ำอยู่มากแล้ว จะเพิ่มขึ้นมาหน่อยก็ยังพอมีรูมที่จะรับความเสี่ยงตรงนี้ได้

อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์จบยาว จะไม่ใช่แค่เรื่องน้ำมันที่สูงขึ้นแล้ว จะเป็นเรื่องของ Supply Shock Trade ของน้ำมันที่ส่งออกของประเทศนั้นไปยังประเทศต่าง ๆ ซึ่งเอเชียก็เป็นภูมิภาคที่ใช้น้ำมันจากแหล่งตรงนั้นมากเหมือนกัน จีนใช้เยอะมาก ญี่ปุ่นก็ใช้เยอะ ไทยเองใช้น้ำมัน Import จากตรงนั้นเอง 61% ของนำเข้าทั้งหมด จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เป็นหลักกว่า 40% และซาอุดีอาระเบียด้วย ก็ต้องดูว่าจะมี Disruption ตัวนี้ระยะยาวหรือเปล่า ซึ่งต้องประเมินต่อ

สำหรับผลกระทบต่อตัวเลขอัตราการเติบโตนั้น เบื้องต้นประเมินว่า หากผลกระทบลากยาว จะกระทบต่อ Supply ของน้ำมันมีปัญหา ซึ่งราคาน้ำมันสูงขึ้น ทำให้เศรษฐกิจโลกลง แต่จะลงมากหรือลงน้อย ขึ้นกับประเทศนั้นมีความไว (Sensitivity) ต่อน้ำมันมากน้อยแค่ไหน แต่หากเกิด Disruption ยาว ก็คือ น้ำมันออกมาไม่ได้ขาดแคลนน้ำมัน (shortage) อันนี้จะกระทบเยอะกว่า และจะวนไปเรื่องอื่น นักท่องเที่ยว และการส่งออกที่อื่นไม่ใช่ตะวันออกกลาง

โดยปัจจุบันไทยส่งออกไปตะวันออกกลางสัดส่วนประมาณ 4% และมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 1.2 ล้านคน หรือประมาณ 3.8% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด หรือคิดเป็นการสร้างรายได้ท่องเที่ยวประมาณ 6.5% แต่หากมีผลกระทบ Supply Chain รอบใหญ่จะต้องประเมินใหม่

อย่างไรก็ดี ตัวที่จะกระทบมากกว่า คือ ราคาน้ำมัน หากขึ้นทุก 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลต่อปี จะมีผลต่อจีดีพีประมาณ 0.1-0.15% แต่ตัวที่จะมีผลมากกว่า คือ เงินเฟ้อ เพราะเงินเฟ้อที่ต่ำเกินจริง เพราะราคาน้ำมันต่ำเกินปกติ พอราคาน้ำมันกลับขึ้นมา เงินเฟ้อจะกลับขึ้นมา โดยเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ของแพงเพิ่มขึ้นก็มีทั้งดีและไม่ดี ซึ่งแง่ดีธุรกิจก็ได้กำไรมากขึ้น ไม่ดีคนก็ซื้อของแพงขึ้น

สำหรับการดูแลของ ธปท.นั้น หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดดอกเบี้ยไป 0.25% จาก 1.25% เหลือ 1.00% ต่อปี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จะเห็นว่าเป็นส่วนที่เราประเมินความเสี่ยงไว้หลายเรื่อง ซึ่งเป็นส่วนช่วยรับแรงกระแทกและช็อกที่เกิดขึ้นได้ ถือว่าโชคดี หากเราไม่ลดเสียก่อน การประชุมอีกครั้งในอีก 2 เดือนข้างหน้า อาจจะไม่ทัน อันนี้ก็สามารถช่วยประคองได้บ้างส่วน

และถ้าจำเป็นและสถานการณ์มีความยืดเยื้อ มีความเสี่ยงสูงขึ้นมากจริง ๆ และมีผลกระทบ (Impact) ขึ้นมาก ตอนนี้ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.00% ก็สามารถนำมาใช้ต่อได้ แต่ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นและจบเร็ว ก็ไม่มีความจำเป็น ก็ต้องดูสถานการณ์ก่อนว่าเป็นอย่างไร

“อันนี้ต้องวิเคราะห์แบบกว้าง ๆ ในภาพรวมก่อน เพราะต้องติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดในวันนี้ (2 มี.ค.) สถานการณ์ตอนนี้รุนแรงกว่าแน่นอน เพราะมีการยิงตอบโต้ และเป็นข้อเท็จจริงไปแล้ว จากเดิมแค่ยิงไปมาแค่อิสราเอล-อิหร่าน แต่ตอนนี้ยิงกระจายไปทั่วภูมิภาคแล้ว รุนแรงกว่าแน่นอน วันนี้ต้องดูว่าจบสั้นหรือจบยาว ถ้าจบสั้นก็คงไม่มี Impact อะไร แต่ถ้าจบยาวมี Impact แน่นอน แต่ก็มีมาตรการออกมา

ซึ่งอย่างที่บอกเรายังมีขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน (Policy Space) ที่จะนำมาใช้ได้ ถ้าจำเป็นจริง ๆ เหลือ 1.00% ก็ยังใช้ได้ ปกติเวลาใช้เวลาเกิดช็อกขึ้นมาก็ประมาณ 0.50% ก็ใช้ได้ และมีมาตรการอื่น ๆ ของ ธปท.ออกมา เป็นมาตรการเฉพาะจุดอีกทีก็ได้ ส่วนของรัฐบาลแน่นอนท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังติดตามใกล้ชิดคงมีมาตรการออกมาแน่นอน”